3
shared

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2019-20 สัปดาห์ที่ 33 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ บอร์นมัธ

4 กรกฎาคม 2563 23:31 494
ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2019-20 สัปดาห์ที่ 33 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ บอร์นมัธ

แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ตกเป็นฝ่ายตามหลังไปก่อน แต่ไม่มีปัญหา ก่อนไล่ยิงถล่มแซงเอาชนะ บอร์นมัธ ไป 5-2 ขยับขึ้นไปรั้งอันดับ 4 เป็นการชั่วคราว โดยเกมนี้ได้ประตูจาก เมสัน กรีนวู้ด 2ประตู , มาร์คัส แรชฟอร์ด, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล,บรูโน่ แฟร์นันด์ส คนละลูก

วันนี้ (4 ก.ค. 63) ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัด 33 ของฤดูกาล ที่สนาม "โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด" เป็นการพบกันของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านรับการมาเยือน บอร์นมัธ ลงทำการแข่งขันเวลา 21.00 น.


ครึ่งเวลาแรก

เริ่มเกมมาทีมเจ้าถิ่น พยายามต่อบอลเพื่อหาช่องในการทำประตู แต่ยังไม่มีจังหวะจบสกอร์แบบจะแจ้ง ทำให้เกมผ่านไป 10 นาที แมนฯ ยูไนเต็ด ยังเสมอกับ บอร์นมัธ 0-0

หลังจากนั้นอีก 1 นาที เป็นทางฝั่งเจ้าถิ่น ได้โอกาสลุ้นประตูแรกจากการวางบอลยาวจากแของ มาร์คัส แรชฟอร์ด ก่อนเป็น บรูโน่ แฟร์นันด์ส ได้จังหวะหลุดเดี่ยวเข้าไป ก่อนยกบอลข้ามตัวผู้รักษาประตูทีมเยือน แต่บอลโด่งข้ามคานไป

นาทีที่ 16 จากจังหวะที่ บอร์นมัธ ได้เปิดบอลจากด้านข้าง แฮร์รี่ แม็คไกว์ โหม่งบอลไปเข้าทาง  จูเนียร์ สตานิสลาส ได้บอลก่อนเลี้ยงหลบ แฮร์รี่ แม็คไกว์ แล้วยิงเบียดเสาแรกเข้าไป ช่วยให้ บอร์นมัธ ออกนำ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-0 

หลังจากนั้นอีก 3 นาที เจ้าถิ่นได้ฟรีคิกหน้าเขตโทษ ก่อนเป็น มาร์คัส แรชฟอร์ด รับหน้าที่ยิงบอลพุ่งไปที่เสาสอง แต่ แอรอน แรมส์เดล ยังพุ่งปัดบอลออกไปได้ 

นาทีที่ 29 มาร์คัส แรชฟอร์ด เอาบอลลงในแดนหน้า ก่อนจ่ายให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส แล้วไหลบอลต่อไปด้านซ้ายให้ เมสัน กรีนวู้ด ได้จังหวะยิงด้วยซ้าย บอลพุ่งผ่านมือ แอรอน แรมส์เดล เข้าประตูไป ช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ตามตีเสมอ บอร์นมัธ 1-1 

หลังจากนั้นอีก 4 นาที เจ้าถิ่นได้เตะมุม บรูโน่ แฟร์นันด์ส เปิดเข้าไป ก่อนกองหลังเจ้าถิ่นสกัดออกมาเข้าทาง ลุค ชอว์ เปิดเข้าไป ก่อนเป็น อดัม สมิธ ทำแฮนด์บอล ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษ ก่อนเป็น มาร์คัส แรชฟอร์ด รับหน้าที่ยิงไม่พลาด ช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด แซงขึ้นนำ บอร์นมัธ 2-1 

เกมดำเนินถึงนาทีที่ 45+2 บรูโน่ แฟร์นันด์ส จ่ายบอลไปด้านซ้ายให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ได้จังหวะเลี้ยงบอลเข้ามาก่อนยิงด้วยขวาบอลพุ่งเสียบเสาเข้าไปอย่างสวยงาม แมนฯ ยูไนเต็ด นำห่าง บอร์นมัธ 3-1 หลังจากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มเติมได้ หมดเวลาการแข่งขันครึ่งแรก แมนฯ ยูไนเต็ด นำ บอร์นมัธ 3-1


