9
shared

เปิดประวัติ “ซีอุย แซ่อึ้ง” จากคดีสะเทือนขวัญ สู่ตำนานมนุษย์ (กิน) คน

21 กรกฎาคม 2563 11:01 2101
เปิดประวัติ “ซีอุย แซ่อึ้ง” จากคดีสะเทือนขวัญ สู่ตำนานมนุษย์ (กิน) คน

เปิดตำนาน "ซีอุย" เจ้าของฉายา "มนุษย์กินคน" หลังได้สิทธิความเป็นมนุษย์กลับคืน เตรียมฌาปนกิจร่าง 23 ก.ค.นี้

 

คืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ล้างฉายามนุษย์กินคน

 

          กว่า 60  ปี ที่ชื่อของ นาย ซีอุย แซ่อึ้ง ถูกหลายคนจดจำในฐานะ มนุษย์กินคน ที่จนถึงวันนี้ เมื่อมีข่าวการฆ่าผ่าศพควักเครื่องในกันเมื่อใด ก็จะต้องพูดไปถึง “ซีอุย” ฆาตกรสยองขวัญซึ่งเป็นข่าวโด่งดัง ราวปี 2497-2501  

          ตำนาน "มนุษย์กินคน" กลับมาเป็นที่สนใจของสังคมไทยอีกครั้ง เมื่อปี พ.ศ. 2562 ที่เกิดกระแสเรียกร้องให้มีการนำศพซีอุยออกจากโรงพยาบาลศิริราช เพราะเห็นว่าซีอุยไม่ใช่ฆาตกรตัวจริงของเหยื่อทั้งหมด แล้วให้นำไปประกอบพิธีศพ หลังตกเป็นเหยื่อความอยุติธรรม และถูกจัดแสดงประจานมานานกว่า 60 ปี    โดยมีแคมเปญรณรงค์ล่ารายชื่อในเว็บไซด์ Change.org หัวข้อ 'นำร่าง ซีอุย แซ่อึ้ง ออกจากพิพิธภัณฑ์ศิริราช คืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ล้างฉายามนุษย์กินคน'  กระทั่งวันที่ 2 กรกฎาคมปีเดียวกัน โรงพยาบาลศิริราชได้ประกาศตามหาญาติซีอุย  เพื่อหารือเกี่ยวกับการจัดการร่างของซีอุย 


        ทั้งนี้ ทางกรมราชทัณฑ์เห็นว่านาย ซีอุย เป็นบุคคลไร้ญาติและอยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ สามารถดำเนินการได้ จึงกำหนดให้มีการเผาศพนาย ซีอุย โดยจะเชิญผู้เกี่ยวข้องทั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ชาวบ้านทับสะแก เจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชนเข้าร่วมในงานฌาปนกิจ ดังกล่าวด้วย โดยพิธีดังกล่าวจะจัดเวลา 10.00 น.ที่วัดบางแพรกใต้


 

ปฐมบท.... ซีอุย แซ่อึ้ง

           ซีอุย มีชื่อจริงว่า หลีอุย แซ่อึ้ง  แต่คนไทยเรียกเพี้ยนเป็น ซีอุย เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2470 ตำบลฮุนไหล จังหวัดซัวเถา ประเทศจีน  ครอบครัวมีอาชีพทำไร่ และมีฐานะยากจน เขาตระเวนตามที่ต่าง ๆ อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง มักถูกเด็กด้วยกันทำร้ายและเอาเปรียบจนเกิดความแค้นในใจ  หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ลงว่า ซีอุยวัยเด็กไปพบกับนักบวชรูปหนึ่งที่แนะนำให้เขากินหัวใจและตับมนุษย์เพื่อให้มีพละกำลัง ทำให้เขาหันมาฆ่าสัตว์เพื่อกินเนื้อดิบโดยเฉพาะเครื่องในนับแต่นั้น

            ซีอุย เดินทางเข้ามาในประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2489 ทางเรือโปรดิว  ก่อนจะเดินทางไปที่ อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตรงกับคำให้การวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2501 ยืนยันว่า "มาอยู่เมืองไทยครั้งแรกที่ตำบลทับสะแก ประจวบคีรีขันธ์"

            ในระยะ 8 ปีแรกที่อยู่ในประเทศไทย ซีอุยไม่ได้ก่อคดีร้ายแรงใด ๆ นอกจากคดีทะเลาะวิวาทบ้างเป็นบางครั้ง แต่เงื่อนงำที่สำคัญก็คือ เส้นทางและแหล่งพักพิงของซีอุย ตรงสถานที่เกิดเหตุของคดีทั้ง 7 อย่างเหลือเชื่อ คือ ประจวบคีรีขันธ์ 5 คดี กรุงเทพฯ นครปฐม และระยอง แห่งละ 1 คดี

            รายชื่อผู้เสียหายที่รับสารภาพ

ตำรวจได้คำรับสารภาพจากซีอุยในคดีฆ่าเด็กทั้งหมด 7 คน ดังนี้

 

1        เด็กหญิงบังอร ภมรสูตร   8 เมษายน 2497

อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์    ถูกเชือดคอ แต่รอดชีวิต

2        เด็กหญิงนิด แซ่ภู่ 10 พฤษภาคม 2497

อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์    ศพถูกชำแหละ อวัยวะภายในหายไป

3        เด็กหญิงลิ้มเฮียง แซ่เล้า   20 มิถุนายน 2497

อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์    ถูกเชือดคอ และถูกข่มขืนกระทำชำเรา

