1
shared

โบรกฯลดเป้าดัชนี สิ้นปี1,400 จุด

19 สิงหาคม 2563 16:33 69
โบรกฯลดเป้าดัชนี  สิ้นปี1,400 จุด

บล.ทิสโก้ ลดเป้าดัชนีตลาดหุ้นไทยสิ้นปี 63 เหลือ 1,400 จุด รับแนวโน้มหั่นกำไร บจ.

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า บล.ทิสโก้ ปรับลดเป้าหมายดัชนีหุ้นไทย สิ้นปีนี้ลงจาก 1,440 จุด เป็น 1,400 จุด และปรับเป้าหมายปีหน้าลงจาก 1,580 จุด เป็น 1,535 จุด  เนื่องจากมีแนวโน้มกำไรของบริษัทจดทะเบียนจะถูกปรับลดลงได้อีก

สำหรับภาพรวมการประกาศงบไตรมาส 2/63 ของบริษัทจดทะเบียนไทยจำนวน 601 บริษัท (เฉพาะบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ไม่รวมตลาด mai) มีกำไรสุทธิรวม 1.17 แสนล้านบาท แม้ทรุดตัวแรง 46% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากผลกระทบสถานการณ์โควิด-19 แต่เริ่มฟื้นตัว 35% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และยังเป็นไปตามคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ในตลาด (Bloomberg Consensus) โดยมีสาเหตุหลักมาจากกลุ่มพลังงาน และกลุ่มปิโตรเคมี ที่พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ และมีรายการพิเศษในกลุ่มไอซีที และวัสดุก่อสร้าง

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ในตลาดยังคงปรับแนวโน้มประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียนไทยลงอย่างต่อเนื่อง โดยนับตั้งแต่ต้นเดือน ส.ค. ประมาณการกำไรสุทธิ/หุ้น (EPS) ปีนี้ถูกปรับลงมาอยู่ที่ 58.9 บาท หรือลดลง 3.6% และกำไรปีหน้าถูกปรับลงมาอยู่ที่ 76.4 บาท หรือลดลง 4.9% ซึ่งเป็นการปรับลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกัน ดังนั้น บล.ทิสโก้จึงมองว่า หลังจากนี้ดัชนีหุ้นไทยคงปรับตัวขึ้นได้ลำบาก ตราบใดที่ประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียนในตลาดยังมีแนวโน้มปรับตัวลดลง

นายอภิชาติ กล่าวว่า นอกจากประเด็นผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่ลดลงแล้ว ยังมีปัจจัยกดดันจากทางการเมืองไทย 

ทั้งนี้ ท่ามกลางประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียนที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลง และการชุมนุมทางการเมือง บล.ทิสโก้ จึงมองว่าตลาดหุ้นไทยหลังจากนี้จะไปต่อได้ลำบาก โดยคาดว่าดัชนีหุ้นไทยในระยะสั้นจะแกว่งตัวในกรอบ 1,300-1,350 จุด สำหรับการลงทุนแบบเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำให้นักลงทุนเลือกลงทุนรายตัว แบบจำกัดวงเงิน ลงซื้อ-ขึ้นขาย ภายใต้ดัชนีหุ้นไทยในกรอบ 1,300-1,350 จุด

ธีมหุ้นที่น่าสนใจในระยะสั้น คือ 1. หุ้นที่เห็นสัญญาณตลาดปรับประมาณการกำไรขึ้นในระยะสั้น ได้แก่ SENA, TRUE, และ TU 2. หุ้นที่งบไตรมาส 2/63 เป็นจุดต่ำสุด แนวโน้มครึ่งปีหลังฟื้นตัวต่อเนื่องและปีหน้าจะกลับมาโตกว่าช่วงก่อนโควิด-19 ได้แก่ BJC, ILINK, PLANB และ WHA และ 3. หุ้นแนวโน้มกำไรครึ่งปีหลังยังดีต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก ได้แก่ CPF, PRM, RS และ SMPC

สำหรับการลงทุนแบบระยะกลาง-ยาว แนะนำหาจังหวะสะสมช่วงอ่อนตัว ธีมหุ้นที่น่าสนใจ 1. กลุ่มอุตสาหกรรมที่มักแข็งแกร่งกว่าตลาดในช่วงการเมืองร้อน ได้แก่ หุ้นกลุ่มพาณิชย์ แนะนำ BJC, CPALL, HMPRO และ RS หุ้นกลุ่มอาหาร แนะนำ CPF, GFPT และ TVO และหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ แนะนำ DELTA และ HANA

2. หุ้นฟื้นฟูเศรษฐกิจ-สังคม 4 แสนล้านบาท และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ CK, SEAFCO และ TASCO 3. หุ้นปันผลดี ได้แก่ AP, BBL, DIF, KKP, LH, QH, SCCC, SMPC และ TVO และ 4. หุ้นรอลุ้นวัคซีน ฟื้นตัวจากฐานราคาและกำไรที่ต่ำ ได้แก่ AOT, BDMS, CENTEL, CPN, CRC และ SPA

เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com 
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live 
twitter : TNNONLINE 
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE 
Instagram : TNN_ONLINE 
TIKTOK : @TNNONLINE