3
shared

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2019-20 สัปดาห์ที่ 34 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด

9 กรกฎาคม 2563 07:15 100
ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2019-20 สัปดาห์ที่ 34 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด

5ประตูไม่มีซ้ำ! แมน ซิตี้ เปิดบ้านคืนฟอร์มถล่มโหด นิวคาสเซิล 5-0 กลับมาเก็บ 3 คะแนนได้อีกครั้ง หลังพลาดมาในนัดที่แล้ว ส่วน สาลิกาดง รอดตกชั้นแล้ว 100 % จึงพักตัวเก่งหลายตัวในเกมนี้

วันนี้ (9 ก.ค. 63) ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัด 34 ของฤดูกาล ที่สนาม "เอติฮัด สเตเดี้ยม" เป็นการพบกันของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านรับการมาเยือนของ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ลงสามเวลา 00.00 น.


ครึ่งเวลาแรก

เริ่มเกมมาเพียง 3 นาที เป็นทางฝั่งของ เจ้าถิ่นได้ลุ้นประตูก่อน จากจังหวะที่ ชูเอา กานเซโล่ ไหลบอลให้ ริยาด มาห์เรซ ได้จังหวะเลี้ยงบอลตัดเข้ากลาง ก่อนตัดสินใจยิงบอลพุ่งตรงกรอบแต่ มาร์ติน ดูบราฟก้า ยังรับเอาไว้ได้ 

นาทีที่ 10 ฟิล โฟเด้น จ่ายบอลต่อให้ ดาบิด ซิลบา ได้หลุดขึ้นไปทางด้านซ้าย ก่อนจ่ายต่อให้ กาเบรียล เชซุส ได้จังหวะยิงหน้าประตูโล่งๆ เข้าไป ช่วยให้ แมนฯ ซิตี้ ออกนำ นิวคาสเซิ่ล 1-0 

นาทีที่ 17 หลังจากที่ เจ้าถิ่นได้เวลาครองบอลก่อนเป็น ชูเอา กานเซโล่ จ่ายบอลให้ กาเบรียล เชซุส ก่อนแตะบอลต่อให้ ฟิล โฟเด้น ได้บอลแล้วเลี้ยงจี้เข้าเขตโทษ แล้วตัดสินใจยิงบอลหลุดเสาออกไป 

เกมดำเนินถึงนาทีที่ 21 เจ้าถิ่นยังเดินหน้าบุกอย่างต่อเนื่อง ก่อนเป็น ดาบิด ซิลบา จ่ายบอลต่อให้ ฟิล โฟเด้น ก่อนจ่ายทะลุช่องให้ เควิน เดอ บรอยน์ ได้บอลทางริมเส้นด้านซ้าย ก่อนตบเข้ากลางให้ ริยาด มาห์เรซ ได้จังหวะยิงโล่งๆ ส่งบอลเข้าประตูไป ช่วยให้ แมนฯ ซิตี้ นำ นิวคาสเซิ่ล 2-0 

นาทีที่ 31 จากจังหวะฟรีคิกของทีมเยือน ก่อนเป็น แม็ตต์ ริตชี่ รับหน้าที่เปิดบอลเข้าไป ก่อนเป็น เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ ได้จังหวะโหม่งบอลไปตรงตัวของ เอแดร์ซอน รับเอาไว้ได้ 

นาทีที่ 39 จากจังหวะที่  ดาบิด ซิลบา ตัดบอลได้หน้าเขตโทษ ก่อนจ่ายให้ กาเบรียล เชซุส ทำชิ่งบอลให้ ฟิล โฟเด้น ได้จังหวะยิงบอลในเขตโทษ บอลหลุดเสาออกไป หลังจากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มเติมได้ หมดเวลาการแข่งขันครึ่งแรก แมนฯ ซิตี้ นำ นิวคาสเซิ่ล 2-0 


ครึ่งเวลาหลัง

นาทีที่ 46 อิลคาย กุนโดกัน กับ ไคล์ วอล์คเกอร์ ถูกส่งลงสนามแทนที่ โรดรี้ และ ชูเอา กานเซโล่

