2
shared

เกมนัดสุดท้าย“เดอะ แชมเปี้ยนชิพ”กับการชิงตั๋วเลื่อนชั้นใบที่ 2

21 กรกฎาคม 2563 01:13 277
เกมนัดสุดท้าย“เดอะ แชมเปี้ยนชิพ”กับการชิงตั๋วเลื่อนชั้นใบที่ 2

เวสบรอมวิช , เบรนท์ฟอร์ด และ ฟูแล่ม จะเป็น 1 ใน 3 ทีม ที่ได้ตั๋วเลื่อนชั้นอัติโนมัติใบสุดท้ายสู่พรีเมียร์ลีก กับเกมนัดเดียวที่เหลือของฤดูกาลนี้ ใครจะมีโอกาสตามลีดส์ไปมากที่สุด ไปตรวจสอบกัน...

ศึกฟุตบอลเดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ ฤดูกาล 2019-2020 เราได้บทสรุปของทีมแชมป์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นการกลับมาเล่นบนลีกสูงสุดครั้งแรกในรอบ 16 ปีของ “ยูงทอง” ลีดส์ ยูไนเต็ด สโมสรดังในอดีตที่เชื่อว่าแฟนบอลชาวไทยหลายคนนั้นน่าจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีในช่วงยุค 90 ปลายๆ จนถึง 2000 ต้นๆ 


ซึ่งพวกเขาคว้าแชมป์ไปแล้วชนิดที่ว่าไม่ต้องไปลุ้นกันจนถึงนัดสุดท้าย เพราะเกมนัดล่าสุดทีมอันดับ 3 ที่มีลุ้นขั้วแชมป์อย่าง “ผึ้งน้อย” เบรนท์ฟอร์ด ดันไปสะดุดขาตัวเองบุกไปพ่ายให้กับ “ช่างปั้นหม้อ” สโต๊ค ซิตี้ 1-0 กลายพ่ายแพ้ในเกมนี้ส่งผลให้พวกเขาหมดลุ้นแชมป์ทันที และยังส่งให้ ลีดส์ ยูไนเต็ด การันตีการคว้าแชมป์พร้อมคว้าตั๋วเลื่อนชั้นกลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แบบไม่ต้องลุ้นนัดสุดท้าย


ทำให้ในเวลานี้สถานการณ์ลุ้นรองแชมป์เพื่อคว้าตั๋วใบที่ 2 ในการเลื่อนชั้นไปเล่นในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังคงสนุกเข้มข้นอยู่เพราะมีลุ้นกันถึง 3 ทีมเลยทีเดียว ได้แก่ “เดอะ แบ็กกี้ย์” เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน, เบรนท์ฟอร์ด และ “เจ้าสัวน้อย” ฟูแล่ม ที่จะฟาดแข้งกันนัดสุดท้ายในคืนวันพุธที่ 23 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้


โดยทีมที่ได้ทีมที่ได้เปรียบคือ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ที่มีอยู่ 82 คะแนน นำอันดับ 3 อย่าง เบรนท์ฟอร์ด 1 แต้ม และอันดับ 4 อย่างฟูแล่ม 2 แต้ม ในเกมนัดสุดท้ายพวกเขาจะได้เล่นในถิ่นเดอะฮอว์ธอร์นรั้งเหย้าของตัวเองต้อนรับการมาเยือนของ “ทหารเสือราชินี” ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ ที่ถสานการณ์ลอยตัวไม่ได้ลุ้นอะไรรั้งอันดับกลางตาราง หากเวสต์บรอมฯ สามารถเก็บ 3 แต้มได้ก็ไม่ต้องไปลุ้นทีมอื่น


