1
shared

ภัยแล้งวิกฤติหนัก ธ.ก.ส. งัดมาตรการลดหนี้-ให้กู้ฟื้นฟูอาชีพ

10 เมษายน 2562 02:30 47
จับตาสถานการร์ภัยแล้งปีนี้รุนแรงกว่าทุกปีเหตุมาเร็วและกินเวลายาวนานคาดกระทบเศรษฐกิจเสียหายไม่ต่ำกว่า 2-3 หมื่นล้าน ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้ง ธ.ก.ส. เตรีมมาตรการไว้รับมือแล้ว

 

 สถานการณ์ภัยแล้งปีนี้เป็นที่จับตาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผลกระทบต่อพืชผลการเกษตร กำลังซื้อเกษตรกรและเศรษกิจโดยรวม เช่นเดียวกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่มองว่าภัยแล้งที่เกิดขึ้นปีนี้น่าเป็นห่วงรัฐบาลควรเร่งออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และเพื่อเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินหน้าได้ต่อไป

 

ขณะที่หลายสำนักประเมินว่าภัยแล้งที่มาเร็วกว่าทุกปีและกินเวลายาวนานถึงเดือนพ.ค.ทำให้บางพื้นที่เริ่มวิกฤติหนักในรอบ 20 ปี อาจส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 2-3 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตามภาครัฐไม่นิ่งนอนใจหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมเข้าไปดูแลบริหารจัดการน้ำและเตรียมตรการช่วยเหลือต่างๆ โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมให้การช่วยเหลือเกษตรกรลูกค้าทั้งบรรเทาภาระหนี้สินเดิมโดยขยายเวลาผ่อนชำระดอกเบี้ยได้ 3 -5 ปีและให้จ่ายเพียง 30% เนื่องจากส่วนใหญ่ได้ผ่อนปรนการชำระเงินต้น 3 ปีมาตั้งแต่ปีก่อนอยู่แล้ว รวมถึงยังเตรียมเงินให้กู้ใหม่เพื่อฟื้นฟูอาชีพเโดยปีนี้ มีวงเงินรวมกว่า 9.5 หมื่นล้านบาท 

 

อย่างไรก็ตามเบื้องต้นพบว่าพื้นที่การเกษตรในจังหวัดภาคกลางและภาคอีสานที่ปลูกข้าวเริ่มได้รับผลกระทบบ้างแล้ว โดยน่าจะเห็นชัดเดือนเม.ย.หรือพ.ค.นี้ รวมถึงผลไม้ลำใยทางภาคเหนือซึ่งหากภัยแล้งกินเวลายาวนานก็น่าจะขยายวงกว้างไปยังภาคอื่นๆด้วยและน่าจะมากกว่า 2-3 ล้านไร่ ธ.ก.ส.จึงเร่งเชิญชวนให้เกษตรกรหันไปปลูกพืชชนิดอื่นทดแทนเช่นข้าวโพด  และขอให้ทำประกันภัยพืชผลเพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นอีกทางหนึ่ง

 

จากความตื่นตัวรับมือภัยแล้งและการปรับตัวของเกษตรกร มาตรการต่างๆที่เตรียมไว้จึงน่าจะเพียงพอรองรับผลกระทบที่เกิดขึ้นและในอนาคตหากทุกฝ่ายร่วมมือกันเชื่อว่าภัยแล้งน่าจะไม่ส่งต่อชีวิตความเป็นอยู่ ราคาพืชผลอย่างรุนแรงเหมือนที่ผ่านมา