ครึ่งเวลาหลัง

นาทีที่ 46 เอริก ไบยี่ ถูกส่งลงสนามแทนที่ วิคตอร์ ลินเดเลิฟ

เริ่มครึ่งหลังมา 2 นาที เป็นทางฝั่งทีมเยือนเดินหน้าบุก เลวิส คุก ไหลบอลให้ โจชัว คิง ได้จังหวะยิงบอลไปติดเซฟ ก่อนมาเข้าทาง จูเนียร์ สตานิสลาส ได้ยิงซ้ำบอลไปชนเสา 

หลังจากนั้นอีกหนึ่งหนึ่งนาที เอริก ไบยี่ รับบอลคืนหลังของ เนมานย่า มาติช บอลไปโดนไหล่ของ เอริก ไบยี่ แต่ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษ ก่อนที่วีเออาร์จะเช็คภาพและยืนยันให้เป็นจุดโทษ ก่อนที่จะเป็น โจชัว คิง รับหน้าที่ยิงไม่พลาดช่วยให้ บอร์นมัธ ไล่ตาม แมนฯ ยูไนเต็ด 2-3 

เกมดำเนินถึงนาทีที่ 54 เนมานย่า มาติช เก็บตกบอลหน้าเขตโทษได้ก่อนจ่ายให้ เมสัน กรีนวู้ด เลี้ยงบอลเข้าในเขตโทษ แล้วตัดสินใจยิงด้วยขวาบอลพุ่งผ่านมือ แอรอน แรมส์เดล เข้าประตูไป ช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด นำห่าง บอร์นมัธ 4-2

นาทีที่ 59 เจ้าถิ่นได้ฟรีคิกหน้าเขตโทษ ก่อนเป็น บรูโน่ แฟร์นันด์ส รับหน้าที่ยิงบอลพุ่งเสียบเข้าเสาสองไปอย่างสวยงาม ช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด นำห่าง บอร์นมัธ 5-2 

นาทีที่ 67 เฟร็ด ถูกส่งลงสนามแทนที่ เนมานย่า มาติช หลังจากนั้นในนาทีที่ 75 แดเนี่ยล เจมส์ ถูกส่งลงสนามแทนที่ เมสัน กรีนวู้ด

นาทีที่ 81 เจ้าถิ่นเปลี่ยนผู้เล่นอีก 2 คน เลือกส่ง โอเดียน อิกาโล่ ลงสนามแทนที่ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล และเลือกส่ง ฆวน มาต้า ลงสนามแทนที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด

นาทีที่ 90+2 เจ้าถิ่นได้ฟรีคิกหน้าเขตโทษ ก่อนเป็น ปอล ป็อกบา รับหน้าที่ยิงบอลพุ่งเกือบเสียบเสา แต่เป็นทางฝั่งของ แอรอน แรมส์เดล พุ่งปัดบอลออกไปได้ 

หลังจากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มเติมได้ หมดเวลาการแข่งขัน แมนฯ ยูไนเต็ด เอาชนะ บอร์นมัธ ไป 5-2 ขยับขึ้นไปรั้งอันดับ 4 เป็นการชั่วคราว โดยมีคะแนนมากกว่า เชลซี หนึ่งแต้ม แต่"ปีศาจแดง"ลงแข่งมากกว่าหนึ่งนัด


11 คนแรกที่จะลงสนามเป็นตัวจริง

แมนฯ ยูไนเต็ด ระบบ (4-3-3) : ดาบิด เด เคอา ; แอรอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดเลิฟ, แฮร์รี่ แม็คไกว์, ลุค ชอว์ ; ปอล ป็อกบา, เนมานย่า มาติช, บรูโน่ แฟร์นันด์ส ; เมสัน กรีนวู้ด, มาร์คัส แรชฟอร์ด, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

บอร์นมัธ ระบบ (4-4-2) : แอรอน แรมส์เดล ; อดัม สมิธ,เนธาน อาเก้, ลอยด์ เคลลี่ ,ดีเอโก้ ริโก้ ;  เดวิด บรู๊คส์, เลวิส คุก , เจฟเฟอร์สัน เลอร์มา, จูเนียร์ สตานิสลาส ;  โจชัว คิง, โดมินิก โซลันเก้


ไฮไลท์การแข่งขัน