6
shared

แก้กม.คุ้มครอง "ลูกจ้างทำงานบ้าน" ห้ามจ่ายน้อยกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ

21 มิถุนายน 2563 14:39 190
แก้กม.คุ้มครอง "ลูกจ้างทำงานบ้าน" ห้ามจ่ายน้อยกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เตรียม แก้ กม.คุ้มครอง “ลูกจ้างทำงานบ้าน” ห้ามจ่ายน้อยกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ เพื่อการคุ้มครองลูกจ้างทำงานบ้านให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี

วันนี้ (21 มิ.ย.63) นางอุดมลักษณ์ สอนสารี รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กฎหมายที่ใช้ในการคุ้มครองลูกจ้างที่ทำงานเกี่ยวกับงานบ้านอันมิได้มีการประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วยหรือผู้รับใช้ในบ้าน ซึ่งก็คือกฎกระทรวงฉบับที่ 14 (พ.ศ.2555) ที่ออกตามความในพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 กฎกระทรวงฉบับนี้ได้กำหนดความคุ้มครองลูกจ้างให้มีความแตกต่างจากการจ้างงานทั่วไป โดยไม่ได้นำบทบัญญัติบางมาตราของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ มาใช้บังคับ ลูกจ้างซึ่งทำงานบ้านตามกฎกระทรวงนี้จึงได้รับการคุ้มครองเพียงบางเรื่อง เช่น วันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี วันลาป่วย สิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดวันลา เป็นต้น

นอกจากนี้ กฎหมายดังกล่าวได้มีบังคับใช้เป็นระยะเวลาเกินกว่า 5 ปี บทบัญญัติบางประการจึงไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป กสร.จึงได้ดำเนินการยกร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่ขึ้น รวมทั้งได้จัดให้มีการประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากนายจ้าง ลูกจ้าง และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ประกอบการปรับปรุงแก้ไขร่างกฎหมายดังกล่าว จำนวน 3 ครั้ง โดยดำเนินการครั้งแรก ในวันที่ 21 มิถุนายน 2563 ครั้งที่ 2 ในวันที่ 22 มิถุนายน 2563 และครั้งสุดท้ายในวันที่ 23 กรกฎาคม 2563

สำหรับประเด็นสำคัญที่มีการปรับปรุงแก้ไขในร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่ ได้แก่ การกำหนดห้ามนายจ้างจ่ายค่าจ้างให้กับลูกจ้างต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ การกำหนดสิทธิลาคลอดของลูกจ้างหญิง การกำหนดให้นายจ้างที่มีการจ้างเด็กอายุ 15-18 ปี เข้าทำงานต้องแจ้งการจ้างกับพนักงานตรวจแรงงาน เป็นต้น ทั้งนี้ ความคิดเห็นที่ได้จากภาคส่วนต่างๆ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนา และปรับปรุงกฎหมายที่จะใช้ในการคุ้มครองลูกจ้างทำงานบ้านให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป

เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com
facebook : TNNThailand
facebook live : TNN Live
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNThailand
Instagram : @tnn_online
TIKTOK : @tnnonline