5
shared

ประเด็นร้อนบอลไทย : เจาะดราม่าทุกแง่มุม 'วีเออาร์' อลเวง

22 สิงหาคม 2563 11:36 604
ประเด็นร้อนบอลไทย : เจาะดราม่าทุกแง่มุม 'วีเออาร์' อลเวง

ประเด็นร้อนบอลไทย ฉบับ 40 พาแฟนๆไปเจาะดราม่า วีเออาร์ อลเวง ที่เป็นกระแสร้อนของวงการฟุตบอลไทยตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่สุดแล้วจะจบอย่างไร และทุกทีมจะได้ใช้หรือไม่ ?

สวัสดีครับ!! ประเด็นร้อนบอลไทย กลับมาอีกครั้งในฉบับที่ 40 ฉบับนี้ คงต้องให้น้ำหนักไปทั้งหมดกับดราม่าวีเออาร์ ที่เกิดขึ้นในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เชื่อว่าวงการฟุตบอลไทยไม่มีเรื่องอะไรร้อนแรงไปกว่านี้อย่างแน่นอน โดยวันนี้ผมจะขอมาเขียนเรื่องนี้ในแบบมุมมองของผมให้แฟนฟุตบอลได้คิดตามกันอีกครั้งถึงประเด็นร้อนที่เกิดขึ้น


เดี๋ยวเริ่มไล่เรียงกันแบบนี้นะครับ ประเด็นนี้ มันเกิดจากการที่สมาคมฟุตบอลฯ มีมติเปลี่ยนคำสั่งไปมา จึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดดราม่าตรงนี้ เริ่มต้นจากการที่จะไม่ให้ใช้วีเออาร์ เพื่อตัดปัญหาค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป หลังจากนั้นก็มาเปลี่ยนเป็นพร้อมให้ใช้หากสโมสรใดต้องการ แต่ต้องเป็นฝ่ายชำระเงินเองด้วยมูลค่า 82,000 บาท ต่อแมตช์ กระทั่งเปลี่ยนรอบที่สาม จะไม่ให้ใช้อีกแล้ว เพื่อความเท่าเทียมกัน ก่อนที่สุดท้ายแล้วจะเปลี่ยนครั้งที่สี่ เป็นการใช้เฉพาะนัดสำคัญ ไม่ให้สโมสรที่ต้องการใช้แม้จะยอมเสียเงินก็ตาม


การประกาศแบบตามใจฉัน เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของสมาคมฯ ในห้วงเวลาระหว่าง 24-48 ชม. เป็นสิ่งที่สร้างความปวดหัวให้กับบรรดาสโมสรต่างๆของศึกไทยลีกเป็นอย่างยิ่งว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ ? เพราะหลายๆทีมที่ไม่ได้มีปัญหาการเงิน ก็พร้อมจะใช้อยู่แล้วเพื่อรักษาสิทธิ์และผลประโยชน์ของตัวเอง


จึงเป็นที่มาของการรวมตัว 3 ประธานของทีมยักษ์ไทยลีก เปิดโต๊ะแถลงข่าวต้องการให้ใช้วีเออาร์ ไปเมื่อวันพุธ (19 ส.ค. 63) ที่ผ่านมา ซึ่งทั้ง ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด , การท่าเรือ และ เอสซีจี เมืองทองฯ ก็มีความประสงค์ตรงกันที่จะให้ใช้วีเออาร์ เพื่อเป็นการยกระดับผลักดันบอลไทยให้ก้าวไปข้างหน้าด้วยความแฟร์ และลดความผิดพลาดของผู้ตัดสิน เนื่องจากการตัดสินพลาดมีให้เห็นมาตลอดร่วมทศวรรษ และทำให้สโมสรต้องเสียหาย เนื่องจากการลงโทษทำได้เพียงแบนกรรมการ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนผลการแข่งขันได้


