4
shared

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2019-20 สัปดาห์ที่ 36 อาร์เซนอล พบ ลิเวอร์พูล

16 กรกฎาคม 2563 04:40 2894
ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2019-20 สัปดาห์ที่ 36 อาร์เซนอล พบ ลิเวอร์พูล

ซาดิโอ มาเน่ ทำประตูให้ทีมออกนำก่อน แต่ อลีสซง เบ็คเกอร์ กับ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ที่จ่ายบอลพลาด จนทำให้ อาร์เซน่อล ได้ 2 ประตู ก่อนที่เมื่อจบการแข่งขันจะเป็น ลิเวอร์พูล แพ้ อาร์เซน่อล 1-2 ทำให้"ปืนใหญ่"เก็บสามแต้มแต่ยังที่ 9

วันนี้ (16 ก.ค. 63) ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัด 36 ของฤดูกาล ที่สนาม เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม เป็นการพบกันของ อาร์เซนอล เปิดบ้านรับการมาเยือน ลิเวอร์พูล ลงทำการแข่งขันเวลา 02.15 น.


ครึ่งเวลาแรก

เริ่มเกมมาทั้งสองทีมพยายามเปิดบอลทำเกมรุกบุกเข้าใส่กันแต่ยังไม่มีทีมใดทำประตูได้ เกมผ่านไปแล้ว 10 นาที อาร์เซน่อล เปิดบ้านเสมอ ลิเวอร์พูล 0-0

หลังจากนั้นอีก 2 นาที คีแรน เทียร์นี่ย์ จ่ายบอลคืนหลังให้ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ก่อนพยายามจะเตะเปิดเกม แต่บอลไปติดบล็อคของ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ก่อนกระดอนไปเชาออกหลัง 

นาทีที่ 20 จากจังหวะที่ ทีมเยือนเดินหน้าครองบอล ก่อนเป็น โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ เลี้ยงบอลขึ้นมาก่อนจ่ายให้ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ได้จังหวะตบบอลเข้ากลางไปในเขตโทษ แล้วเป็น ซาดิโอ มาเน่ ได้จังหวะยิงโล่งๆ ส่งบอลเข้าประตูไป ช่วยให้ ลิเวอร์พูล บุกนำ อาร์เซน่อล 1-0 

นาทีที่ 32 เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ โดน รีสส์ เนลสัน เข้ามาสกัดบอลจากด้านหลังจึงพยายามคืนบอลให้ อลีสซง เบ็คเกอร์ แต่โดน อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ เข้ามาตัดบอลได้ก่อน อลีสซง เบ็คเกอร์ ก่อนยิงเข้าประตูไปอย่างง่ายดาย ช่วยให้ อาร์เซน่อล ตามตีเสมอ ลิเวอร์พูล 1-1

นาทีที่ 44 แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ทุ่มบอลไปให้ อลีสซง เบ็คเกอร์ ก่อนเตะบอลเปิดเกมไม่ดี อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ได้บอล ก่อนจ่ายบอลเข้ากลางไปให้ รีสส์ เนลสัน ได้จังหวะยิงส่งบอลผ่านมือของ อลีสซง เบ็คเกอร์ เข้าไปช่วยให้ อาร์เซน่อล ออกนำ ลิเวอร์พูล 2-1 หลังจากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มเติมได้ หมดเวลาการแข่งขันครึ่งแรก อาร์เซน่อล นำ ลิเวอร์พูล 2-1


ครึ่งเวลาหลัง

เริ่มครึ่งหลังมานาทีที่ 49 ซาดิโอ มาเน่ ได้เปิดบอลเลยไปถึง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ได้จังหวะยิงบอลไปติดบล็อค ก่อนมาเข้าทางเจ้าตัว เลือกเปิดบอลเข้าไปหน้าปากประตู กองหลังเจ้าถิ่นสกัดออกมา ก่อนเป็น แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ได้จังหวะยิงโดนไม่เต็มบอลไป เข้าทาง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้จังหวะยิงบอลแฉลบกองหลังเจ้าถิ่นออกหลังไป 

นาทีที่ 54 เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ เปิดบอลยาวมาให้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ได้จังหวะเปิดเลียดจากด้านขวา ก่อนเป็น โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดึงบอลหลบ ดาวิด ลุยซ์ ก่อนตัดสินใจแต่บอลยังไปติดเซฟของ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ

นาทีที่ 57  ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง,โจ วิลล็อค และ ดานี่ เซบายอส ถูกส่งลงสนามแทนที่ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์,รีสส์ เนลสัน และ ลูคัส ตอร์เรร่า

นาทีที่ 61 ทาคูมิ มินามิโนะ และ นาบี เกอิต้า ถูกส่งลงสนามแทนที่ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ กับ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน

หลังจากนั้นอีก 2 นาที นาบี เกอิต้า จ่ายบอลทะลุช่องให้ ทาคูมิ มินามิโนะ ได้บอลในเขตโทษ ก่อนตัดสินใจยิงบอลหลุดเสาออกไป 

นาทีที่ 75 จากจังหวะเตะมุมของทีมเยือน เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เล่นบอลสั้นกับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ก่อนได้จังหวะเปิดบอลเข้าไปในเขตโทษก่อนเป็น เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ได้จังหวะโหม่งบอลหลุดออกหลังไป

หลังจากนั้นในนาทีที่ 76 เอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ส ได้โอกาสลงสนามแทนที่ เซดริก โซอาเรส

นาทีที่ 82 เชอร์ดาน ชากิรี่ กับ ดิว็อค โอริกี้ ถูกส่งลงสนามแทนที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ จอร์จินโย่ ไวนัลดุม ก่อนที่นาทีที่ 85 เซอัด โคลาซินัช ได้โอกาสลงสนามแทนที่ บูกาโย่ ซาก้า

หลังจากนั้นอีก 1 นาที แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน วางบอลยาวให้ ซาดิโอ มาเน่ ได้บอลหลุดเขาไปในเขตโทษ ก่อนตัดสินใจยิงบอลหลุดเสาออกไป 

หลังจากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มเติมได้ หมดเวลาการแข่งขัน ลิเวอร์พูล แพ้ อาร์เซน่อล 1-2 ทำให้"หงส์แดง"อดทำสถิติเก็บคะแนนถึง100แต้มแน่นอนแล้ว ขณะที่ฝั่ง "ปืนใหญ่"เก็บสามแต้มสำคัญแต่ยังที่ 9 ของตารางตามเดิม


11 คนแรกที่ลงสนามเป็นตัวจริง

อาร์เซน่อล ระบบ (3-4-2-1) : เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ; ร็อบ โฮลดิ้ง, ดาวิด ลุยซ์,คีแรน เทียร์นี่ย์ ;เซดริก โซอาเรส, กรานิต ชาคา,ลูคัส ตอร์เรร่า ,รีสส์ เนลสัน; นิโกล่าส์ เปเป้, อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ,บูกาโย่ ซาก้า

ลิเวอร์พูล ระบบ (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ ; เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ; จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, ฟาบินโญ่,อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ; โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่ 


ไฮไลท์การแข่งขัน