6
shared

เปิดตลาดแรงงาน-การใช้จ่ายผู้บริโภคยุค "New Normal"

5 มิถุนายน 2563 14:53 485
เปิดตลาดแรงงาน-การใช้จ่ายผู้บริโภคยุค "New Normal"

เปิดตลาดแรงงาน-การใช้จ่ายผู้บริโภคยุค "New Normal" โดยคาดว่าธุรกิจ "E-Commerce" จะมาแรงแซงเกษตรกรรม

          สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ในประเทศไทย ที่ดูแล้วจะมีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายวันอยู่ในระดับต่ำ  ทำให้รัฐบาลทยอยผ่อนปรนความเข้มงวดในการบังคับใช้ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ตั้งแต่ในช่วงต้นเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา บรรดาภาคธุรกิจ ร้านค้า และกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ ก็เลยเริ่มทยอยกลับมาเปิดได้ตามปกติ  ซึ่งในระยะต่อไป มาตรการเยียวยาและบรรเทาผลกระทบ COVID-19 ของภาครัฐก็จะทยอยสิ้นสุดลงในช่วงเดือนมิ.ย. นี้แล้ว การปรับตัวเพื่อให้ทันกับ "New Normal" จึงต้องเริ่มสตาร์ทได้แล้ว 
 



        ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้เปิดเผยผลสำรวจสภาวะการครองชีพของครัวเรือนไทยที่อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ในช่วงวันที่ 21-28 พ.ค. 2563  ซึ่งพบว่า  อัตราการว่างงานในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เดือนพ.ค. 2563 อยู่ที่ 9.6% จากการสุ่มสำรวจภาวะการมีงานทำของครัวเรือนไทยที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พบจำนวนผู้ว่างงาน คิดเป็น 9.6% ของครัวเรือนที่ทำการสำรวจ โดย 61.4%  ของจำนวนผู้ว่างงานที่ทำการสำรวจ มีสาเหตุหลักมาจากผลกระทบของ COVID-19  และมาตรการล็อกดาวน์ที่ทำให้ครัวเรือนบางส่วนไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ  และอีก 38.6%ของจำนวนผู้ว่างงานมาจากสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่ COVID-19


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

        โดยอัตราการว่างงานน่าจะอยู่ในระดับสูงสุดช่วงไตรมาสที่ 2/2563 และค่อยๆ ปรับตัวลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 หลังจากที่ภาครัฐทยอยผ่อนปรนความเข้มงวดในการบังคับใช้ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ภายใต้สมมติฐานที่ว่า ไม่มีการแพร่ระบาดซ้ำของไวรัส COVID-19 จนนำไปสู่มาตรการล็อกดาวน์ครั้งที่ 2  

        เมื่อสอบถามมุมมองของครัวเรือนไทยต่อสภาวะการมีงานทำของตนเอง พบว่า 6.4% ของครัวเรือนที่ทำการสำรวจ (ที่มีงานทำ) มองว่า บริษัทที่ตนเองทำงานอยู่มีโอกาสสูงที่จะปิดตัวลงในไม่ช้าจากผลกระทบของ COVID-19 ในขณะที่ 17.4% ของครัวเรือนที่ทำการสำรวจ (ที่มีงานทำ) มองว่า มีโอกาสสูงที่บริษัทจะปรับลดพนักงานและตนเองจะถูกเลิกจ้าง ซึ่งครัวเรือนส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้มักเป็นผู้มีรายได้ต่ำกว่า 20,000 บาทต่อเดือน และทำงานอยู่ในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง 



        จากการสำรวจมุมมองการวางแผนดำเนินชีวิต  หลังเผชิญสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ของครัวเรือนไทย 3 กลุ่ม แบ่งตามการใช้สิทธิ์เยียวยาผลกระทบจาก COVID-19 ได้แก่ 