4        เด็กหญิงกำหงัน แซ่ลี้      27 ตุลาคม 2497

อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์    ถูกเชือดคอ

5        เด็กหญิงลี่จู แซ่ตั้ง         28 พฤศจิกายน 2497

อำเภอดุสิต จังหวัดพระนคร        ศพถูกชำแหละ

6        เด็กหญิงซิ่วจู แซ่ตั้ง        5 กุมภาพันธ์ 2500

อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม       ศพถูกชำแหละ อวัยวะภายในหายไป

7        เด็กชายสมบุญ บุญยกาญจน์       27 มกราคม 2501

อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง  ศพถูกชำแหละ ตับและหัวใจหายไป และพยายามอำพรางศพด้วยการเผา (ศาลอุทธรณ์พิพากษาประหารชีวิต)

        ซีอุยถูกนำตัวมาสอบสวนตั้งแต่คืนวันที่ 27 มกราคม 2501 มีการบันทึกคำเป็นหลักฐานลงในวันที่ 30 มกราคม เนื่องจากซีอุยพูดและอ่านเขียนไทยไม่ได้การสอบสวนแต่ละครั้งจึงมีล่ามจีนอยู่เสมอ เนื้อหาของบันทึกปากคำฉบับวันที่ 30 มกราคม มี 3 เรื่องใหญ่ๆ คือ ยอมรับคดีที่ระยอง และปฏิเสธข้อกล่าวหาคดีกรุงเทพและคดีนครปฐม ซีอุยยอมรับคดีที่ระยองว่าเป็นการกระทำผิดครั้งแรก  โดยกล่าวนัยว่า "ไม่เคยฆ่าคนเพื่อจะเอาตับและหัวใจมากินเลย

 

 

ปัจฉิมบท....บทสุดท้าย ของนายซีอุย 

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2501  ศาลอุทธรณ์ตัดสินประหารชีวิตเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2501 และมีการประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2502

ศาสตราจารย์นายแพทย์สงกรานต์ นิยมเสน หัวหน้าภาควิชานิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช ขอรับศพซีอุยมาผ่าตรวจสมอง ส่วนร่างถูกเก็บรักษาในลักษณะดอง

หลังจากนั้นคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้รับมอบร่างนายซีอุยมาจัดแสดง โดยเขียนข้อความว่า "นายซีอุย แซ่อึ้ง (มนุษย์กินคน)"   

วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 มีข่าวว่าโรงพยาบาลศิริราชปลดป้าย "มนุษย์กินคน" ออกไปแล้ว พร้อมทั้งเตรียมจัดทำบอร์ดให้ความรู้แก่สาธาณะเกี่ยวกับคดี  ด้านฟาโรห์ จักรภัทรานน เจ้าของเว็บไซต์ Change.org ที่รณรงค์เรื่องซีอุย ให้สัมภาษณ์ว่า อยากให้ฌาปณกิจร่าง แล้วอาจจะนำหุ่นขี้ผึ้งมาจัดแสดงแทน และมีความเห็นว่า "ไม่ได้ตัดสินว่าซีอุยไม่ได้เป็นมนุษย์กินคน แต่อยากให้ประชาชนที่มาอ่านข้อมูลได้ตัดสินเองว่าซีอุยเป็นมนุษย์กินคนหรือไม่"

 

 

 

ประจานซ้ำ – ตอกย้ำ ภาพจำ มนุษย์กินคน” 

เรื่องราวความสยดสยอง ของ ซีอุย ถูกทำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์และภาพยนตร์ อยู่หลายครั้ง  เริ่มตั้งแต่ปี 2527 เมื่อ กันตนานำมาสร้างละครโทรทัศน์ชื่อเรื่องว่า  ซีอุย ออกอากาศ ทางช่อง 5 โดย เทอดพร มโนไพบูลย์ เป็นผู้รับบท ซีอุย เป็นการรื้อฟื้นความทรงจำของสังคม และ เทิดพร ถูกมองว่าเป็นตัวแทนของซีอุยในฐานะฆาตกรโรคจิต

ต่อมาราวปี  2547  แมทชิง โมชัน พิกเจอส์  นำมาสร้างภาพยนตร์เรื่อง ซีอุย  ซึ่งได้ฉายในต่างประเทศด้วย มีโฆษณาในโปสเตอร์ว่า "ผีหรือคน" เป็นการเน้นย้ำการกินมนุษย์ของซีอุย รวมถึงในวงการมวยไทย มีนักมวยไทยใช้ชื่อ ซีอุย ส.สุนันท์ชัย ในการขึ้นชก

ไม่เพียงแค่นี้ ทุกครั้งที่เด็กมีความประพฤติไม่ดี ผู้ใหญ่มักจะขู่ด้วยคำพูดที่ว่า "เดี๋ยวให้ซีอุยมากินตับ"   ยิ่งนับเป็นการตอกย้ำภาพของฆาตกรโรคจิต และถูกฝังในหัวคนไทยจากรุ่นสู่รุ่น 



ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เตรียมฌาปนกิจ ซีอุย แซ่อึ้ง หลังได้สิทธิความเป็นมนุษย์กลับคืน

ไม่เจอญาติแท้จริง! ศิริราชนำร่าง 'ซีอุย' ออกจากพิพิธภัณฑ์

เริ่มวันแรก! ศิริราชประกาศตามหาญาติ 'ซีอุย' ให้เวลาแสดงตัว1เดือน

ปลดป้าย ”มนุษย์กินคน” คืนความเป็นธรรม "ซีอุย"


เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com 
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live 
twitter : TNNONLINE 
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE 
Instagram : TNN_ONLINE 
TIKTOK : @TNNONLINE