6
shared

เปียก แฉะ ชื้น! รู้ทัน "โรคผิวหนัง" ที่มากับหน้าฝน

25 กรกฎาคม 2563 13:10 578
เปียก แฉะ ชื้น! รู้ทัน "โรคผิวหนัง" ที่มากับหน้าฝน

สมาคมแพทย์ผิวหนังฯ ให้ความรู้เกี่ยวกับ "โรคผิวหนัง" ที่มากับหน้าฝน เตือนคนไทยดูแลสุขภาพป้องกันตัวจากโรคภัยไข้เจ็บ

เผลอแป๊บเดียว ย่างเข้าเดือนที่ 8 ของปีแล้ว ระยะนี้ฝนตกเกือบทุกวัน นอกจากจะป้องกัน ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงปลอดภัยจากโรค Covid-19 แล้ว ควรดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ รวมทั้งสุขภาพผิวด้วย โดยเฉพาะในช่วงนี้เป็นช่วงต้นฤดูฝน มีหลาย ๆ โรคที่มักจะสร้างความเจ็บป่วยหรือก่อความรำคาญให้กับตัวเองและผู้อื่น

ผศ.พญ.สุวิรากร ธรรมศักดิ์ ประธานฝ่ายกิจกรรมสังคม สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคผิวหนังที่มากับหน้าฝน โดยจะเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับความอับชื้น  อย่าง "โรคน้ำกัดเท้า" ซึ่งคนที่ตั้งชื่อโรคนี้ก็เก่งมาก เพราะเวลาเท้าแช่น้ำนาน ๆ ทำให้เกิดผื่น ผิวแห้ง ผิวเปื่อยได้  ซึ่งจริง ๆ น้ำไม่ได้กัดแต่น้ำทำให้เกิดการระคายเคือง แห้ง แตกเป็นขุยได้ เมื่อแห้งอยู่นาน ๆ เชื้อราและแบคทีเรีย จะมาแทรกซ้อน โรคเชื้อราที่เท้าจะมีอาการคัน มีผื่นแดง บางครั้งอาจจะมีเม็ดใส ๆ ตามขอบเท้า หรือขอบนิ้ว ถ้าเป็นเชื้อยีสต์ จะเห็นเป็นผื่น ขุยขาว ๆ ตามซอกนิ้ว ส่วนเชื้อแบคทีเรีย จะมีอาการเจ็บ ผื่นแฉะเป็นหนอง 

การรักษาโรคที่มากับน้ำที่เท้า ต้องล้างเท้าทันที ที่กลับมาถึงบ้าน เช็ดให้สะอาด ทาโลชั่นให้ความชุ่มชื้น หรือถ้าเริ่มมีการอักเสบ ให้ทายาสเตียรอยด์อ่อน ๆ 2-3 วัน ถ้ามีเชื้อราแทรกซ้อน ต้องทายารักษาเชื้อราร่วมด้วย หรือถ้าเป็นมากให้ใช้ยารับประทานเชื้อรา ถ้าเท้าแฉะเป็นหนอง ให้รับประทานยาปฏิชีวนะ


"โรคเท้าเป็นรู Pitted keratolysis" หรือ "โรคเท้าเหม็น"

เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่อาจมองข้ามไป เพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติ โรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ที่ชอบความอับชื้น ลักษณะโรคจะเห็นฝ่าเท้ามีรูพรุนๆ เป็นวงๆ มีกลิ่นอับ มักพบในคนที่มีเหงื่อออกที่เท้าเยอะ การรักษาต้องใช้ยาปฏิชีวนะทาหรือรับประทาน

"โรคที่ความชื้น เป็นสาเหตุกระตุ้น"

เช่น ผดผื่น สิว หรือขุยบริเวณหน้า ตั้งแต่ผดเล็ก  ๆ อันเนื่องมาจากเมื่ออากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ทำให้มีเหงื่อหรือสารคัดหลั่งจากต่อมไขมันคั่งค้างในรูขุมขนได้ บางคนเรียกว่า ผดเหงื่อ หรือบางรายสิวขึ้นมากกว่าปกติ อันเนื่องจากผิวมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาพอากาศ และทำให้เชื้อสิวเจริญเติบโตมากกว่าปกติ ยิ่งช่วงนี้ที่ต้องใส่มาสค์ ตลอดโอกาสที่เกิดสิวจะง่ายกว่าปกติ


"โรคที่ระบาดในช่วงฤดูนี้"

โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสมักมากับฝน เช่น ไข้ออกผื่น โรคหัดดอกกุหลาบ (Pityriasis Rosea) ก็สามารถพบได้มากขึ้นในหน้าฝน ลักษณะของโรคนี้จะมีผื่นนำเป็นวงมักพบที่ลำตัวก่อนและลามมาทั่วตัว ตามตำแหน่งเหมือนคนใส่กางเกงขาสั้น เสื้อแขนสั้น สาเหตุที่แท้จริงไม่แน่ชัด สันนิษฐานว่าเป็นไวรัส ทำให้พบได้ในช่วงฤดูฝน โรคนี้สามารถหายเองได้

"ด้วงก้นกระดก"

พบได้บ่อยในช่วงฝนต่อหนาว ในบริเวณหนองน้ำ ลักษณะโรคจะเป็นตามรอยที่สัมผัสกับด้วงก้นกระดก เกิดจากสารเคมีในตัวมาสัมผัสผิวหนัง ด้วงไม่ได้กัด แต่เกิดจากเราไปบี้เอาสารในตัว ลักษณะบางครั้งจะเป็นเส้น ตามรอยที่เราปัด ทำให้บางครั้งคิดว่าเป็นโรคงูสวัด

"โรคงูสวัด"

เป็นเชื้อไวรัส Herpes Virus  เป็นเชื้อเดียวกับอีสุกอีใส เมื่อเป็นอีสุกอีใสหายแล้วเชื้อจะอยู่ในปมประสาท เมื่อร่างกายอ่อนแอ เชื้อจึงออกมาลักษณะเป็นกลุ่มของตุ่มน้ำ เรียงตัวเป็นเส้นตามเส้นประสาท มีอาการปวดแสบปวดร้อน ความรุนแรงขึ้นอยู่กับอายุของผู้ป่วย บางคนเมื่อหายแล้วจะมีอาการเส้นประสาทอักเสบได้อีกนาน ปัจจุบันแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคนี้ไว้ก่อนจะดีกว่า

ดังนั้น ในฤดูฝนนี้ ต้องรักษาสุขภาพกาย สุขภาพใจ ให้ดี พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์ แล้วคุณก็จะมีสุขภาพผิวที่ดี 


เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE