2
shared

ไฟเขียวต่างชาติลงทุนในไทย 24 ราย

18 สิงหาคม 2563 14:21 59
ไฟเขียวต่างชาติลงทุนในไทย 24 ราย

คณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว อนุญาตคนต่างชาติลงทุนในไทย จำนวน 24 ราย ก่อให้เกิดจ้างงานเพิ่ม 686 คน พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีในสาขาที่คนไทยไม่มีความชำนาญ

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า ในการประชุมของคณะกรรมการฯ เมื่อวันพุธที่ 5 สิงหาคม 2563 คณะกรรมการฯ ได้อนุญาตให้คนต่างชาติ 24 ราย ประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้ พ.ร.บ.ต่างด้าวฯ ของเดือนกรกฎาคม 2563 โดยส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติจากประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน          

สำหรับธุรกิจที่คนต่างด้าวได้รับอนุญาต ได้แก่ ธุรกิจบริการโดยเป็นคู่สัญญากับรัฐ หรือเอกชน จำนวน 9 ราย อาทิ บริการทางวิศวกรรมในการเป็นที่ปรึกษาเพื่อควบคุมการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)  

ธุรกิจบริการให้แก่บริษัทในเครือ/ในกลุ่ม จำนวน 4 ราย อาทิ บริการวิจัยและพัฒนาสินค้าประเภทวาล์วและชิ้นส่วน บริการสนับสนุนบุคลากรไปให้คำปรึกษาแนะนำในด้านการผลิตและการทำการตลาดเกี่ยวกับเหล็กโครงสร้างรูปพรรณ

ธุรกิจนายหน้า ค้าปลีก ค้าส่ง จำนวน 4 ราย อาทิ นายหน้าประกันชีวิตและประกันวินาศภัย ประเภทการจัดการให้มีการประกันภัยโดยตรง และบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการประกอบกิจการนายหน้าประกันวินาศภัย การค้าปลีกเครื่องมือแพทย์  การค้าส่งค้าส่งชุดครัวและเครื่องมือแพทย์          

ธุรกิจบริการให้แก่ลูกค้า จำนวน 7 ราย อาทิ บริการให้เช่า/ติดตั้ง บำรุงรักษา ซ่อมแซม และให้คำแนะนำการใช้งานถังบรรจุก๊าซสำหรับใช้ในอุตสาหกรรม พร้อมท่อส่งก๊าซ

ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2563 คนต่างด้าวได้รับใบอนุญาต จำนวน 158 ราย มีเงินลงทุนทั้งสิ้น 6,228 ล้านบาท เฉพาะเดือนกรกฎาคม มีเงินลงทุน 871 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมิถุนายน  คิดเป็น 9% เนื่องจากในเดือนมิถุนายน มีต่างชาติลงทุนในธุรกิจบริหารที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง เช่น บริการขุดเจาะปิโตรเลียม และบริการเกี่ยวกับโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม 

สำหรับการอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในครั้งนี้ นอกจากก่อให่้เกิดการจ้างงานคนไทยจำนวน 686 คน ยังเกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งเป็นองค์ความรู้ในแขนงที่คนไทยยังไม่มีความชำนาญหรือมีความเชี่ยวชาญในระดับที่ไม่สูงมากนัก เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยในเรื่องก๊าซอุตสาหกรรม องค์ความรู้เกี่ยวกับการออกแบบระบบเครื่องกลและไฟฟ้า และขบวนรถไฟ องค์ความรู้เกี่ยวกับการทดสอบเดินเครื่องเครื่องกำเนิดไอน้ำ องค์ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการตรวจสอบความผิดปกติของเหล็กแท่งและการสังเกต Defect เหล็กขณะรีด และองค์ความรู้เกี่ยวกับการดำเนินการวิจัยตามมาตรฐานสากล