ผมเชื่อว่าตรงนี้ แฟนบอลเห็นด้วยแน่นอน เพราะตัวผมเองที่กำลังเขียนต้นฉบับนี้อยู่ ก็เห็นด้วย เราพิสูจน์กันมาแล้วว่า วีเออาร์ ไม่ได้เข้ามาเป็นอุปสรรคในการแข่งขันฟุตบอลแต่อย่างใด ยิ่งเป็นตัวทำให้เกมมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น อย่างในศึกพรีเมียร์ลีก เราจะสังเกตได้เลยว่า บางจังหวะ เช่น ล้ำหน้า ถ้าไม่นำเส้นสีมาตีกันให้เห็นแบบจะๆ ต่อให้เป็นโคตรผู้ตัดสินก็ไม่มีทางมองทันแน่นอน พวกเขามีโอกาสเห็นแค่ครั้งเดียวแบบรวดเร็ว ซึ่งเราเองมองภาพช้า 5 รอบ ยังไม่ทันเลยด้วยซ้ำ


แต่เมื่อ ปีนี้มันเป็นปีที่ปัญหาเกิดขึ้นเยอะมาก ตั้งแต่เกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 จนลีกเองก็ต้องหยุดแข่ง สปอนเซอร์ถอดถอน ชะลอการจ่ายเงิน ตัวสมาคมฯเอง ก็หนักหนาสาหัสไม่แพ้กัน พนักงานระดับสูง-กลาง โดนลดเงินเดือน ผู้สนับสนุน ลด หรือ ชะลอการจ่ายเงิน ฟุตบอลทีมชาติก็ปฏิทินว่างตลอดทั้งปี ผมว่าเรื่องนี้ก็น่าเห็นใจสมาคมฯเหมือนกัน 


จนกระทั่งฮีโร่ของงานเกิดขึ้นกลางห้องแถลงข่าว เมื่อ "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานสโมสรการท่าเรือ และ กรรมการบริหาร บมจ.เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศออกมาลั่นห้องประชุมว่า พร้อมที่จะช่วยสมาคมฯ ซัพพอร์ทค่าใช้จ่ายวีเออาร์ให้ทุกทีมในลีก แต่เป็นการนำเงินที่ เมืองไทยประกันภัย สนับสนุนฟุตบอลหญิง ไปใช้ เนื่องจากปีนี้ฟุตบอลทีมชาติหญิง ก็ไม่มี ลีกหญิงก็ไม่มี ซึ่งโดยปกติแล้ว ทางบริษัท จะจ่ายให้ปีละ 20 ล้านบาท แต่ด้วยภาวะโควิด-19 ทำให้ขอลดการสนับสนุนลงมาเหลือที่ 16 ล้านบาท


ต้องบอกเลยว่าหลังสิ้นคำพูดนี้ มาดามแป้ง กลายเป็นขวัญใจของแฟนฟุตบอลไปทั้งประเทศ จากที่มีคนรักอยู่มากโขแล้ว ยิ่งรักมากขึ้นไปอีก แต่คุณอย่าลืมนะครับ ว่าเงินจำนวนนี้ ยังไงทาง บริษัทของ มาดามแป้ง ก็จ่ายมาตลอดทุกปีอยู่แล้ว ทำให้ในมุมของผู้สื่อข่าวและคนที่อยู่ในวงการฟุตบอล ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร เพราะเป็นเพียงแค่การโยกงบประมาณตรงนี้มาเพื่อใช้ในการจัดการกับวีเออาร์ เท่านั้นเองครับ


หลังจากนั้น สมาคมฯ ตอบกลับในช่วงเย็นของวันเดียวกันว่า ยินดีที่จะรับเงินตรงนี้ แต่ไม่สามารถนำมาใช้ในการจัดการกับวีเออาร์ได้ เนื่องจากเป็นการทำผิดวัตุประสงค์ ของงบประมาณที่ถูกแบ่งสัดส่วนไว้แล้ว แม้ฟุตบอลหญิงจะไม่มีเตะ แต่ก็เป็นการเตรียมไว้เพื่ออนาคตอันใกล้ อีกทั้งมีการปรึกษากับ หน่วยงานที่ดูแลด้านนี้โดยตรง (IFAB) ซึ่งได้ความเห็นมาว่า ไม่ควรมีองค์กรที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับผลประโยชน์นำเงินเข้ามาสนับสนุนสำหรับการใช้เทคโนโลยี วีเออาร์


