19
shared

ไขข้อข้องใจทำไมสื่อนอกยก “ลัดดา”สส.สหรัฐฯเลือดไทย อาวุธลับโค่น “ทรัมป์”

3 กรกฎาคม 2563 17:21 3695
ไขข้อข้องใจทำไมสื่อนอกยก “ลัดดา”สส.สหรัฐฯเลือดไทย อาวุธลับโค่น “ทรัมป์”

จับตา "ลัดดา แทมมี่ ดักเวิร์ธ" ลูกครึ่งไทย อาจได้เป็นคู่ชิงรองประธานาธิบดีกับ “โจ ไบเดน” เหตุใดสื่อนอกถึงยกให้เป็นอาวุธลับโค่นทรัมป์หากเธอได้รับเลือก

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมา เว็ปไซต์ New York Times ได้มีการเขียนบทวิเคราะห์โดยคอลัมนิสต์ Frank Bruni ที่เขียนพาดหัวเอาไว้เลยว่า “แทมมี่เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับไบเดน” ในการเลือกมาเป็นคู่ชิงรองประธานาธิบดีกับเขา ในการเลือกตั้งปลายปีนี้ 


การเลือกตั้งปลายปีนี้ นักวิเคราะห์บอกว่า มันไม่ใช่แค่การเลือกตั้งธรรมดา แต่มันจะเป็น “การเลือกตั้งจิตวิญญาณของอเมริกา” และนี่คือเหตุผลว่าทำไมเขาควรเลือก “ลัดดา แทมมี่ ดักเวิร์ธ” ส.ว.จากรัฐอิลลินอยส์ 


เพราะเธอเป็นทุกอย่างที่ตรงข้ามกับทรัมป์ คือ มีความเสียสละ , มีเกียรติ และเป็นคนนอบน้อม และที่ผ่านมาก็นับเป็นส.ว.ที่ทิ่มแทงทรัมป์อยู่หลายครา 




ทำไมเธอถึงเป็นตัวเลือกที่ดี? 


เพราะเธอน่าจะเป็น “คู่ปรับ” ที่สมน้ำสมเนื้อกับทรัมป์มากทีเดียว เพราะดักเวิร์ธ เคยเรียกปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ว่า “Cadet Bone Spurs” หรือ นายร้อยกระดูกยื่น ซึ่งเป็นวิธีที่ทรัมป์หลบหนีการเกณฑ์ทหารในสมัยสงครามเวียดนาม ด้วยการอ้างว่าเป็นโรคกระดูกยื่นที่เท้า และบอกว่ามันเจ็บมาก ซึ่งที่ผ่านมาสื่อเคยสัมภาษณ์ว่าเท้าข้างไหน เขากลับจำมันไม่ได้  และว่า “ชายคนนี้เป็นคนที่ชอบบูลลี่คนอื่น และคนประเภทนี้จำเป็นต้องได้รับยารักษา” 


อีกทั้งในวัย 52 ปี ก็นับว่าเหมาะสม เพราะในเมื่อ โจ ไบเดน อายุ 77 ปี / หากไปเลือก อลิซาเบธ วอร์เรน อายุ 71 ปี ก็จะทำให้กลายเป็นสูงอายุกันจนเกินไป ดังนั้นพรรคเดโมแครต จึงต้องการคนที่สร้าง “ความโมเดิร์น” ให้พรรค มากขึ้น เพราะผู้นำ 2 คนก่อนหน้า ก็ล้วนแล้วแต่ต่ำกว่า 50 ในสมัยแรก 


แท้จริงแล้ว ดักเวิร์ธ ไม่ได้เป็นไอดอลที่เด่นดังจนทำให้เป็นที่จับตามองมาก ๆ แต่ด้วยความที่เธอทำตัว “โลว์โปรไฟล์” มาตลอด กลับจะกลายเป็นประโยชน์สำหรับเธอ เพราะมันทำให้อีกฝั่งจับทางไม่ได้ ตีความไม่ถูกว่าเธอคิดอะไร หรือต้องการอะไร 