  • กลุ่มที่ 1 กลุ่มแรงงานนอกระบบที่ได้รับสิทธิ์เงินเยียวยาจากมาตรการ “เราไม่ทิ้งกัน” พบว่า หลังมาตรการ “เราไม่ทิ้งกัน” สิ้นสุดลง ครัวเรือนที่ได้รับสิทธิ์มาตรการ “เราไม่ทิ้งกัน” ส่วนใหญ่ 35.5% พยายามหางานรับจ้างชั่วคราว (ฟรีแลนซ์) แบบเดิมทำไปก่อน อีก 25.6% เปลี่ยนไปค้าขายออนไลน์ 
  • กลุ่มที่ 2 กลุ่มแรงงานในระบบที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 และใช้สิทธิ์เงินชดเชยจากประกันสังคมกรณี COVID-19 พบว่า หลังจากที่สิ้นสุดช่วง 3 เดือนที่ได้รับเงินชดเชยจากประกันสังคมแล้ว แรงงานกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ 47.4% เลือกที่จะกระจายความเสี่ยงทางด้านรายได้ผ่านการมีอาชีพเสริมเพิ่มเติม อย่างน้อย 1 อาชีพ อีก 18.0% จะกลับเข้าทำงานบริษัทเดิม หากมีการรับคนเพิ่ม และอีก 11.3% เปลี่ยนไปค้าขายออนไลน์แทน
  • กลุ่มที่ 3 กลุ่มแรงงานที่ไม่ได้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์ “เราไม่ทิ้งกัน” และไม่ได้ใช้สิทธิ์เงินชดเชยกรณี COVID-19 จากประกันสังคม พบว่า หลังจากที่เผชิญสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในครั้งนี้ แรงงานกลุ่มนี้ตระหนักถึงความสำคัญของวินัยทางการเงินของตนเองมากขึ้น โดย 43.8% ของแรงงานกลุ่มนี้เริ่มเก็บออมมากขึ้นและระมัดระวังการใช้จ่ายในปัจจุบัน อีก 28.4% มองหาอาชีพเสริมเพิ่มเติมเพื่อสร้างรายได้หลายช่องทาง และอีก 22.9% ลดการก่อหนี้ทุกรูปแบบ และพยายามปลดภาระหนี้สินที่มีอยู่เดิมให้เร็วที่สุด



         แม้ในปัจจุบันจะมีการผ่อนปรนให้ธุรกิจส่วนใหญ่กลับมาดำเนินการตามปกติแล้วแต่ครัวเรือนส่วนใหญ่ 95.5% กลับได้รับผลกระทบจากมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมในลักษณะที่แตกต่างกัน โดย 52.5% มีรายได้และผลประกอบการลดลง ทั้งนี้ ครัวเรือนส่วนใหญ่ 25.4% อยากให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจ หลังจากที่มาตรการเยียวยาในช่วงก่อนหน้าสิ้นสุดลง 

            จะเห็นได้ว่า การเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานและการใช้จ่ายของครัวเรือนไทยในระยะข้างหน้า  โดยวิถีปกติใหม่ หรือที่เราเรียกกันติดปากแล้วว่า New normal  สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของภาคธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) ในการดูดซับแรงงานที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ซึ่งเชื่อว่าจะเข้ามาแทนที่ภาคเกษตรกรรม   ที่แต่เดิมช่วยดูดซับแรงงานส่วนเกินจากภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ   ขณะที่ รูปแบบการใช้จ่ายของครัวเรือนกลับเปลี่ยนไปในทิศทางที่ระมัดระวัง  และเร่งสร้างวินัยทางการเงินของตนเองเพิ่มขึ้น

        ดังนั้น  จึงเป็นโจทย์สำคัญเร่งด่วนสำหรับภาครัฐ ทั้งในเรื่องของการออกมาตรการเศรษฐกิจที่ช่วยสร้างงานเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ  และรองรับจำนวนผู้ว่างงานใหม่หลังมาตรการเยียวยาสิ้นสุดลง  ตลอดจนการออกมาตรการส่งเสริมการออมที่เอื้อต่อแรงงานหลายกลุ่ม หรือให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม เพราะตลาดและพฤติกรรมของประชาชนได้เปลี่ยนไปแล้ว



อ่านข่าวอื่นๆ

ตั้ง 4 ขุนพล- 9 กุนซือ คุมฟื้นฟู การบินไทย ทางรอดองค์กรแห่งชาติ?

-เปิด 2 มาตรการ "แจกเงินเที่ยว" ฟื้นเศรษฐกิจหลังโควิด-19

-เปิดแนวทางฟื้นฟูการบินไทย ยึดหลักสหกรณ์ชำระหนี้ยุติธรรม


 


เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com
facebook : TNNThailand
facebook live : TNN Live
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNThailand
Instagram : @tnn_online