1
shared

เปิดปมร้อนดรามา "บุฟเฟ่ต์ซีฟู้ด" สูญ10ล้าน เสียหายกว่า4,000คน

10 เมษายน 2562 02:30 26
ดรามาร้อนๆ ร้านบุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดชื่อดัง ออกโปรโมชั่นกระจาย แต่จู่ๆ ปิดให้บริการ ล่าสุดมีผู้เสียหายกว่า 4,000 คน สูญเงินมากกว่า 10 ล้านบาท

 

 

กลับมาเป็นกระแสดรามาอีกครั้งและอีกครั้ง! สำหรับ "ร้านบุฟเฟ่ต์ซีฟู้ด" ชื่อดังบนโลกโซเชียล เราลองมาไล่เรียงเหตุการณ์กันดูว่า แท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้นกับร้านบุฟเฟ่ต์แห่งนี้

 

ย้อนไปก่อนหน้านี้ ร้านซีฟู้ดแห่งนี้ เป็นร้านดังใน จ.ชลบุรี เปิดขายมายาวนาน กระทั่ง รุ่นลูกได้มาสานต่อกิจการ โดยมาเปิดในกรุงเทพฯ และเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น หลังสร้างไวรัลดึงดูดลูกค้าไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์อาหารทะเลระดับพรีเมี่ยม รวมทั้ง ออกโฆษณาในรายการอาหารต่างๆ ทำให้ลูกค้าแห่มาลองของกันจนแน่นร้าน

 

ทั้งนี้ ร้านบุฟเฟ่ต์ซีฟู้ด จะจัดรอบไว้ให้บริการวันละ 4 รอบ ได้แก่ รอบที่ 1 เวลา 11.30 – 13.00 น.  รอบที่ 2 เวลา 13.30 – 15.00 น. รอบที่ 3 เวลา 17.30 – 19.00 น. และรอบที่ 4 เวลา 19.30 – 21.00 น. โดยสามารถทานได้ 90 นาที

 

ต่อมา ทางร้านได้มีการทำการตลาด ออกโปรโมชั่นโดยการขายคูปองวอชเชอร์ในราคาที่ต่ำกว่าราคาปกติ 888 บาทต่อหัว อาทิ

 

- โปร 5 คน มูลค่า 1,500 บาท

- โปร 400-500 บาทต่อหัว เฉพาะช่วงเวลานี้เท่านั้น

- โปรหวยออก 99 จำนวน 10 ใบ มูลค่า 990 บาท

- โปรแฟนคลับ จำนวน 20 ใบ มูลค่า 5,000 บาท

- โปร 55 จำนวน 40 ใบ มูลค่า 2,200 บาท

- โปรวันพุธ 99.99 บาท

- โปรหมี จำนวน 25 ใบ มูลค่า 2,500 บาท

- โปรวันช็อคโลก จำนวน 30 ใบ  มูลค่า 2,070 บาท

และอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งนี้ มีเงื่อนไขต้องจ่ายเงินในระยะเวลาที่กำหนด

 

 

 

ทำให้มีกลุ่มคนบางกลุ่มซื้อวอชเชอร์จากทางร้านครั้งละจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ได้ราคาถูกกว่าปกติ เพื่อนำไปขายต่อ เช่น ราคาเฉลี่ยต่อใบ 200 บาท นำมาขายต่อในราคา 259 บาท ขณะที่ ราคาปัจจุบันของร้านนี้ 888 บาทก็มีคนเอามาขายต่อใบละ 159 บาทเท่านั้น

 

ด้วย "ราคาดึงดูดใจ" รวมทั้ง "โฆษณา" อาหาร กุ้ง หอย ปู ปลา คุณภาพระดับพรีเมี่ยมของทางร้าน จึงไม่ยากที่ร้านบุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดจะเข้าไปอยู่ในใจของใครหลายคน จนต้อง "แห่" กันมาลิ้มลองจองคิวยาวข้ามปี

 

