3
shared

สศช.เคาะแสนล้าน ฟื้นประเทศรอบแรก

29 มิถุนายน 2563 10:38 85
สศช.เคาะแสนล้าน ฟื้นประเทศรอบแรก

คณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ อนุมัติเม็ดเงินกว่า 1 แสนล้านบาท ตามแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม วงเงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นกลไกปรับโฉมเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

พระราชกำหนดอำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  พ.ศ. 2563 หรือ พรก.เงินกู้ วงเงินไม่เกิน 1 ล้านล้านบาท หรือ เรียกสั้นๆ ว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ถูกแบ่งเป็น 2 ก้อน ก้อนแรก การแก้ปัญหา เยียวยา เศรษฐกิจและสังคม วงเงิน 6 แสนล้านบาท ซึ่งดำเนินการไปแล้วในช่วงที่ผ่านมา ทั้งการจัดการด้านสาธารณะสุข การรักษาโรค และการเยียวยาทางเศรษฐกิจ 5,000 บาท 3 เดือน จะสิ้นสุดเดือนมิถุนายน 

และก้อนที่ 2 ที่เราจะมาเจาะลึกกันวันนี้ วงเงิน 4 แสนล้านบาท เป็นก้อนของการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งรอบแรก เงินจะเข้าสู่ระบบเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ต่อจากเม็ดเงินก้อนแรก 


เม็ดเงิน 4 แสนล้านบาทนี้ รัฐบาลวางไว้เป็นกลไกในการเปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก รองรับการทำงานของประชากรคืนถิ่น มันสมองทางเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศไทย คือ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. นำเอาจุดแข็งของประเทศไทย มาบวกพฤติกรรมวิถีใหม่ New Normal 

กลายเป็นเป้าหมายของประเทศ คือ ภาคการเกษตร มีการยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ด้วยการปรับโฉมสู่เกษตรทฤษฎีใหม่ และการจ้างงานทางการเกษตร เพื่อรองรับแรงงานคืนถิ่น อีกหนึ่งหัวใจสำคัญคือ ภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจ ด้วย เขตเศรษฐกิจพิเศษ หลายพื้นที่ มีการสนับสนุนการลงทุน ทั้งอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป อุตสาหกรรมชีวภาพ ทั้งอาหาร และยา แห่งอนาคต รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ โดยใช้ความเข้มแข็งของระบบสาธารณสุขของประเทศ 


การขยายเขตเศรษฐกิจพิเศษเกิดขึ้นหลายพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยภาคเอกชน และเป็นธุรกิจแห่งอนาคต ทั้งระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก และ ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ นอกเหนือจากพื้นที่ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก EEC ซึ่งรัฐบาลไทยกำลังสร้างแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ โดยเฉพาะการเปลี่ยนเส้นทางซัพพรายเชน หลังสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน 


ดังนั้นโครงการต่างๆ ที่ สศช. ซึ่งเป็นอนุกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อนุมัติวงเงินรอบแรก 101,482 ล้านบาท จำนวน 213 โครงการ  ประกอบด้วย แผนงานสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก 57.22% วงเงิน 58,069 ล้านบาท // แผนงานสร้างความเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน 20,989 ล้านบาท คิดเป็น 20.68% และแผนงานสุดท้ายคือ กระตุ้นการท่องเที่ยว 22,422 ล้านบาท คิดเป็น 22.10% ซึ่งจะมีการเสนอเข้าพิจารณาในคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ชุดใหญ่ อีกครั้งวันที่ 1 ก.ค.นี้ ซึ่งคาดว่าจะมีการตัดทอนงบประมาณไป ให้วงเงินที่ใช้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด คาดว่าจะลดวงเงินเหลือไม่เกิน 1 แสนล้านบาท ก่อนเสนอเข้าครม.อนุมัติวันที่ 8 ก.ค.นี้ และเมื่อผ่านการพิจารณา สามารถเบิกจ่ายงบปรมาณตามหลักเกณฑ์เบิกจ่ายภาครัฐได้ทันที คาดว่าเม็ดเงินจะหมุนเวียนในระบบ 2 รอบ หรือราว 2 แสนล้านบาท 

ส่วนวงเงินที่เหลือ จะทยอยอนุมัติโครงการฟื้นฟูในรอบ 2 และ 3 ซึ่งจะเข้าสู่ระบบเดือน ส.ค.และ ก.ย. ตามลำดับ และยืนยัน ไม่จำเป็นต้องใช้ครบ 4 แสนล้านบาท  ที่ใช้รูปแบบนี้ เพราะไม่สามารถเดาอนาคตได้ ว่าไทยจะเกิดเหตุการณ์แพร่ระบาดรอบ 2 หรือไม่ 

นั้นคือภาพใหญ่ทั้งหมด รายการเศรษฐกิจ Insight พาไปดูโครงการที่สำคัญๆ ที่มีการอนุมัติรอบแรกนี้ 


สำหรับ โครงการสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก ประกอบไปด้วยโครงการ เกษตรทฤษฎีใหม่ เพื่อให้พึ่งพาตนเอง วงเงินรวม 19,330 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ 14,315 ล้านบาท และโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ “โคก หนอง นา โมเดล” วงเงิน 4,953 ล้านบาท และโครงการข้อเสนอแต่ละจังหวัดที่เกี่ยวเนื่องกับเกษตรทฤษีใหม่ อีก 61 ล้านบาท 


