7
shared

เตรียมทดลอง "ฟ้าทะลายโจร" รักษาโควิด-19 ในคน

29 มิถุนายน 2563 06:58 398
เตรียมทดลอง "ฟ้าทะลายโจร" รักษาโควิด-19 ในคน

กรมการแพทย์แผนไทยฯ เดินหน้าวิจัยยาฟ้าทะลายโจรรักษาโควิด-19 ทดลองในผู้ป่วย “รพ.สุมทรปราการ-รพ.บางละมุง” เริ่มทดลองจากขนาด 60 มก. วันละ 3 ครั้ง ในผู้ป่วยมีไข้ ไอ ตัวร้อน อยู่ในอาการไม่เกิน 72 ชม.

วันนี้ (29 มิ.ย.63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่กระทรวงสาธารณสุข ได้มีการทดลอง "ยาฟ้าทะลายโจร" เพื่อนำมาใช้ฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งผลทดลองในหลอดทดลองเบื้องต้น พบว่า เมื่อไวรัสเข้าเซลล์แล้ว ฟ้าทะลายโจรมีผลฆ่าไวรัสโควิด-19 ได้โดยตรง และทำให้ไวรัสไม่เพิ่มจำนวนในเซลล์ และจะมีการเดินหน้าทดลองในมนุษย์ต่อไปนั้น

นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า กรมฯ ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และ องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ได้รับการอนุญาตจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ ในการศึกษาสารสกัดฟ้าทะลายโจรขนาดสูงต่อผู้ป่วยโรคโควิด-19

แต่เดิมขอทำการศึกษาทดลองในผู้ป่วยที่สถาบันบำราศนราดูร แต่ขณะนี้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในไทย มีจำนวนน้อยมาก หรือไม่มีผู้ป่วยเลย จึงได้เปลี่ยนสถานพยาบาลเป็นโรงพยาบาลสมุทรปราการ และโรงพยาบาลบางละมุง ที่รับผู้ติดเชื้อเข้ารักษา โดยมีความพร้อมตั้งแต่วันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา และดำเนินการได้ทันที หากมีผู้ติดเชื้อตามเกณฑ์เข้ารับการรักษา

โดยผู้ติดเชื้อที่เข้าเกณฑ์การทดลองฟ้าทะลายโจร ต้องเป็นผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อโควิด-19 อยู่ในระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง มีอาการระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง คือ ไข้ ไอ ตัวร้อน ซึ่งปกติจะไม่ได้มีการให้ยาชนิดไหนอยู่แล้ว 

ระยะแรกจะทดลองในกลุ่มตัวอย่าง 6 ราย ได้รับยาแคปซูลสารสกัดฟ้าทะลายโจร ครั้งละ 60 มิลลิกรัม หรือ 3 เท่าของขนาดปกติ วันละ 3 ครั้ง เพื่อดูว่าอาการดีขึ้นชัดเจนหรือไม่ ถ้าดีขึ้นไม่ชัดเจน เช่น ไข้ลดลงไม่ต่างกัน ปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัวอ่อนเพลียไม่ต่างกัน ก็จะดำเนินการทดลองต่ออีก 6 ราย ได้รับยาแคปซูลสารสกัดฟ้าทะลายโจร ครั้งละ 100 มิลลิกรัม หรือ 5 เท่าของขนาดปกติ วันละ 3 ครั้ง

รวมถึงดูว่ายาฟ้าทะลายโจรช่วยลดเอนไซม์ตัวที่ทำให้คนไข้อาการแย่ลงจากการที่ทำลายปอด ทำลายผิวหนังหรือไม่ด้วย เพราะในทางทฤษฎีฟ้าทะลายโจรจะช่วยลดตรงนี้และจัดการกับเชื้อโรคโควิดด้วย 

อย่างไรก็ตาม นพ.มรุต ระบุว่า โครงการวิจัยจะช้ากว่าเดิมจากที่จะดำเนินการในช่วง เมษายน- กรกฎาคม 2563 ก็จะต้องขยับออกไป เพราะไม่มีผู้ป่วยที่จะเข้าร่วมโครงการวิจัย ซึ่งก็เป็นเรื่องดีที่ประเทศไทยไม่มีผู้ติดเชื้อ ซึ่งหากผลการวิจัยสำเร็จและมีการรายงานผลแล้วทั่วโลกจะต้องให้การยอมรับ

เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com
facebook : TNNThailand
facebook live : TNN Live
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNThailand
Instagram : @tnn_online
TIKTOK : @tnnonline