2
shared

เลือกตั้ง 2562 : เปิดเส้นทางชีวิต ว่าที่นายกฯจาก3พรรคการเมือง

10 เมษายน 2562 02:30 102
เลือกตั้ง 2562 : เปิดเส้นทางชีวิต ว่าที่นายกฯคนที่ 30 จาก 3 พรรคการเมือง ชิงดำเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

 

ภายหลังการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2562 ผ่านพ้น แน่นอนว่าประเด็นที่หลายๆ ฝ่ายต่างจับตามองนั่นก็คือการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาล โดยก่อนหน้านี้แต่ละพรรคการเมือง ได้มีการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ มาช่วงชิงเก้าอี้เพื่อเป็นตัวแทนเข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งระหว่างรอการประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ท่ามกลางกระแสข่าวว่าพรรคการเมืองใดจะเป็นแกนนำในจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนของการพูดคุยของทุกพรรคว่าจะจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลกันอย่างไร หากวิเคราะห์แล้วรายชื่อว่าที่นายกรัฐมนตรี ที่กำลังถูกจับตามองในขณะนี้ส่วนใหญ่มาจาก 3 พรรคการเมืองด้วยกัน

 

 

คนแรกจากพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หรือ “เสี่ยหนู” บุตรชายของนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ‘เสี่ยหนู’ สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนอัสสัมชัญ และระดับอุดมศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย Hoftra ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. 2532

 

ก่อนเข้าสู่วงการการเมือง เคยทำงานในตำแหน่งวิศวกรในบริษัทเอกชนหลายแห่ง รวมทั้งตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ของนายชวรัตน์ ซึ่งเป็นนายทุนให้กับพรรคการเมืองหลายพรรค

 

กระทั่งในปี พ.ศ. 2539 “เสี่ยหนู” จึงเข้าสู่วงการการเมืองโดยการรับตำแหน่งแรก คือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในปีพ.ศ. 2547-2548 และดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในพ.ศ. 2547 ก่อนที่จะถูกตัดสิทธิทางการเมือง เป็นระยะเวลา 5 ปี เนื่องจากในขณะนั้นเป็นหนึ่งในสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ของพรรคไทยรักไทย (ทรท.) ต่อมา ในปี พ.ศ. 2555 หลังจากพ้นกำหนดการตัดสิทธิทางการเมือง นายอนุทิน ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคเมื่อวันที่ 14 ต.ค. ปีเดียวกัน

 

แน่นอนว่า ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดนี้ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งได้จำนวนที่นั่งส.ส.มากพอสมควร และถือว่าเป็นตัวแปรสำคัญ ซึ่งหากพรรคภูมิใจไทยจับขั้วกับฝ่ายไหนย่อมมีโอกาสสูงที่ฝ่ายนั้นจะได้เป็นแกนนำรัฐบาล รวมทั้งมีโอกาสที่นายอนุทิน จะได้รับการเสนอชื่อขึ้นเป็นนายกฯ

 

 

รายชื่อว่าที่นายกรัฐมนตรีอีก 1 คน ที่ถูกจับตามองอย่างมาก มาจากพรรคเพื่อไทย คือ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หรือ หญิงหน่อย ผู้ที่อยู่ในแวดวงการเมืองในหลายสมัย

คุณหญิงสุดารัตน์ เป็นบุตรสาวของนายสมพล เกยุราพันธุ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้านการตลาด จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Shi 41) และระดับปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต จากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ สำเร็จการศึกษาปริญญาเอก พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา จากคณะบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

คุณหญิงสุดารัตน์ ก้าวเข้าสู่แวดวงการเมืองครั้งแรกในการเลือกตั้งเมื่อ 22 มี.ค. พ.ศ. 2535 โดยในขณะนั้นได้ดำรงตำแหน่งเป็น ส.ส. ในเขตกรุงเทพมหานคร ในเขต 12 ในนามพรรคพลังธรรม แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พรรคพลังธรรมได้ผลัดเปลี่ยนหัวหน้าพรรคเรื่อยๆ มาจนถึงครั้งที่นายทักษิณ ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรค คุณหญิงสุดารัตน์ จึงได้สนิทสนมกับนายทักษิณ ในการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2539 พรรคพลังธรรมมี ส.ส. เหลือเพียงคนเดียว คือ คุณหญิงสุดารัตน์ ก่อนที่ในปีพ.ศ. 2541 เมื่อนายทักษิณ ได้ออกมาก่อตั้งพรรคไทยรักไทย (ทรท.) คุณหญิงสุดารัตน์ จึงเป็นหนึ่งใน 23 บุคคลที่ร่วมก่อตั้งพรรคนี้และได้ร่วมงานกับทางพรรค

 

พ.ศ. 2543 คุณหญิงสุดารัตน์ ได้ลงรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในนามของพรรค โดยมีคู่แข่งขันสำคัญ คือ นายสมัคร สุนทรเวช ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งนั้นได้พ่ายแพ้ให้กับนายสมัคร หลังจากนั้นในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี พ.ศ. 2544 คุณหญิงสุดารัตน์ได้ย้ายไปลงในระบบบัญชีรายชื่ออันดับต้น ๆ ของพรรค แต่ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 ได้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ซึ่งถูกยุบพรรคการเมือง เมื่อปี พ.ศ. 2549

 

สำหรับตำแหน่งทางการเมืองของคุณหญิงสุดารัตน์ เคยดำรงตำแหน่งต่างๆ มากมาย อาทิ พ.ศ. 2537 เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2538 นอกจากนี้ ยังเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2544 เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย อันดับ 6 รวมทั้งเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และพ.ศ. 2548 ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

 

และในการเลือกตั้งครั้งนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ ที่ประกาศชิงดำจัดตั้งรัฐบาลโดยมี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จากพรรคอนาคตใหม่ผนึกกำลังพรรคเพื่อไทยชูคุณหญิงสุดารัตน์นั่งเก้าอี้นายกฯ

 

 

คนที่ 3 จากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ “บิ๊กตู่” นายทหารเกษียณอายุราชการปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 29 และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

 

พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 12 นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ารุ่นที่ 23 และเป็นศิษย์เก่าวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร เข้ารับราชการครั้งแรกที่กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ จากนั้นได้รับราชการในสังกัดกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ตามลำดับ นอกจากนั้นยังอยู่ในกลุ่มทหารบูรพาพยัคฆ์และทหารเสือราชินี เป็นอดีตผู้บัญชาการทหารบกซึ่งดำรงตำแหน่งระหว่างเดือนต.ค. 2553 ถึงต.ค. 2557

 

“บิ๊กตู่” เข้ามามีบทบาททางการเมือง เมื่อครั้งที่ประเทศเกิดวิกฤตทางการเมือง มีการประท้วงต่อต้านรัฐบาลของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยเมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2557 พล.อ.ประยุทธ์ ได้ทำการรัฐประหารและเข้ามาควบคุมประเทศในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

 

จากนั้นในวันที่ 21 ส.ค. 2557 สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเป็นเอกฉันท์ลงมติให้พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี เข้ามาบริหารประเทศจนถึงปัจจุบัน ก่อนจะได้รับการเสนอชื่อให้เป็นแคนดิเดตนายรัฐมนตรีจากพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งงานนี้ต้องจับตาดูว่า “บิ๊กตู่” จะสามารถนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีและสานต่องานได้อีกครั้งหรือไม่