จริงอยู่ว่า เป็นเงินของ เมืองไทยประกันภัย แต่กรรมการบริหาร หรือที่เรียกกันว่าเจ้าของ ก็คือ คุณแป้ง นั่นแหละ เธอมีตำแหน่งเป็นประธานสโมสร การท่าเรือ อีกด้วย มันจึงทำให้ต้องเกิดข้อครหาแน่นอนเวลา สิงห์เจ้าท่า ลงเตะ เนื่องด้วยเป็นเจ้าของเงินที่ทำให้วีเออาร์เกิดขึ้น ไม่มีใครรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง การตัดสินใจเป็นไปในทิศทางไหน เพราะฟุตบอลยังไม่เตะ แต่สิ่งนี้คือ สมาคมฯ กันไว้ก่อนดีกว่าแก้ 


ตรงนี้ผมเห็นด้วยอย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ เพื่อเป็นการตัดคำครหาออกไปเลย เพราะอะไรรู้ไหมครับ เงิน 16 ล้านตรงนี้ สำหรับทีมบนหัวตารางหลายๆทีมมันไม่ได้เยอะเลย ถ้าหาก ทรู แบงค็อกฯ ขอจ่าย , บุรีรัมย์ , เมืองทอง หรือ บีจี ขอเป็นผู้จ่ายบ้างล่ะ (อันนี้สมมุติเฉยๆ) นะครับ ใครมีเงินเยอะ คนนั้นจะได้รับความเกรงใจสูงสุดอยู่แล้ว อันนี้คือความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้


ผมเชื่อว่าการที่สมาคมฯ โดนด่าหนักหนาอยู่ตอนนี้ เนื่องจากแฟนบอลกำลังหลงประเด็น ที่ว่าทำไมไม่นำเงินของ เมืองไทยประกันภัย ไปใช้จัดการวีเออาร์ ซึ่งนี่แหละครับคือสาเหตุ มันเป็นสิ่งที่ทั่วโลกเค้าไม่ทำกันแน่นอน ที่จะให้องค์กรที่มีส่วนกับการแข่งขันต้องมาสนับสนุน แต่ผมก็ย้ำอีกครั้งว่ามันเป็นเพียงมุมมองของผมนะครับ 


ณ เวลานี้ สมาคมฯ ก็รับปากแล้วว่าจะเร่งหาเม็ดเงินมาเพื่อซัพพอร์ตค่าใช้จ่ายตรงนี้ จะด้วยวิถีไหนก็ตาม ซึ่งตรงนี้ผมเห็นด้วยและเห็นใจสมาคมฯนะ ที่โดนกระแสบีบคั้นจากหลายสโมสรและแฟนฟุตบอล ต้องยอมรับเลยว่าพวกเขาก็เดินหมากผิดในช่วงที่ประกาศวกวนไปมา นั่นคือสาระสำคัญเลยของดราม่าทั้งหมดที่เกิดขึ้น หากบอกแต่แรกว่าไม่มีให้มันชัดๆ และหนักแน่นในเจตนารมย์ ชี้แจงอย่างละเอียด ผมมองว่าไม่เกิดอะไรแบบนี้ขึ้นแน่นอน


สุดท้ายแล้วผมในฐานะผู้สื่อข่าวตัวเล็กๆคนนึงของวงการกีฬา ก็ไม่ได้มีเจตนาจะพาดพิงหรือมองว่าใครผิดใครถูกแต่อย่างใด และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทาง ส.บอล จะสามารถจัดการแข่งขันไทยลีกรีสตาร์ท โดยการมีวีเออาร์มาใช้ได้ทันเวลาครับ!!


เรียบเรียงโดย : NickyMAN (นิก ธีร์ธวัช)