11
shared

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2019-20 สัปดาห์ที่ 31 ลิเวอร์พูล พบ คริสตัล พาเลซ

25 มิถุนายน 2563 04:33 6875
ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2019-20 สัปดาห์ที่ 31 ลิเวอร์พูล พบ คริสตัล พาเลซ

ลิเวอร์พูล ได้ 4 ประตูจากนักเตะไม่ซ้ำหน้า ช่วยให้ เอาชนะ คริสตัล พาเลซ ไป 4-0 เก็บสามแต้มสำคัญ พร้อมทั้งจ่อคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ครั้งแรกในรอบ 30 ปี ทันที ถ้าหากว่า แมนฯ ซิตี้ ไม่สามารถเอาชนะ เชลซี ในเกมวันพรุ่งนี้ได้

วันนี้ (25 มิ.ย. 63) ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 31 ของฤดูกาล ที่สนาม "แอนฟิลด์" เป็นทางด้านของ ลิเวอร์พูล เปิดบ้านรับการมาเยือน คริสตัล พาเลซ ลงสนามเวลา 02.15 น.


ครึ่งเวลาแรก

เริ่มเกมมาได้ 8 นาที เป็นทางฝั่งของ ลิเวอร์พูล ได้ลุ้นก่อนจอร์แดน เฮนเดอร์สัน เปิดบอลเข้าไปในเขตโทษ กองหลังทีมเยือน สะกัดไม่ดีบอลไปเข้าทาง จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม ได้จังหวะยิงในเขตโทษบอลหลุดเสาออกไป

นาทีที่ 16 โจ โกเมซ วางบอลยาวจากหลังมาให้ ซาดิโอ มาเน่ ได้จังหวะตอกส้นทะลุช่องให้ โรเบอร์โต้ ฟิร์มิโน่ ได้บอลเข้าเขตโทษ ก่อนตัดสินใจยิงด้วยขวา บอลไปเข้ามือ เวย์น เฮนเนสซี่ย์

นาทีที่ 23 เจ้าถิ่นได้ฟรีคิก หน้าเขตโทษ ก่อนเป็น เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ รับหน้าที่ยิงบอลพุ่งข้ามกำแพงโค้งเสียบเสาเข้าไปช่วยให้ ลิเวอร์พูล ออกนำ คริสตัล พาเลซ 1-0  

นาทีที่ 28 จากจังหวะฟรีคิก เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เขี่ยบอลให้ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ได้จังหวะเปิดเข้าไป ก่อนเป็นกองหลังเจ้าถิ่นเคลียร์ออกมาเข้าทาง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ได้จังหวะยิงบอลพุ่งไปชนเสา ก่อนที่กองหลังเจ้าถิ่นจะเคลียร์ออกหลังไปได้ 

นาทีที่ 37 จากจังหวะที่ ซาดิโอ มาเน่ เก็บตกบอลในเขตโทษได้ ก่อนจ่ายบอลต่อไปให้ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม ได้จังหวะยิงแต่โดนไม่เต็มเท้าบอลหลุดเสาออกไป 

นาทีที่ 41 โจ โกเมซ โหม่งสะกัดบอลไม่ดี บอลไปเข้าทาง มักซ์ เมเยอร์ ได้จังหวะเลี้ยงบอลจี้เข้าหน้าเขตโทษ ก่อนตัดสินใจยิงบอลหลุดเสาออกไป 

นาทีที่ 44 ฟาบินโญ่ จ่ายบอลยาวให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หลุดเดี่ยวเข้าไปในเขตโทษ ก่อนตัดสินใจยิงบอลผ่านมือของ เวย์น เฮนเนสซี่ย์ เข้าประตูไป ช่วยให้ ลิเวอร์พูล นำห่าง คริสตัล พาเลซ 2-0  หลังจากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มเติมได้ หมดเวลาการแข่งขันครึ่งแรก ลิเวอร์พูล นำ คริสตัล พาเลซ 2-0  


ครึ่งเวลาหลัง

เริ่มครึ่งหลังมายังเป็น ลิเวอร์พูล ที่เดินหน้าทำเกมรุกอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่สามารถทำประตูเพิ่มเติมได้ เกมผ่านไป ถึงนาทีที่ 55 แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน จ่ายบอลให้ ฟาบินโญ่ ได้จังหวะยิงไกลจากหน้าเขตโทษบอลพุ่งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ช่วยให้ ลิเวอร์พูล นำห่าง คริสตัล พาเลซ 3-0  

นาทีที่ 64 อเล็กซ์ อ็อกเลด-แชมเบอร์เลน ถูกส่งลงสนามแทนที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน

หลังจากนั้นอีก 5 นาที โรเบอร์โต้ ฟิร์มิโน่ จ่ายบอลให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ก่อนจ่ายบอลต่อให้ ซาดิโอ มาเน่ ได้บอลหลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษ แล้วยิงด้วยเท้าขวาบอลพุ่งเสียบเสาไป ช่วยให้ ลิเวอร์พูล นำห่าง คริสตัล พาเลซ 4-0  

นาทีที่ 74 ทาคูมิ มินามิโนะ ถูกส่งลงสนามแทนที่ โรเบอร์โต้ ฟิร์มิโน่ และ เนโก วิลเลียมส์ ถูกส่งลงสนามแทนที่ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์

นาทีที่ 84 ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ ถูกส่งลงสนามแทนที่ ซาดิโอ มาเน่ และ นาบี เกอิต้า ถูกส่งลงสนามแทนที่ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน

นาทีที่ 90+1 เนโก วิลเลียมส์ จ่ายบอลทะลุช่องให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้บอลหลุดเดี่ยวขึ้นไปด้านขวา ก่อนตัดสินใจยิงด้วยซ้าย บอลไปติดเซฟผู้รักษาประตู

หลังจากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มเติมได้ หมดเวลาการแข่งขัน ลิเวอร์พูล เปิดรังเอาชนะ คริสตัล พาเลซ 4-0 โดยได้ประตูจาก เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์,โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ,ฟาบินโญ่ และ ซาดิโอ มาเน่ การเก็บชัยชนะในเกมนี้ของ"หงส์แดง" ทำให้พวกเขาจ่อได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก ครั้งแรกในรอบ 30 ปี เต็มที่ เพราะ ถ้าหากว่า แมนฯ ซิตี้ ไม่สามารถเอาชนะ เชลซี ในเกมวันพรุ่งนี้ได้ พวกเขาจะการันตีแชมป์ทันที 


11 คนแรกที่จะลงสนามเป็นตัวจริง

ลิเวอร์พูล ระบบ (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ ; เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ; ฟาบินโญ่,จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม ; โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรเบอร์โต้ ฟิร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่

คริสตัล พาเลซ ระบบ (4-1-4-1) : เวย์น เฮนเนสซี่ย์ ; โจเอล วอร์ด,มามาดู ซาโก้, แกรี่ เคฮิลล์, พาทริก ฟาน อานโฮลท์ ; เจมส์ แม็คคาร์ธีย์ ;แอนดรอส ทาวน์เซนด์ , ชีกู คูยาเต้,เจมส์ แม็คอาร์เธอร์ , วิลฟรีด ซาฮา ; จอร์แดน อายิว


ไฮไลท์การแข่งขัน