2
shared

FBI สอบสวนคนจีนใน 25 เมืองของสหรัฐ ต้องสงสัยเป็นสปาย

24 กรกฎาคม 2563 14:28 216
FBI สอบสวนคนจีนใน 25 เมืองของสหรัฐ ต้องสงสัยเป็นสปาย

เอฟบีไอสอบสวนผู้ถือวีซ่าจีน ในกว่า 25 เมืองทั่วสหรัฐ ที่ต้องสงสัยว่าปกปิดการมีความเกี่ยวข้องกับกองทัพจีน ขโมยข้อมูลความรู้ของสหรัฐครั้งใหญ่สุดในรอบกว่า 40 ปี

วันนี้ ( 24 ก.ค. 63 )กระทรวงยุติธรรมสหรัฐเปิดเผยว่า สำนักสอบสวนกลางสหรัฐ หรือเอฟบีไอ ได้ตั้งข้อหาชาวจีน 4 คน ในข้อหาโกงวีซ่า จากการปกปิดความจริงว่าเป็นสมาชิกกองทัพจีน ในการขอวีซ่าเพื่อทำการวิจัยในสถาบันทางวิชาการของสหรัฐ โดยจับกุมตัวได้แล้ว 3 คน และกำลังตามล่าตัวอีก 1 คน เชื่อว่าหลบซ่อนตัวอยู่ในสถานกงสุลจีนในนครซานฟรานซิสโก


นอกจากนี้ เอฟบีไอยังได้สอบสวนผู้ถือวีซ่าของจีน ในกว่า 25 เมืองทั่วสหรัฐ ฐานต้องสงสัยว่า ปกปิดการเป็นสมาชิกของกองทัพจีน 


ขณะเดียวกัน คำสั่งของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ที่สั่งให้ปิดสถานกงสุลจีนในเมืองฮุสตัน รัฐเท็กซัส จะมีผลภายในวันนี้


แถลงการณ์ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ยังได้อ้างคำพูดของ จอห์น ดีเมอร์ ผู้ช่วยอัยการสูงสุดของสหรัฐ ที่ระบุว่า นักวิทยาศาสตร์จีนที่เป็นสมาชิกของกองทัพจีน ได้ยื่นขอวีซ่านักวิจัยในสหรัฐ โดยปกปิดความจริงว่า พวกเขาเป็นสมาชิกของกองทัพจีน ดีเมอร์กล่าวหาว่า นี่เป็นแผนการของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ที่ฉวยโอกาสจากการที่สหรัฐเป็นสังคมเปิด ในการเอาเปรียบสถาบันทางวิชาการของสหรัฐ


ด้าน เจมส์ มัลวีนอน ผู้เชี่ยวชาญด้านกองทัพจีนและปฏิบัติการทางไซเบอร์ ระบุว่า การกระทำของสหรัฐครั้งนี้ นับเป็นการปราบปรามการขโมยทรัพย์สินทางปัญญาที่กระทำโดยจีน ครั้งใหญ่ที่สุด ที่เคยเกิดขึ้นในความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐ ที่มีมานานกว่า 40 ปี นับตั้งแต่ที่ 2 มหาอำนาจเริ่มกระบวนการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2522 เป็นต้นมา


และจะยิ่งเพิ่มความขัดแย้งให้แก่วิกฤติความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ชาติมหาอำนาจที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งกำลังถูกมองว่าเป็น “สงครามเย็น” ครั้งใหม่ ที่เปลี่ยนคู่สงครามจากสหรัฐกับรัสเซีย มาเป็นสหรัฐกับจีน


ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา คริสโตเฟอร์ เรย์ ผู้อำนวยการเอฟบีไอ เปิดเผยว่า ในการสอบสวนของเอฟบีไอ เกี่ยวกับการจารกรรมข้อมูลข่าวกรองในสหรัฐทั้งหมด 5,000 ครั้งนั้น พบว่า มีเกือบครึ่งหนึ่ง ที่พัวพันไปถึงจีน 


ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐกล่าวหาจีนใช้ปฏิบัติการทางไซเบอร์ และการจารกรรม ขโมยข้อมูลความรู้ด้านเทคโนโลยี ทางทหาร และด้านอื่นๆ ของสหรัฐ เพื่อหวังจะเข้าแทนที่สหรัฐ ในฐานะมหาอำนาจทางการทหารและทางการเงินของโลก แต่จีนปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว


เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com
facebook : TNNThailand
facebook live : TNN Live
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNThailand
Instagram : @tnn_online
TIKTOK : @tnnonline