2
shared

แม่'น้องพลอย'เดินหน้าฎีกา ร้องโทษประหาร 'จ.ส.อ.' ฆ่า-เผานั่งยางลูกสาว

10 เมษายน 2562 02:30 102
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำคุก 33 ปี 11 เดือน จ่าสิบเอกพลกฤษ วิเศษ ที่ลงมือฆ่า-เผานั่งยาง นางสาวพลอยนรินทร์ ปั้นทอง โดยแม่ของผู้ตาย ยืนยัน สู้ต่อในชั้นฎีกา เพื่อให้ลงโทษประหารชีวิต

 

นางพัชรี ปั้นทอง ยังนำภาพถ่ายของนางสาวพลอยนรินทร์ ปั้นทอง ลูกสาวที่ถูกฆ่าเผานั่งยางเมื่อปี 2557 มาฟังคำพิพากษาในชั้นอุทธรณ์ ที่ศาล จ.สระบุรี ในวันนี้ โดยบอกว่าเป็นสิ่งสุดท้ายที่จะทำให้ลูกสาวได้ ไม่ว่าผลการอุทธรณ์จะเป็นอย่างไร

 

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจ่าสิบเอกพลกฤษ วิเศษ จำคุก 33 ปี 11 เดือน ที่รับสารภาพว่าลงมือฆ่านางสาวพลอยนรินทร์ และนำศพไปเผานั่งศาล  ผู้เป็นแม่ยอมรับต่อคำ ตัดสินของศาลอุทธรณ์ภาค 1 พร้อมยืนยันจะยื่นฎีกา

 

ประเด็นในการยื่นอุทธรณ์ของฝ่ายโจทก์ ประกอบด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นคดีสะเทือนขวัญ และ ผู้ก่อเหตุเป็นทหาร จำเลยลงมือก่อเหตุกับคนรัก เป็นเหตุให้โจทก์ร่วม คือ ผู้เป็นแม่ ทนทุกข์ทรมานมานานนับปี จากการสูญเสียลูกสาวอันเป็นที่รัก และสาเหตุที่จำเลยรับสารภาพเนื่องจากจำนนต่อหลักฐาน

 

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ศาลชั้นต้นได้พิพากษาระวางโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิตแล้ว แต่การรับสารภาพของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อคดี จึงพิพากษาลดโทษให้ 1 ใน 3

 

มีประเด็นให้พิจารณา คือ การรับสารภาพของจำเลย จำนนต่อหลักฐานหรือไม่ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าพนักงานสอบสวนไม่สามารถหาประจักษ์พยานในขณะก่อเหตุได้ รวมถึงไม่มีพยานแวดล้อม แต่การรับสารภาพของจำเลย ในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพในชั้นสอบสวนรวมถึงการรับสารภาพในการนำสืบชั้นศาล เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี ศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นคือจำคุก 33 ปี 11 เดือน และ ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ร่วมเป็นเงิน 1.5 ล้านบาท

 

แม่ของผู้ตาย ยืนยันว่า ถึงแม้คำตัดสินของศาลชั้นต้นจะพิพากษาเมื่อปี 2561 ให้จำเลยชดใช้เงินกับแม่ผู้ตายในฐานะโจทก์ร่วม แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่ได้รับเงินเยียวยาทั้งค่าเสียหาย และสภาพจิตใจ

 

คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2557 จ่าสิบเอกพลกฤษ ทหารยศจ่าสิบเอกในขณะนั้น ลักพาตัวนางสาวพลอยนรินทร์ แฟนสาว หลังจากที่นางสาวพลอยนรินทร์เลิกงาน ออกจากโรงงานเวลาประมาณ 20.00 น. ต่อมาศาลออกหมายจับจ่าสิบเอกพลกฤษ เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2557

 

จ่าสิบเอกพลกฤษ หลบหนีไปหลายจังหวัดท่ามกลางการไล่ล่ากดดันของตำรวจกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ ชุดปฏิบัติการพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งการใช้เฮลิคอปเตอร์ ติดตาม

 

ในที่สุด 13 สิงหาคม 2560 จ่าสิบเอกพลกฤษ เข้ามอบตัวต่อนายทหารพระธรรมนูญที่ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ รับสารภาพว่า ได้ดักรอลักพาตัวนางสาวพลอยนรินทร์ หลังจากที่นางสาวพลอยนรินทร์เลิกงาน โดยลงมือบีบคอจนนางสาวนรินทร์เสียชีวิต เนื่องจากไม่พอใจที่ฝ่ายหญิงบอกเลิก จากนั้นขับรถไปเอายางรถยนต์ในค่าย เพื่อเผานั่งยางศพนางสาวพลอยนรินทร์ ที่เขากะบุในอำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี เหตุการณ์เกิดต่อเนื่องในคืนวันเดียวกันที่มีการลักพาตัว โดยระหว่างหลบหนี 3 ปี จ่าสิบเอกพลกฤษได้ทำศัลยกรรมเปลี่ยนแปลงใบหน้าและฟิตหุ่นเพื่อเป็นการอำพรางตัวในการหลบหนี