เปิดประวัติ ลัดดา แทมมี่ ดักเวิร์ธ


คอลัมนิสต์ New York Times เขียนไว้ว่า เธอเป็นหญิงที่กล้าหาญมาตั้งแต่เด็ก เกิดมาด้วยความยากจน ขายดอกไม้ข้างถนนที่ฮาวาย แต่ก็สามารถดิ้นรนจนจบปริญญาโทสาขาระหว่างประเทศ ก่อนที่จะเข้าร่วมกองทัพสหรัฐฯ เป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์ในสงครามอิรัก ซึ่งไม่ใช่งานที่ง่ายนักสำหรับสตรี จนกระทั่งในปี 2004 ระหว่างที่บินอยู่ใกล้กับกรุงแบกแดด เครื่องแบล็กฮอล์กของเธอก็ถูกยิงตก เธอสูญเสียขาทั้ง 2 ข้าง และเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่เธอก็ไม่ย่อท้อ 


เมื่อใดก็ตามที่เธอถูกเรียกว่าเป็นฮีโร่ เธอก็จะตอบพร้อมน้ำตาว่า ผู้ช่วยนักบิน และทหารนายอื่น ๆ ที่ช่วยให้เธอรอดออกมาจากซากนั้นตายต่างหากที่เป็นฮีโร่ และเธอบอกว่า เธอตื่นมาทุกเช้า จะบอกกับตัวเองเสมอว่า เธอจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเพื่อไม่ให้ ผู้ช่วยนักบินคนนั้น ต้องเสียใจที่ช่วยชีวิตเธอเอาไว้ 


หลายคนอาจคิดสงสาร และเทคะแนนให้เธอ เพราะการที่เป็นผู้พิการสูญเสียขา 2 ข้าง แต่ลักษณะทางกายภาพไม่ได้ลดทอนความเป็นมนุษย์และความแข็งแกร่งของหญิงคนนี้ไปแม้แต่น้อย 




ดักเวิร์ธ ในวัย 52 ปี ละกำลังอยู่ในปีที่ 4 ของการเป็นส.ว.รัฐอิลลินอยส์ (ซึ่งก่อนหน้านี้เธอเป็นส.ส.มา 2 เทอม) ทำให้เธอมีความแตกต่างจากคู่แข่งชิงรองประธานาธิบดีคนอื่นๆ อยู่พอสมควร เพราะมันดูเป็นช่วงจังหวะที่ช่างเหมาะสมกับชีวิตของเธออย่างที่สุด


เกิดที่กรุงเทพ ประเทศไทย และมีคุณพ่อเป็นชาวอเมริกัน ส่วนคุณแม่เป็นคนไทย และหากได้รับเลือก เธอจะเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายไทย และเอเชีย คนเดียว ที่ตีตั๋วรองประธานาธิบดีเข้าชิงชัยการเลือกตั้งปลายปีนี่ได้ 


อีกทั้งเธอยังเป็น ส.ว.คนแรกของสหรัฐฯ ที่คลอดบุตรระหว่างดำรงตำแนหน่ง และยังพาลูกมายังที่ประชุมวุฒิสภาด้วย 


ดักเวิร์ธ นับว่าเป็นหญิงแกร่ง ขยันทำงาน และยังเป็นคุณแม่ลูก 2 ด้วย  มีครบคุณสมบัติในการเป็นคู่ชิงรองปธน. เพราะเป็นบุคคลที่สามารถผสมผสานความเชื่อมั่น ความสุภาพ ความแข็งแกร่ง และความอบอุ่น เอาไว้ได้ด้วยกัน นั่นคือยาชูกำลังที่แสนชื่นใจในภาวะเช่นนี้ 


เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com
facebook : TNNThailand
facebook live : TNN Live
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNThailand
Instagram : @tnn_online
TIKTOK : @tnnonline