3
shared

ทีเอ็มบี-ธนชาตประเมินศก.โลกฟื้นตัวไตรมาส 4 ปีนี้-ตลาดทุนยังผันผวน

12 มิถุนายน 2563 15:49 156
ทีเอ็มบี-ธนชาตประเมินศก.โลกฟื้นตัวไตรมาส 4 ปีนี้-ตลาดทุนยังผันผวน

ทีเอ็มบีและธนชาต ประเมินศก.โลกฟื้นตัวไตรมาส 4 ปีนี้ มาตรการทั้งการเงิน-การคลังทั่วโลกจะช่วยพยุงและผลักดันเศรษฐกิจให้เข้าสู่ภาวะปกติ

วันนี้ (12 มิ.ย.63 ) ในงาน TMB | Thanachart  Investment Talk LIVE “เจาะกลยุทธ์การลงทุนในยุค New Normal”  นายบดินทร์ พุทธอินทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์กองทุน TMBAM Eastspring เปิดเผยมุมมองต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลกในปีนี้ว่า  ทุกประเทศล้วนได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ทำให้ส่วนใหญ่เติบโตแบบติดลบ ก่อนที่จะขยายตัวช้าๆ ในปีหน้า ทั้งนี้เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มเริ่มฟื้นตัวในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ เนื่องจากประเมินว่ามาตรการทั้งการเงินและการคลังทั่วโลกจะช่วยพยุงและผลักดันเศรษฐกิจให้เข้าสู่ภาวะปกติได้ในที่สุด ซึ่งไอเอ็มเอฟคาดการณ์ว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลก (GDP) จะติดลบประมาณ -3% ขณะที่ประเทศจีนจะมีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจได้เร็วโดดเด่นกว่าประเทศอื่น คาดการณ์ว่า GDP ของจีนในปีนี้จะอยู่ที่ 1.2% และในปีหน้าประเมินว่าจะเติบโต 9% ส่วนประเทศสหรัฐอเมริกา เศรษฐกิจปีนี้คาดว่าเติบโตติดลบอยู่ที่เกือบ -6% และปีหน้าคาดว่าจะฟื้นตัวอยู่ที่4.7%


ขณะที่สถานการณ์ลงทุนในตลาดหุ้นยังมีความผันผวน แต่มองว่าตลาดผ่านจุดต่ำสุดไปในไตรมาสที่ 2  ของปี สะท้อนจากดัชนีความผันผวนของตลาดหุ้น (Vix index) ซึ่งดัชนีเริ่มปรับตัวลงจากระดับในช่วงก่อนหน้า จึงถือเป็นโอกาสที่นักลงทุนจะทยอยเข้าไปเลือกลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและราคาเหมาะสม ส่วนตลาดตราสารหนี้นั้น นักลงทุนเริ่มคลายความตื่นตระหนกชะลอการเทขายลงแต่ยังคงมีความผันผวน และแม้ว่าอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกมีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับต่ำอีกนาน แต่ตราสารหนี้ประเภทพันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้ที่เป็นอินเวสเมนท์ เกรด ยังเป็นสินทรัพย์น่าลงทุน โดยต้องระมัดระวังเรื่องการผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทขนาดเล็ก

ทั้งนี้ ความปกติในรูปแบบใหม่ หรือ New Normal ยังอยู่กับเราไปอีกระยะ ส่งผลให้คนต้องปรับพฤติกรรมจากออฟไลน์เป็นออนไลน์ เทคโนโลยีจะมีบทบาทมากขึ้น คนดูแลใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ดังนั้น เทรนด์การลงทุนที่น่าสนใจจะเป็นหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นเฮลธ์แคร์ ซึ่งมีความโดดเด่นมาตั้งแต่ต้นปี มีการฟื้นตัวแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับดัชนีหุ้นโลก จะเห็นได้ว่าตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาได้รับอิทธิพลจากหุ้นทั้งสองกลุ่มนี้ช่วยประคองดัชนีเอสแอนด์พี 500 ไม่ให้ลงลึกไปมากนัก และอัตรากำไรต่อหุ้นยังเติบโตเมื่อเทียบกับหุ้นกลุ่มอื่น อีกทั้งผลประกอบการออกมาเติบโตกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ส่วนอีกกลุ่มที่น่าสนใจลงทุนคือ หุ้นจีน เพราะจีนเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงมาก อย่างไรก็ตาม ด้วยการลงทุนยังคงมีความผันผวน ธีมการลงทุนต่อจากนี้ควรให้น้ำหนักในตราสารหนี้มากกว่าหุ้น เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยง ลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุน แม้แนวโน้มดอกเบี้ยทั่วโลกจะยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำอีกนาน



 ข่าวที่เกี่ยวข้อง

- โบรกแนะ 2 หุ้นเด่นRBF-BAM

- โบรกฯมองหุ้นBEMอนาคตสดใส

- APฟื้นตามโควิดให้เป้า8.50บ.

- MCOTเผยQ1ขาดทุน877ลบ.

- GULF ลงทุนเพิ่มในโอมาน


 เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNThailand.com
facebook : TNNThailand
facebook live : TNN Live
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNThailand
Instagram : @tnn_online