แต่แล้วจู่ๆ ร้านบุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดเจ้าดังก็โดนกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากชาวโซเชียล เมื่อมีลูกค้ารายหนึ่ง (อาจจะไม่ใช่แค่รายเดียว) ที่เป็นข่าวดังขึ้นมา โดยได้ตั้งกระทู้ในเว็บไซต์หนึ่ง ประเด็นการรอจองคิวนาน ทั้งทางโทรศัพท์และทางไลน์ จนมีลูกค้าอีกหลายคนเข้ามาตอบกระทู้ โดยเจอปัญหาเรื่องระบบการจองเช่นเดียวกัน เนื่องจากส่วนใหญ่วันเสาร์-อาทิตย์ คิวจะเต็มทุกรอบ ส่วนวันธรรมดาคิวจะเต็มช่วงเวลาหลังเลิกงาน ทำให้ลูกค้าบางคนต้องรอคิวกว่าจะได้รับประทานซีฟู้ดระดับพรีเมี่ยมต้องใช้เวลา 3-4 เดือนกันเลยทีเดียว

 

ต่อมา ร้านบุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดเจ้าดัง ได้โพสต์ชี้แจงผ่านทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ ว่า ที่ผ่านมาบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงระบบ การสำรองที่นั่งและระบบคอลเซนเตอร์ จึงทำให้เกิดความไม่สะดวก

 

ขณะที่ เฟซบุ๊กของทางร้านอาหารก็มีลูกค้าเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย หลายคนตำหนิระบบการจอง และแนะนำให้ทางร้านเลิกขายวอชเชอร์ เพื่อเคลียร์ปัญหา ขณะเดียวกันก็ติดใจข้อความชี้แจงทางโปรแกรมแชทของร้าน ซึ่งมีข้อความประโยคนึงระบุว่า "ส่วนที่บ่นกันว่าจองยาก คิวรอนาน ถ้าจ่ายราคาเต็ม 888 บาท เดินสวยๆ เข้าร้านได้เลยนะครับ (อิโมติคอนยิ้ม)" ด้วยเหตุนี้ จึงยิ่งทำให้เกิดกระแสวิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับตัวเจ้าของร้าน

 

ต่อมา เมื่อเจ้าของร้านบุฟเฟต์ซีฟู้ดเจ้าดังต้องการจะย้ายร้านไปอยู่บนห้างสรรพสินค้า ย่านพระราม 9 ส่งผลกระทบกับลูกค้าที่จองที่นั่งไว้ที่ร้านเก่า จนเป็นข่าวขึ้นมาอีกครั้ง

 

รวมทั้งเรื่องที่มีการโพสต์รูปแชร์กันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่ไม่พรีเมี่ยมเหมือนเดิม เมนูบางอย่างขาดหายไป การใช้ถ้วยชามกระดาษแทน และอื่นๆ อีกหลายสารพัดปัญหาที่ลูกค้าเจอ

 

กระทั่งล่าสุด ร้านบุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดเจ้าดัง ได้ออกประกาศ "ขอยกเลิก และงดให้บริการทุกโปรโมชั่น ตั้งแต่ 24 มี.ค.62 เป็นต้นไป" ซึ่งจะส่งผลให้ลูกค้าที่ซื้อโปรโมชั่นจากทางร้านที่จองคิวได้แล้ว หรือยังไม่ได้มาใช้บริการ ต้องไปติดต่อขอรับเงินคืนทางอีเมล์ ตั้งแต่เวลา 9.00 น. วันที่ 27 มี.ค. ถึงเวลา 23.59 น. วันที่ 30 เม.ย.62

 

แต่ร้านยังคงเปิดให้บริการอยู่เช่นเดิม โดยรับเฉพาะลูกค้า Walk In เข้าไปจ่ายเงินในราคา 888 บาทเท่านั้น ส่วนลูกค้าที่ซื้อวอชเชอร์มาแล้ว ไม่สามารถใช้ได้

 

- โปรแรง แต่จองคิวนาน -

 

ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ คุณเอ วัย 40 ปี หนึ่งในผู้เสียหายจากร้านบุฟเฟ่ต์ซีฟู้ด โดยคุณเอ เปิดเผยว่า ย้อนไปเมื่อเดือน ก.ค.ปีที่แล้ว ตอนนั้นเป็นช่วงโปรครบรอบการก่อตั้งร้าน ขายเป็นชุดๆ ละ 20 ใบ 5,000 บาท ตกใบละ 250 บาทจากราคาเต็ม 888 บาท โดยมีเงื่อนไขใช้บริการ คือ สามารถทานได้ทุกรอบ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.62 ถึง 31 ธ.ค.62 แต่ต้องสำรองที่นั่งก่อน

 

