4
shared

ออสเตรเลีย กักตัว 6.6 ล้านคน หลังพบคนติดโควิดระลอก 2

7 กรกฎาคม 2563 06:55 378
ออสเตรเลีย กักตัว 6.6 ล้านคน หลังพบคนติดโควิดระลอก 2

ออสเตรเลีย ผวา ไวรัสโควิด-19 กลับมาระบาดรอบ 2 หลังพบผู้ติดเชื้อจำนวนมากขึ้นในรัฐวิกตอเรีย ประกาศปิดพรมแดนของรัฐวิกตอเรียที่ติดกับนิวเซาท์เวลส์ กักตัวประชาชน 6.6 ล้านคน ตัดขาดจากโลกภายนอก

วันนี้ (7 ก.ค.63) ออสเตรเลียไม่มีทางเลือกอื่น ประกาศกักตัวประชาชน 6.6 ล้านคนในรัฐวิกตอเรีย ตัดขาดจากโลกภายนอกนับจากเวลา 23.59 น. ของวันนี้ (อังคาร) ตามเวลาท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ต้องใช้มาตรการเด็ดขาดเพื่อควบคุมไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โควิด-19 ที่กลับมาระบาดรุนแรงในเมลเบิร์น ซึ่งเป็นเมืองเอกของรัฐวิกตอเรีย และยังเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของออสเตรเลียรองจากซิดนีย์ด้วย

แดเนียล แอนดรูว์ส นายกรัฐมนตรีรัฐวิกตอเรีย ประกาศเมื่อวันจันทร์ว่า จะปิดพรมแดนระหว่างรัฐวิกตอเรียที่ติดกับนิวเซาท์เวลส์ (NSW) ซึ่งเป็น 2 รัฐที่มีประชากรมากที่สุด เป็นครั้งแรกตั้งแต่ไวรัสโควิด-19 เริ่มระบาด

ทางการจะส่งตำรวจและทหารประจำการบริเวณพรมแดน อนุญาตให้ประชาชนไม่กี่คนเท่านั้นข้ามพรมแดนได้ ทั้งนี้ รัฐวิกตอเรียพยายามอย่างหนักในการควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอก 2 ซึ่งนำไปสู่ความหวาดกลัวว่า อัตราการติดเชื้อทั่วประเทศอาจกลับมาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอีก

โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พบการติดเชื้อเพิ่มขึ้นเมื่อปรากฎว่า กลุ่มพนักงานโรงแรมที่ติดเชื้อบางคนในเมลเบิร์น ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่ทางการใช้เป็นสถานที่กักตัวเฝ้าระวังโรค หรือ State quarantine สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ซึ่งมีรายงานว่า มีพนักงานโรงแรมที่ติดเชื้อไวรัสอยู่แล้วบางคนไปมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ถูกกักตัวด้วย จึงทำให้มีการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น จนบีบให้เจ้าหน้าที่ต้องมีคำสั่งให้ประชาชน “พักอยู่ที่บ้าน” หรือ Stay-at-home อีกในหลายพื้นที่ของเมือง ซึ่งจนถึงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา มีประชาชน 3,000 คน ในเขตที่อยู่อาศัยที่มีประชาชนอยู่กันอย่างหนาแน่น ต้องถูกกักตัวภายใต้มาตรการล็อคดาวน์ครั้งใหม่

ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา รัฐวิกตอเรีย ตรวจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 127 คน เป็นสถิติรายวันสูงสุด ซึ่งรวมทั้ง 16 คน ในเขตที่พักอาศัย 9 แห่ง 

ทั้งนี้ เฉพาะในรัฐวิกตอเรีย มีผู้ติดเชื้อแล้ว 2,663 คน และเสียชีวิต 22 คน ส่วนทั่วออสเตรเลีย ติดเชื้อมากกว่า 8,500 คน และเสียชีวิต 106 คน จากข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์ ในสหรัฐ  

เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com
facebook : TNNThailand
facebook live : TNN Live
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNThailand
Instagram : @tnn_online
TIKTOK : @tnnonline