2
shared

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2019-20 สัปดาห์ที่ 35 บอร์นมัธ พบ เลสเตอร์ ซิตี้

13 กรกฎาคม 2563 05:06 417
ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2019-20 สัปดาห์ที่ 35 บอร์นมัธ พบ เลสเตอร์ ซิตี้

โดมินิค โซลันกี้ ทำสองประตู ช่วยให้ บอร์นมัธ สู้หนีตายมีฮึดไล่ยิง4ประตู ในครึ่งหลัง เอาชนะ เลสเตอร์ 4-1 ขยับรั้งอันดับ 18 มีแต้มห่าง โซนปลอดภัย 3 คะแนน ฝั่ง เลสเตอร์ ที่เกมนี้ คากลาร์ โซยุนคู โดนใบแดงจากจังหวะเล่นนอกเกม รั้งอันดับ 4 ตามเดิม

วันนี้ (13 ก.ค. 63) ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัด 35 ของฤดูกาล ที่สนาม "วิตาลิตี้ สเตเดี้ยม" เป็นการพบกันของ บอร์นมัธ เปิดบ้านรับมือ เลสเตอร์ ซิตี้ ลงสนามแข่งขันเวลา 01.00 น.


ครึ่งเวลาแรก

เริ่มเกมมา 10 นาที เป็นทางฝั่งทีมเยือน เลสเตอร์ ซิตี้ เดินหน้าบุกอย่างหนัก แต่ยังหาจังหวะจบสกอร์แบบได้ลุ้นไม่ได้ ทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่ 0-0 

นาทีที่ 15 ไรอัน เบนเนตต์ ถูกส่งลงสนามแทนที่ มาร์ค อัลไบรท์ตัน ที่โดนปะทะจนมีอาการบาดเจ็บ 

นาทีที่ 23 ทีมเยือนได้จังหวะบุก ก่อนเป็น เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ ไหลบอลไปให้ อโยเซ่ เปเรซ ก่อนจ่ายทะลุช่องกลับไปให้ เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ พยายามตวัดบอลมาหน้าเขตโทษ กองหลังเจ้าถิ่นสกัดไม่ดี เจมี่ วาร์ดี้ ตามเข้ามายิงส่งบอลเข้าประตูไป ช่วยให้ เลสเตอร์ ซิตี้ ออกนำ บอร์นมัธ 1-0 

นาทีที่ 38 อาร์เนาท์ ดานจูม่า โกรเนเวลด์ จ่ายบอลคืนหลังไม่ดี บอลไปเข้าทาง เจมี่ วาร์ดี้ ได้จังหวะเลี้ยงบอลก่อนตัดสินใจยิง บอลไปติดบล็อค เนธาน อาเก้ ข้ามคานไป 

นาทีที่ 45+1 โดมินิค โซลันกี้ ได้จังหวะครองบอลก่อนเลี้ยงจี้ไปหน้าเขตโทษ แล้วไหลบอลให้ เดวิด บรู๊คส์ ได้จังหวะยิงด้วยซ้าย จากหน้าเขตโทษ บอลพุ่งตรงกรอบแต่ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ยังปัดบอลออกหลังไปได้  หลังจกานั้นไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มเติมได้ หมดเวลาการแข่งขันครึ่งแรก เลสเตอร์ ซิตี้ บุกนำ บอร์นมัธ 1-0


ครึ่งเวลาหลัง

นาทีที่ 46 เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ โดนถอดออกจากสนาม แล้วเลือกส่ง แด็นนิส ปราต ลงสนามเข้ามาแทนที่

นาทีที่ 52 ทีมเยือนได้จังหวะบุก ก่อนเป็น ยูริ ตีเลม็องส์ จ่ายบอลให้ เจมี่ วาร์ดี้ ก่อนส่งต่อให้ อโยเซ่ เปเรซ ได้จังหวะยิงบอลไปตรงตัว แอรอน แรมส์เดล รับเข้าซองไว้ได้ 

