3
shared

"โม ซาลาห์"เบิ้ล! ลิเวอร์พูลแรงต่อบุกทุบไบรท์ตัน3-1 จ่อล่าสถิติเพิ่ม

9 กรกฎาคม 2563 04:11 68
"โม ซาลาห์"เบิ้ล! ลิเวอร์พูลแรงต่อบุกทุบไบรท์ตัน3-1 จ่อล่าสถิติเพิ่ม

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ทำสองประตูในเกม บวกกับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน อีกหนึ่งลูก ทำให้ ลิเวอร์พูล บุกเอาชนะ ไบรท์ตัน 3-1 พร้อมทำสถิติเก็บเพิ่มเป็น 92 คะแนน จ่อทำสถิติเป็นทีมแรกที่ทำคะแนนทะลุ 100 แต้มเป็นทีมแรก

เริ่มเกมมาเพียง 4 นาที เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ได้จังหวะเปิดบอลจากด้านขวา ก่อนบอลไปเข้าทาง โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ได้จังหวะยิงบอลไปแฉลบกองหลังเจ้าถิ่น ออกหลังไป

หลังจากนั้นอีก 2 นาที เดวี่ พรอพเพอร์ โดนฉกบอลโดย นาบี เกอิต้า ก่อนจ่ายบอลให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้จังหวะยิงด้วยซ้าย บอลพุ่งเข้าเสียบมุมไปอย่างสวยงาม ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ออกนำ ไบรท์ตัน 1-0 

เกมดำเนินถึงนาทีที่ 8 นาบี เกอิต้า ตัดบอลตรงกลางสนามก่อนจ่ายให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ แทงบอลไปทางขวาให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ พยายามบังบอล แต่เป็นทาง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน วิ่งเข้ามายิงส่งบอลเข้าประตูไป ช่วยให้ ลิเวอร์พูล นำ ไบรท์ตัน 2-0 

นาทีที่ 19  นีล โมแป ได้บอลก่อนจ่ายทะลุช่องให้ ปาสกาล กรอส พยายามจ่ายบอลเข้าในเขตโทษ ก่อนเป็น จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม พยายามสกัดแต่บอลไปเข้าทาง เลอันโดร ทรอสซาร์ด ได้จังหวะยิงบอลไปติด เนโก้ วิลเลี่ยมส์ บอลข้ามคานไป 

นาทีที่ 27 เลอันโดร ทรอสซาร์ด ได้บอลตรงกลางสนา มก่อนใช้ความเร็วเลี้ยงบอลขึ้นไปข้าง ก่อนแตะหลบ โจ โกเมซ และเปิดบอลไปหน้าเขตโทษ ก่อนเป็น นีล โมแป เข้ามายิงแต่บอลไปติดเซฟของ อลีสซง เบ็คเกอร์

นาทีที่ 37 จากจังหวะเตะมุมของเจ้าถิ่น ปาสกาล กรอส เปิดเข้าไป กองหลังลิเวอร์พูล โหม่งสกัดออกมาได้ แต่บอลมาเข้าทาง เดล สตีเฟ่นส์ ได้จังหวะยิงบอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว 

นาทีที่ 45 เป็นทางฝั่งเจ้าถิ่นได้บุก ทาริก แลมพ์ตีย์ ได้บอลขึ้นมาทางด้านขวาก่อนเปิดบอลเข้าไปในเขตโทษ แล้วเป็น เลอันโดร ทรอสซาร์ด ได้จังหวะยิงเต็มข้อส่งบอลเข้าประตูไป ช่วยให้ ไบรท์ตัน ไล่ตาม ลิเวอร์พูล 1-2 

หลังจากนั้นไม่มีทีมใดทำประตุเพิ่มเติมได้ หมดเวลาการแข่งขันครึ่งแรก ลิเวอร์พูล นำ ไบรท์ตัน 2-1 

เริ่มครึ่งหลังมาในนาทีที่ 46 แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ถูกส่งลงสนามแทนที่ เนโก้ วิลเลี่ยมส์

นาทีที่ 54 นาบี เกอิต้า จ่ายบอลจากกลางสนามให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้บอลก่อนเลี้ยงจี้เข้าเขตโทษ แล้วตัดสินใจยิงบอลไปติดกองหลังเจ้าถิ่น ก่อนไปเข้ามือของ แม็ทธิว ไรอัน

นาทีที่ 60 ทีมเยือนเดินหน้าบุก จากจังหวะเตะมุม ปาสกาล กรอส ได้จังหวะเก็บบอลด้านขวา ก่อนเปิดเข้ามา เดวี่ พรอพเพอร์ โหม่งไม่โดนบอลบอลไปเข้าทาง แดน เบิร์น ได้จังหวะยิงบอลเกือบเข้าเสาสองแต่เป็นทาง จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม สกัดบอลออกไปได้ 

นาทีที่ 61 ฟาบินโญ่ และ ซาดิโอ มาเน่ ลงสนามแทนที่ นาบี เกอิต้า กับ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน

นาทีที่ 74 ซาดิโอ มาเน่ ได้บอลหลุดขึ้นมาด้านซ้าย ก่อนจ่ายกลับมาให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ได้จังหวะยิงบอลแฉลบ กองหลังเจ้าถิ่นออกหลังไป

หลังจากนั้นในจังหวะเตะมุม เป็นทางฝั่งของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน รับหน้าที่เปิดเข้าไป ก่อนเป็น โมฮาเหม็ด ซาลาห์ โแบมาโหม่งที่เสาแรกบอลพุ่งเบียดเสาเข้าไปอย่างสวยงาม ช่วยให้ ลิเวอร์พูล นำห่าง ไบรท์ตัน 3-1 

นาทีที่ 80 เจมส์ มิลเนอร์ ถูกส่งลงสนามแทนที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่มีอาการบาดเจ็บ หลังจากนั้นในนาทีที่ 85 ทาคูมิ มินามิโนะ ถูกส่งลงสนามแทนที่ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่

หลังจากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มเติมได้ หมดเวลาการแข่งขัน ลิเวอร์พูล บุกเอาชนะ ไบรท์ตัน 3-1 เก็บชัยชนะพร้อมทำสถิติเก็บเพิ่มเป็น 92 คะแนน จ่อทำสถิติเป็นทีมแรกที่ทำคะแนนทะลุ 100 แต้มเป็นทีมแรก 

11 คนแรกที่จะลงสนามเป็นตัวจริง

ไบรท์ตัน ระบบ (4-2-3-1) : แม็ทธิว ไรอัน ; ทาริก แลมพ์ตีย์, อดัม เว็บส์เตอร์, ลูอิส ดังค์, แดน เบิร์น ; เดวี่ พรอพเพอร์, เดล สตีเฟ่นส์ ;ปาสกาล กรอส, เลอันโดร ทรอสซาร์ด , อเล็กซิส แม็คอัลลิสเตอร์ ; นีล โมแป, 

ลิเวอร์พูล ระบบ (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ ; เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, เนโก้ วิลเลี่ยมส์ ; จอร์แดน เฮนเดอร์สัน,นาบี เกอิต้า, จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม ; โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่,อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน