3
shared

เปิดเทรนด์อสังหาฯยุคหลังโควิด-19“วิถีชีวิตแบบเศรษฐกิจติดบ้าน”

17 กรกฎาคม 2563 10:19 99
เปิดเทรนด์อสังหาฯยุคหลังโควิด-19“วิถีชีวิตแบบเศรษฐกิจติดบ้าน”

แมกโนเลีย ควอลิตี้ดีเวล็อปเม้นต์คอร์ปอเรชั่น เผยเทรนด์ธุรกิจอสังหาฯยุคหลังโควิด-19จะเป็น New normal “วิถีชีวิตแบบเศรษฐกิจติดบ้าน”เน้นพัฒนาโครงการพื้นที่สีเขียว

วันนี้ (17 ก.ค.63) นายวิสิษฐ์  มาลัยศิริรัตน์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทแมกโนเลีย ควอลิตี้ดีเวล็อปเม้นต์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เกิดพฤติกรรมที่เป็น New normal ขึ้นมากมาย อาทิ การ Work from Home เพื่อลดการติดต่อหรือสัมผัสกับบุคคลภายนอกบ้าน การหันมาทำอาหารรับประทานเองภายในครอบครัวแทนการออกไปทานอาหารนอกบ้าน  เพราะร้านอาหารไม่สามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ  การหันมาปลูกต้นไม้เพื่อหากิจกรรมทำคลายเครียดเมื่อต้องอยู่บ้านตลอด 24 ชั่วโมงหลาย ๆ วันติดกัน

ด้านนายการดี  เลียวไพโรจน์   หัวหน้าคณะที่ปรึกษาศูนย์วิจัยอนาคตศึกษา ฟิวเจอร์เทลส์แล็บ(FutureTales Lab by MQDC) เปิดเผยว่า งานวิจัยของศูนย์วิจัยอนาคตศึกษา (FutureTales Lab)ที่พบว่า การเก็บตัวอยู่กับบ้านในช่วงการแพร่ระบาดของโควิดได้ส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคต่อการลงทุนซื้อที่อยู่อาศัยไปสู่วิถีชีวิตแบบเศรษฐกิจติดบ้านหรือ บ้านคือทุกสิ่ง Everything At Homeโดยพบว่า คนเรามีความต้องการพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น (Prioritizing Space Over Convenience) จากที่ผ่านมาทุกอย่างรวมตัวกันอยู่ในกลางเมือง โดยยึดเอาแนวเส้นการเดินทางที่ใกล้รถไฟฟ้าเป็นปัจจัยหลักในการเลือกซื้อ  แต่ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลต่อการทำงานในอนาคตที่หลายบริษัทเริ่มปรับรูปแบบให้สามารถทำงานที่บ้านได้มากขึ้น ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปที่ทำงานทุกวัน  การเลือกที่อยู่อาศัยจึงไม่จำเป็นต้องอยู่ในเมือง หรือในคอนโดมิเนียมขนาดเล็กกลางใจเมืองเท่านั้นคนจะเปลี่ยนเป็นมองหาบ้านนอกเมืองที่มีพื้นที่มากขึ้น มีสวนมีพื้นที่สีเขียวมาเป็นที่อยู่อาศัยประจำแทน 

ทั้งนี้ โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ MQDC อยู่ระหว่างการพัฒนาแบบ ขาย ก่อสร้าง และอยู่ในช่วงการโอน ทั้งหมด 24 โครงการ มูลค่ารวมมากกว่า 300,000 ล้านบาท  โดยมีโครงการระดับซูเปอร์ลักซูรี ได้แก่ แมกโนเลียส์ วอเตอร์ฟรอนท์เรสซิเดนซ์ ณ ไอคอนสยามจำนวน 379 ยูนิต,เดอะเรสซิเดนซ์แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ จำนวน 146 ยูนิต  มีลูกค้าโอนไปแล้วเกือบ 100% และกว่า 60% ตามลำดับ มูลค่าโครงการรวม 2 โครงการกว่า 20,000 ล้านบาท และมียอดโอนรวมกันกว่า 15,000 ล้านบาท

นอกจากนี้  ยังมีโครงการอื่นๆ อาทิ วิสซ์ดอม อเวนิว รัชดา-ลาดพร้าว, วิสซ์ดอม สเตชัน รัชดา-ท่าพระ, วิสซ์ดอม คอนเนค สุขุมวิท, วิสซ์ดอม เอสเซ้นส์ สุขุมวิท, วิสซ์ดอม อินสปาย สุขุมวิท, และมีโครงการที่ยังเดินหน้าก่อสร้างพร้อมเปิดขายแล้วจำนวน 3 โครงการ ได้แก่   เดอะฟอเรสเทียส์, เดอะสแตรนด์, มัลเบอร์รี่ โกรฟ สุขุมวิท รวมทั้ง มีโครงการที่อยู่ระหว่างการศึกษาเพิ่มอีก 3-5 โครงการ โดยทางบริษัทฯ มองว่าวิกฤตโควิดเป็นโอกาสที่จะได้เสนอการอยู่อาศัยที่ดีในแบบ For All Well-Beingเพื่อสุขภาพกายใจที่ดีตามวิถีชีวิตใหม่หลังโควิดได้ผ่านพ้นไป

ข่าวที่กี่ยวข้อง 

 ความเชื่อมั่นธุรกิจอสังหาฯร่วงต่ำกว่าค่ากลาง 5 ไตรมาสติดต่อกัน

10อสังหาฯรายได้6.3หมื่นล.

 อสังหาฯ ชะลอตัว! บ้าน-คอนโด สต็อกทะลัก 1.75 แสนยูนิต


เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com
facebook : TNNThailand
facebook live : TNN Live
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNThailand
Instagram : @tnn_online
TIKTOK : @tnnonline