ส่วน เบรนท์ฟอร์ด การออกไปพ่ายให้กับ สโต๊ค ซิตี้ เมื่อวันเสาร์ถือว่าส่งผลร้ายแรงเป็นอย่างมาก เป็นเหมือนการทิ้งโอกาสที่จะแซงอันดับ 2 ไปแบบดื้อๆ ในเกมนัดสุดท้ายจะได้เล่นในกริฟฟิน พาร์ค บ้านของตัวเองต้อนรับการมาเยือนของทีมที่กำลังหนีตายอย่าง “เจ้าตูบ” บาร์นสลีย์ ที่มีเงื่อนไขเดียวที่จะทำให้พวกเขาอยู่รอดคือชนะเท่านั้น แน่นอนว่าเกมคู่นี้น่าจะสนุกตื่นเต้นเร้าใจในทุกนาที เพราะต่างฝ่ายต่างต้องการชัยชนะด้วยกันทั้งคู่ ดูแล้วน่าจะใส่กันยับแน่นอน แถสสถิติการพบกันช่วงหลังก็ถือว่าสูสี บวกกับฟอร์มของบาร์นสลีย์ก็ไม่ธรรมดาเกมล่าสุดเพิ่งอัด “เจ้าป่า” น็อตติ้งแฮมป์ ฟอเรสต์ มา 1-0 


 ขณะที่ทีมสุดท้ายที่มีลุ้นอันดับ 2 อย่าง ฟูแล่ม ภายใต้การคุมทีมของ สก็อต พาร์คเกอร์ อดีตมิดฟิลด์ของ “สิงห์บลูส์” เชลซี นัดสุดท้ายจะต้องออกไปเยือน “เดอะ ลาติกส์” วีแกน แอธเลติก ทีมกลางตารางที่เพิ่งทำสถิติใหม่ของวงการฟุตบอลอังกฤษด้วยการอัดคู่แข่งอย่าง ฮัลล์ ซิตี้ 7-0 ภายในครึ่งเวลาแรก เงื่อนไขของฟูแล่มต้องชนะไว้ก่อน จากนั้นต้องไปลุ้นอีก 2 ต่อ คือให้เบรนท์ฟอร์ดไม่ชนะบาร์นสลีย์ และลุ้นให้ เวสต์บรอมวิช แพ้ ควีนส์ปาร์คฯ คารัง ถือว่ายากมาก


ส่วนที่ยังมีลุ้นกันอยู่คือพื้นที่อันดับ  5 และ 6 ที่จะได้สิทธ์ไปเล่นรอบเพลย์ออฟเพื่อชิงตั๋วเลื่อนชั้นใบสุดท้าย สถานการณ์ก็น่าสนใจมีลุ้นกับ 3 ทีมคือ น็อตติ้งแฮมป์ ฟอเรสต์, คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ และ สวอนซี ซิตี้ โดยสองทีมแรกนั้นมี 70 แต้มเท่ากัน ส่วน สวอนซี มี 67 แต้ม ซึ่งสถานการณ์ของพวกเขาคือการเอาชนะในเกมนัดสุดท้ายด้วยสกอร์ที่เยอะๆเข้าไว้ เพราะลูกได้เสียนั้นเป็นรองสองทีมข้างบนอยู่ โดยจะต้องออกไปเยือน เรดดิ้ง ที่ไม่มีลุ้นอะไรแล้ว ส่วน ฟอเรสต์ จะได้เล่นในบ้านเจอกับ สโต๊ค ซิตี้ และคาร์ดิฟฟ์จะรับการมาเยือนของ ฮัลล์ ซิตี้ ทีมบ๊วยที่ตกชั้นไปแล้ว 99.99% 


ปิดท้ายกันที่โซนท้ายตารางการลุ้นหนีตกชั้นก็คือว่าเข้มข้นไม่แพ้กัน ตัด ฮัลล์ ซิตี้ ไป 1 ทีมแม้ว่าทางทฤษฎีจะยังพอเป็นไปได้ แต่ในทางปฏิบัติไม่น่ารอดแล้วต้องชนะเท่านั้นและลูกได้เสียตามหลังเป็น 10 ลูก ทำให้ยังต้องลุ้นกันอยู่ 6 ทีมคือ ฮัดเดอร์ฟิลด์, มิดเดิ้ลสโบรช์,เบอร์มิ่งแฮม, ชาร์ลตัน, ลูตัน ทาวน์ และบาร์นสลีย์ 


 ส่วนบทสรุปจะเป็นอย่างไรนั้นก็คงต้องรอลุ้นกันในเกมนัดท้ายคืนวันพุธที่ 23 ที่กำลังจะถึงนี้ เวลา 01.30น. เตะพร้อมกับทุกคู่ตามเวลาในประเทศไทย


                            ปลั๊ก ภุมเรศ 


ขอบคุณภาพจาก : https://twitter.com/lufc