นาทีที่ 65 แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล เตะเปิดเกมไม่ดี บอลไปโดนหลังของ วิลฟรีด เอ็นดิดี้ มาเข้าทาง คัลลั่ม วิลสัน ก่อนได้จังหวะจะยิงแต่มาโดน วิลฟรีด เอ็นดิดี้ เข้าทำฟาวล์จากข้างหลัง ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษทันที พร้อมแจกใบเหลืองให้ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ก่อนเป็น จูเนียร์ สตานิสลาส รับหน้าที่สังหารไม่พลาด ช่วยให้ บอร์นมัธ ตามตีเสมอ เลสเตอร์ ซิตี้ 1-1 

หลังจากนั้นอีก 2 นาที จากจังหวะวางบอลยาว ของ ดีเอโก้ ริโก้ ก่อนเป็น คัลลั่ม วิลสัน โหม่งบอลช่งให้ โดมินิค โซลันกี้ ได้บอลหลุดเดี่ยวก่อนยิงลอกขาของ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล เข้าประตูไป ช่วยให้ บอร์นมัธ แซงขึ้นนำ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-1 แต่หลังจากจังหวะนั้น คากลาร์ โซยุนคู พยายามเข้าไปเอาบอลที่อยู่ในตาข่าย ก่อนไปเตะขา คัลลั่ม วิลสัน จึงแจกใบแดงให้ คากลาร์ โซยุนคู 

นาทีที่ 71 ทีมเยือนแก้เกมเลือกส่ง ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ลงสนามแทนที่ อโยเซ่ เปเรซ

นาทีที่ 83 จูเนียร์ สตานิสลาส ได้บอลทางด้านขวาก่อนเลี้ยงบอลเข้าจี้ แล้วตัดสินใจยิงด้วยซ้าย บอลไปแฉลบ จอนนี่ อีแวนส์ เข้าประตูไป ช่วยให้ บอร์นมัธ นำห่าง เลสเตอร์ ซิตี้ 3-1

นาทีที่ 87 คริสเตียน ฟุกส์ จ่ายบอลคืนหลังไม่ดี โดมินิค โซลันกี้ ถึงบอลก่อน ไรอัน เบนเนตต์ ก่อนตัดสินใจยิง บอลพุ่งผ่านมือของ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล เข้าประตูไป ช่วยให้ บอร์นมัธ นำห่าง เลสเตอร์ ซิตี้ 4-1

หลังจากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มเติมได้ หมดเวลาการแข่งขัน บอร์นมัธ เอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 4-1 เก็บสามแต้มสำคัญ พร้อมขยับมารั้งอันดับ 18 มีแต้มห่างโซนปลอดภัย 3 คะแนน ฝั่ง เลสเตอร์ ที่เกมนี้ คากลาร์ โซยุนคู โดนใบแดงจากจังหวะเล่นนอกเกม รั้งอันดับ 4 ตามเดิม มีแต้มนำ แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 5 อยู่ 1 คะแนน แต่"จิ้งจอกสีน้ำเงิน"ลงเล่นมากกว่าหนึ่งนัด


11 คนแรกที่ลงสนามเป็นตัวจริง

บอร์นมัธ ระบบ (4-4-2) : แอรอน แรมส์เดล ; แจ็ค สเตซี่ย์, เนธาน อาเก้, ลอยด์ เคลลี่, ดีเอโก้ ริโก้ ; เดวิด บรู๊คส์ , แดน กอสลิง, เจฟเฟอร์สัน เลอร์มา, อาร์เนาท์ ดานจูม่า โกรเนเวลด์ ;โดมินิค โซลันกี้, คัลลั่ม วิลสัน

เลสเตอร์ ซิตี้ ระบบ (3-4-3) : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ;  เจมส์ จัสติน, จอนนี่ อีแวนส์, คากลาร์ โซยุนคู ;มาร์ค อัลไบรท์ตัน, วิลฟรีด เอ็นดิดี้, ยูริ ตีเลม็องส์,คริสเตียน ฟุกส์ ; เคเลชี่ อิเฮียนาโช่, เจมี่ วาร์ดี้, อโยเซ่ เปเรซ


ไฮไลท์การแข่งขัน