กลุ่ม สร้างงานสร้างอาชีพ ยกตัวอย่างเช่น โครงการตำบลแบบบูรณาการ 2,611 ล้านบาท เนื่องจากมีหลายกระทรวงที่เสนอการจัดเก็บฐานข้อมูล หรือ Big Data ซึ่งมีการซ้ำซ้อนจำนวนมาก ดังนั้นให้กระทรวงมหาดไทย เป็นเจ้าภาพจ้างงาน 2 คน ไปลง แต่ละตำบล เพื่อจัดเก็บข้อมูลเชิงสถิติต่างๆ  / โครงการอาสาสมัครบริบาลท้องถิ่น เพื่อดูแลผู้สูงอายุ 1,080 ล้านบาท ส่วนนี้จะมีการอบรมคนดูแลผู้สูงอายุ หรือ Nurse care เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุต่อไป

นอกจากนี้ ยังกันงบประมาณเอาไว้ให้กองทุนหมู่บ้าน วงเงินรวม 15,920 ล้านบาท แบ่งให้หมู่บ้านละ 2 แสนบาท ให้เสนอโครงการที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของชุมชน เข้ามาและจะมีการอนุมัติอีกครั้ง วัตถุประสงค์เพื่อต้องการยกระดับเศรษฐกิจชุมชน และสร้างงานสร้างอาชีพต่อไป 

นอกจากนี้ยังมีโครงการ1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย วงเงิน 13,500 ล้านบาท โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมเศรษฐกิจฐานรากเชื่อมโยงการท่องเที่ยว 1,900 ล้านบาท เป็นต้น 

ขณะที่แผนงานการสร้างการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน มีโครงการลงทุนด้านนัวตกรรมชีวภาพ วงเงิน 2001 ล้านบาท และสนับสนุนการรวมกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ พัฒนาเกษตรสมัยใหม่ รวมทั้งสิ้น 16,054 ล้านบาท ยกระดับท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ วงเงิน 2,933  ล้านบาท


ส่วนกลุ่มที่ 3 คือ การสนับสนุนให้เกิดการท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 22,422 ล้านบาท ใน 3 โครงการ คือ โครงการกำลังใจ 2,400 ล้านบาท โครงการเราไปเที่ยวกัน 18,000 ล้านบาท  และเที่ยวปันสุข 2,000 ล้านบาท รวมถึงโครงการอื่นๆ ตามข้อเสนอของจังหวัด 22 ล้านบาท 


ผลที่คาดว่าจะได้รับในระยะสั้น ตัวเม็ดเงินหมุนเวียน สศช.คาดว่าจะหมุน 2 รอบ ในระบบเศรษฐกิจ เช่น รอบนี้ถ้ามีการอนุมัติโครงการ 1 แสนล้านบาท เม็ดเงินจะเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ 2 แสนล้านบาท ส่วนการจ้างงาน ทั้งหมด 70,343 คน แบ่งเป็น การสร้างฐานข้อมูลเชิงสถิติ เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ 14,510 คน เข้าไปตำบลละ 2 คน เพื่อเก็บสถิติ จ้างบริบาล บุคลากรเข้ามาดูแลผู้สูงอายุ 15,548 คน ในโครงการอาสาสมัครบริบาลท้องถิ่น เพื่อดูแลผู้สูงอายุ 710,518 คน รองรับสังคมผู้สูงอายุที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ 

และ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ้างบุคลากร 40,285 คน เพื่อสร้างเครือข่ายดูแลพื้นที่ป่า และควบคุม และสร้างแนวกันไฟป่า สร้างแหล่งน้ำขนาดเล็ก เป็นต้น 


ส่วนผลในระยาว จะสร้างมูลค่าผลผลิตใหม่ 2 เท่าของมูลค่าโครงการ เกิดการจ้างงาน 410,415 ราย เกิดฐานข้อมูลพื้นฐานชุมชน สำหรับการพัฒนาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน 79,604 หมู่บ้าน 3,000 ตำบล 

พื้นที่ป่าไม้ เพิ่มขึ้น 1.7 แสนไร่ และพัฒนาแหล่งน้ำชุมชน 7,915 ล้านลูกบาตรเมตร รวมถึงการสร้างดิจิทัลแพลตฟอร์ม และระบบโลจิสติกส์ ทั้งด้านการท่องเที่ยวและการขายสินค้าออนไลน์ 


ภาคการเกษตร มีเกษตรทฤษฎีใหม่เพิ่มขึ้น 2.4 แสนไร่ มีการรวมกลุ่มกันเป็นเกษตรแปลงใหญ่ และเกษตรสมัยใหม่ เพิ่มขึ้น 5,450 แปลง 5 ล้านไร่ มีเกษตรกรที่ได้ประโยชน์ 262,500 ราย 

ส่วนเศรษฐกิจชีวภาพ ตั้งเป้าเกษตรกรพัฒนวัตกรรมกว่า 4 หมื่นราย เพิ่มยอดขายกว่า 10% ลดต้นทุนกว่า 1.2 แสนล้านบาทต่อปี และสร้างมูลค่าเพิ่มกว่า 1 พันล้านบาทต่อปี 

โครงการทั้งหมด จะเปลี่ยนโฉมประเทศไทย ได้ตามเป้าหมายมากน้อยแค่ไหน ยังคงต้องติดตาม


รับชมรายการเศรษฐกิจ Insight ตอน สศช.เคาะแสนล้าน ฟื้นประเทศรอบแรก

ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=i1eWOCxytDI

เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com
facebook : TNNThailand
facebook live : TNN Live
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNThailand
Instagram : @tnn_online
TIKTOK : @tnnonline