หลังจากนั้นอีก 3 นาที ไคล์ วอล์คเกอร์ จ่ายบอลให้ เควิน เดอ บรอยน์ ก่อนกระดกบอลจ่ายให้ ฟิล โฟเด้น ได้จังหวะยิงโล่งๆ แต่บอลหลุดเสาออกไป 

นาทีที่ 58 จากจังหวะที่ ฟิล โฟเด้น ทำชิ่งกับ กาเบรียล เชซุส ก่อนได้จังหวะพยายามเลี้ยงบอลเข้าไปในเขตโทษ ก่อนเป็น แม็ตต์ ริตชี่ พยายามเข้ามาแย่งบอลแต่สกัดบอลไม่ดี บอลเข้าประตูตัวเองไป ช่วยให้ แมนฯ ซิตี้ นำห่าง นิวคาสเซิ่ล 3-0 

นาทีที่ 61 เจ้าถิ่นเปลี่ยนตัวผู้เล่นอีก 2 คน เลือกส่ง  แบร์นาร์โด้ ซิลวา และ ราฮีม สเตอร์ลิง ลงสนามแทนที่ ฟิล โฟเด้น กับ กาเบรียล เชซุส

นาทีที่ 65 เจ้าถิ่นได้ฟรีคิกหน้าเขตโทษ ก่อนเป็น ดาบิด ซิลบา รับห้นาที่ยิงบอลพุ่งเสียบเสาเข้าไป ช่วยให้  แมนฯ ซิตี้ นำห่าง นิวคาสเซิ่ล 4-0 

นาทีที่ 75 เจ้าถิ่นเดินหน้าบุกอย่างหนัก ริยาด มาห์เรซ จ่ายบอลให้  เควิน เดอ บรอยน์ ได้หลุดไปทางด้านซ้าย ก่อนจ่ายให้ ดาบิด ซิลบา ได้จังหวะยิงในเขตโทษ แต่ยังไปติดเซฟของ มาร์ติน ดูบราฟก้า

นาทีที่ 76 โธมัส ดอยล์ ถูกส่งลงสนามแทนที่ ริยาด มาห์เรซ

นาทีที่ 90+2 ดาบิด ซิลบา ตัดบอลได้ ก่อนเลี้ยงขึ้นมาแล้วจ่ายบอลให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ได้จังหวะยิงโล่งๆ เข้าไป ช่วยให้ แมนฯ ซิตี้ นำห่าง นิวคาสเซิ่ล 5-0

หลังจากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มเติมได้ หมดเวลาการแข่งขัน แมนฯ ซิตี้ เปิดรังถล่มเอาชนะ นิวคาสเซิ่ล 5-0 เก็บสามแต้มสำคัญพร้อมรั้งที่ 2 ต่อไป ขออีกเพียงคะแนนเดียวจะการันตี ไปเล่นฟุตบอลยูฟ่า ชปล. ขณะที่ทีมเยือน นิวคาสเซิ่ล รั้งอันดับ 13 ของตาราง 


11 คนแรกที่ลงสนามเป็นตัวจริง

แมนฯ ซิตี้ ระบบ (4-3-3) : เอแดร์ซอน ;ชูเอา กานเซโล่, นิโกลัส โอตาเมนดี้,จอห์น สโตนส์,โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ ; เควิน เดอ บรอยน์, โรดรี้, ดาบิด ซิลบา ; ริยาด มาห์เรซ, กาเบรียล เชซุส, ฟิล โฟเด้น

นิวคาสเซิ่ล ระบบ  (5-4-1) : มาร์ติน ดูบราฟก้า ;เดอันเดร เยดลิน ,เอมิล คราฟธ์, ฟาเบียน แชร์, เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ, แดนนี่ โรส;วาเลนติโน่ ลาซาโร่, จอนโจ เชลวี่ย์, นาบิล เบนตาเล็บ,แม็ตต์ ริตชี่ ; โชลินตอน 


ไฮไลท์การแข่งขัน