3
shared

ทำไม! อังกฤษร่วมวงสหรัฐฯแบน "หัวเว่ย"

15 กรกฎาคม 2563 13:42 353
ทำไม! อังกฤษร่วมวงสหรัฐฯแบน "หัวเว่ย"

ไขข้อสงสัยทำไม อังกฤษ ร่วมวง สหรัฐฯ แบน "หัวเว่ย" ทำให้ต้องเลื่อนแผนการใช้ 5G ของประเทศออกไปอีก 1 ปี

วันนี้( 15 ก.ค.63) Oliver Dowden รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลของอังกฤษได้แจ้งเรื่องนี้ต่อสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษไปเมื่อคืนที่ผ่านมา และ จากการตัดสินใจดังกล่าว ทำให้อังกฤษต้องเลื่อนแผนการใช้เครือข่าย 5G ของประเทศออกไปอีก 1 ปี และจะทำให้เกิดมูลค่าความเสียหายประมาณ 2 พันล้านปอนด์ หรือราว 8 หมื่นล้านบาท

Dowden บอกว่าไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่าย แต่เป็นเรื่องที่ถูกต้องสำหรับเครือข่ายโทรคมนาคมของอังกฤษ ความมั่นคง และเศรษฐกิจของชาติ และดีทั้งในตอนนี้และในระยะยาว

รัฐบาลอังกฤษระบุว่า การแบนนี้จะมีผลต่ออุปกรณ์ “ในอนาคต” ของหัวเว่ยเท่านั้น แต่ไม่จำเป็นต้องถอดอุปกรณ์ 2G, 3G และ 4G ของหัวเว่ยที่ใช้มาก่อนหน้านี้



แถลงการณ์ของหัวเว่ยระบุว่า เป็นข่าวที่ร้ายสำหรับผู้คนในอังกฤษที่ใช้โทรศัพท์มือถือและทำให้อังกฤษขยับตัวช้าในยุคดิจิทัล เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มและทำให้เกิด digital divide หรือความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ หัวเว่ยจ้างงานในอังกฤษ 1,600 ตำแหน่ง ถือเป็นหนึ่งในบริษัทจีนที่ใหญ่สุดบริษัทหนึ่งในอังกฤษ ล่าสุด ลอร์ด บราวน์ ประธานหัวเว่ยประจำอังกฤษได้ตัดสินใจลาออกก่อนพ้นวาระแล้ว

ล่าสุดหัวเว่ยได้ ขอให้รัฐบาลอังกฤษทบทวนการตัดสินใจ และระบุว่า การตัดสินใจของอังกฤษเกิดจากการเมืองเป็นหลัก โดยเกิดจากแรงกดดันจากสหรัฐมากกว่าที่จะเป็นเหตุผลความวิตกทางด้านความมั่นคง

ก่อนหน้านี้ อังกฤษเคยทบทวนกรณีของหัวเว่ยมาแล้วเมื่อต้นปีที่ผ่านมาและได้ข้อสรุปว่าจะให้ "บริษัทที่มีความเสี่ยงสูง" ติดตั้งเครือข่ายการสื่อสารความเร็วสูงบางส่วนโดยควบคุมสัดส่วนที่ 35% ของเครือข่ายทั้งหมด แม้ไม่ได้มีการเอ่ยชื่อบริษัท แต่เป็นที่เข้าใจกันว่าหมายถึงบริษัทหัวเว่ย ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจที่สวนทางกับท่าทีของสหรัฐฯ

แต่เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สหรัฐฯได้ออกมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่เพื่อยับยั้งศักยภาพของหัวเว่ยในการผลิตชิปของตนเอง โดยรัฐบาลของนายทรัมป์อ้างว่า หัวเว่ยนั้นเปิดช่องทางให้จีนสามารถสอดแนมและโจมตีประเทศที่ใช้อุปกรณ์ของหัวเว่ยได้ ซึ่งหัวเว่ยปฏิเสธข้อกล่าวหานี้อย่างแข็งขัน การตัดสินใจดังกล่าวทำให้อังกฤษต้องพิจารณานโยบายเกี่ยวกับหัวเว่ยใหม่

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า การตัดสินใจอาจมีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพราะอังกฤษต้องการปิดดีลการค้ากับสหรัฐฯ ขณะที่กำลังจะออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ประกอบกับเกิดสถานการณ์ความตึงเครียดกับจีนเกี่ยวกับสถานการณ์ระบาดของโควิด รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงฮ่องกงฉบับใหม่ ที่ทำให้อังกฤษเสนอเสนอสัญชาติให้ชาวฮ่องกงย้ายประเทศจนทำให้จีนไม่พอใจ


นักการเมืองหลายคนกังวลว่า ช่วงเวลาในการยกเลิกการใช้อุปกรณ์ของหัวเว่ยนั้นสั้นเดินไป ซึ่งอาจทำให้เกิด disruption ต่อเครือข่ายโทรศัพท์มือถือได้ โดยทั้ง BT และ Vodafone ต่างเตือนว่า ลูกค้าอาจเผชิญ mobile blackouts หากถูกบังคับให้ถอดอุปกรณ์ 5G ของหัวเว่ยทั้งหมดในเวลาที่สั้นเกินไป ในขณะที่บางคนเตือนว่าการตัดสินใจของรัฐบาลเปรียบดังรถชนใส่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ

ส่วนผู้ที่อาจได้รับผลกระโยชน์จากการแบนครั้งนี้คือ Nokia และ Ericsson ซึ่งเป็นผู้ขายอุปกรณ์ 5G เข่นกัน โดยโนเกียได้ประกาศแล้ว่ว่ามีศักยภาพและเชี่ยวชาญที่จะเข้ามาแทนที่อุปกรณ์ของหัวเว่ยทั้งหมดในเครือบจ่ายโทรคมนาคมของอังกฤษ โดยประชาชนจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนี้น้อยที่สุด ส่วนอีริกสันประกาศเช่นกันว่าพร้อมทำงานกับเครือข่ายผู้ให้บริการของอังกฤษ

อย่างไรก็ตาม มีข้อกังวลคือทั้งสองบริษัทนั้นผลิตอุปกรณ์ 5G บางชนิดในจีนเช่นกัน ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯแสดงความกังวลและมีการเปิดรายชื่อบริษัทที่สหรัฐฯเชื่อว่า มีความเชื่อมโยงกับกองทัพจีน หนึ่งในนั้นคือ  Panda Electronics ที่มีอีริกสันร่วมเปิดโรงงานผลิตด้วยในเมืองนานจิง


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สหรัฐถูกใจอังกฤษสั่งแบน "หัวเว่ย" เข้าร่วมโครงการ 5G

อินเดียเล็งห้ามหัวเว่ยร่วมพัฒนา 5G

สู้โควิด-19!! “หัวเว่ย” เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ P40 Series


เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com
facebook : TNNThailand
facebook live : TNN Live
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNThailand
Instagram : @tnn_online
TIKTOK : @tnnonline