"เราเป็นครอบครัวใหญ่ ตั้งใจจะไปกัน 17 คน ส่วนอีก 3 คนจะไปภายหลัง โปรก็ดึงดูดใจเราบอกว่าเป็นครั้งสุดท้ายจากราคา 888 เหลือแค่ 250 บาทเอง จึงสนใจและโอนจ่ายเงินตามเงื่อนไขภายใน 22.00 น.ของวันที่ออกโปรโมชั่น แต่ต่อมาก็เห็นมีโปรอยู่เรื่อยๆ ราคาถูกลงๆ บางโปรเหลือแค่ 199 ต่อใบเท่านั้น" สาววัย 40 อธิบาย

 

เมื่อถึงระยะเวลาการใช้โปรได้โทรศัพท์ไปจองผ่าน Call Center ได้คิวต้นเดือน ม.ค.62 แต่พอดีช่วงนั้นติดธุระไม่ว่าง จึงได้โทรไปยกเลิก ต่อมาจึงจองผ่านออนไลน์ ปรากฎว่า มีที่นั่งว่างอีกครั้ง คือ เดือน ส.ค.62

 

"ช่วงที่เรารอไปกินก็มีคนถ่ายรูปมาลงเฟซบุ๊กหรือพันทิป บางคนบอกว่า พอจองคิวได้ทางร้านก็ปิดร้านซ่อมระบบจองคิว ทำให้ต้องจองคิวใหม่ บางคนไปกินแล้วก็พบว่า ไม่เป็นไปตามข้อเสนอของทางร้าน อย่างเช่น จะกินน้ำก็ต้องเพิ่มเงิน อาหารน้อย ใส่ถ้วยกระดาษ จากที่เคยเดินเสิร์ฟก็ให้ลูกค้าไปเอาอาหารเอง กรณีเปลี่ยนวันจองหรือเปลี่ยนจำนวนคน คิดราคาเพิ่มหัวละ 100 บาท" ผู้เสียหายจากร้านดัง เล่า

 

- พบผู้เสียหายกว่า 4,000 คน มูลค่าเกิน 10 ล้านจาก 40 โปรฯ -

 

หลังจากที่ ทางร้านประกาศยกเลิกงดให้บริการทุกโปรโมชั่น  คุณเอ กล่าวต่อว่า ล่าสุดผู้เสียหายที่รวมตัวกันในกลุ่มมี 3,800 คนแล้ว สำหรับมูลค่าความเสียหายรวมทั้งหมด คาดว่าเกิน 10 ล้านบาท จาก 40 โปรโมชั่นที่มีปัญหา

 

"การส่งข้อมูลของทางร้านมี 3 อีเมล์ ผู้เสียหายบางคนได้อีเมล์ไม่เหมือนกัน ช้าบ้างเร็วบ้าง ขณะที่ บัญชีที่โอนเงินก็มีหลายบัญชีด้วย บางคนชื่อตัวเองจอง แต่ใช้บัญชีแฟนโอนเงิน ซึ่งก็เกิดปัญหาเช่นกัน ทั้งๆ ที่ทางร้านสามารถเช็กได้จากเลขวอชเชอร์ รวมทั้ง เงื่อนไขการคืนเงินนั้น ทางเจ้าของร้านบอกว่า จะดำเนินการตามกรอบระยะเวลา 120-150 วัน ซึ่งเรามองว่า นานเกินไป ทำไมต้องทำให้เรื่องคืนเงินมันยากกว่าการขายโปรโมชั่นด้วย" หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าว

 

ขณะที่ ผู้เสียหายบางคนที่ไม่ได้ซื้อจากทางร้านดังกล่าวโดยตรง แต่ซื้อผ่านทางผู้ที่นำมาขายต่อ จะเกิดปัญหาเรื่องรายละเอียดในการขอเงินคืนจากทางร้าน เพราะต้องใช้ข้อมูลของผู้ที่ซื้อกับทางร้านเท่านั้น เช่น ชื่อผู้ซื้อ เบอร์โทรศัพท์มือถือ ของผู้ที่ซื้อจากทางร้าน

 

"ก่อนปิดก็รู้ข่าวทางโซเชียลมาเยอะ ถึงการบริการที่ไม่ดี ก็ยังดีที่มีความรับผิดชอบคืนเงินให้ลูกค้า แต่อดห่วงลูกค้าที่ไม่ได้เป็นสมาชิกไลน์ หรือกดตามเพจ พวกเขาจะรู้อย่างไรว่าต้องมาเคลมเงินคืน" ผู้เสียหายอีกราย กล่าวหลังเกิดปัญหาขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมทั้ง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเรียบร้อยแล้ว เรื่องราวจะเป็นอย่างไรคงต้องติดตามกันต่อไป.