4
shared

ออสเตรเลียสาหัส! ติดโควิดกว่า500คน มากสุดนับตั้งแต่ระบาด

27 กรกฎาคม 2563 15:01 258
ออสเตรเลียสาหัส! ติดโควิดกว่า500คน มากสุดนับตั้งแต่ระบาด

ออสเตรเลียสาหัสหนักกว่าเดิม! พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 อีกกว่า 500 คน มากสุดนับตั้งแต่มีการระบาด

วันนี้ (27ก.ค.63) ทางการรัฐวิกตอเรีย รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มสูงสุดแบบรายวัน ทำให้ต้องออกมาเตือนประชาชนว่า มาตรการล็อกดาวน์ 6 สัปดาห์ อาจขยายออกไปอีก หากคนที่รู้สึกไม่สบาย ยังคงออกไปทำงานนอกบ้านอยู่อีก รัฐวิกตอเรีย ซึ่งเป็นรัฐที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มอีก 532 คน  ซึ่งถือว่า มากที่สุด  นับตั้งแต่เกิดโรคระบาดในออสเตรเลีย   และมีผู้เสียชีวิตอีก 6 ราย  ส่งผลให้ยอดรวมสะสมเป็น 77 ราย  หรือเกือบครึ่งหนึ่งของผู้เสียชีวิตทั้งประเทศ จำนวนผู้เสียชีวิตล่าสุดนั้น ปรากฏว่า 5 ราย อยู่ในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ

นายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน กล่าวว่า จำนวนผู้ติดโควิด-19 ที่เพิ่มสูงขึ้นมากในรัฐวิกตอเรีย แสดงให้เห็นว่า มีการแพร่เชื้อระหว่างผู้ป่วยที่เป็นคนหนุ่มสาว ซึ่งถูกมองว่ามีความเสี่ยงต่ำและแพร่ระบาดไปยังศูนย์ดูแลคนชรา ผ่านทางสมาชิกในครอบครัว

นายแดเนียล  แอนดริวส์ มุขมนตรีรัฐวิกตอเรีย เปิดเผยว่า หากผู้ใดมีอาการสูดจมูกบ่อยๆ ระคายเคืองหรือคันคอและมีไข้  ไม่ต้องไปทำงานและให้อยู่บ้าน มิเช่นนั้น จะทำให้ตัวเลขผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มขึ้น ดังนั้น มาตรการล็อกดาวน์ จะไม่มีวันสิ้นสุด จนกว่าคนที่รู้สึกป่วย จะหยุดทำงานนอกบ้าน 

พบว่า อัตราการเสียชีวิตในรัฐวิคตอเรีย สูงที่สุดในโลก โดยทางมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด รายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 2 เท่า ตลอด 4 วันที่ผ่านมา เมื่อวานนี้พบผู้เสียชีวิต 10 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 5 คนเมื่อ 4 วันก่อน ซึ่งหากเปรียบเทียบยอดผู้ติดเชื้อ ถือว่ารุนแรงกว่าประเทศในแถบแอฟริกัน อย่าง นามีเบีย, เลโซโธ ที่พบว่าไวรัสเพิ่มเป็น 2 เท่า ในทุก 6 หรือ 8 วัน 

ทั้งนี้ เมลเบิร์น เป็นเมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่ราว 1 ใน 5 ของประชากรทั้งหมด 25 ล้านคนในออสเตรเลีย  และขณะนี้  มาตรการล็อกดาวน์ 6 สัปดาห์ในเมืองเมลเบิร์น ผ่านมาแล้วครึ่งทาง ซึ่งการล็อกดาวน์ครั้งล่าสุด รวมถึงการห้ามประชาชนออกนอกบ้าน  ยกเว้นจำเป็น เช่น ซื้ออาหาร ซื้อยา หรือออกกำลังกาย แต่การที่ตัวเลขผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้มุขมนตรีรัฐวิกตอเรีย อาจเพิ่มมาตรการให้เข้มงวดมากขึ้นในปลายสัปดาห์นี้


เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com 
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live 
twitter : TNNONLINE 
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE 
Instagram : TNN_ONLINE 
TIKTOK : @TNNONLINE