12
shared

เปิดเส้นทางไซโคลนมรณะ 'นิซาร์กา' พัดถล่มอินเดียรุนแรง

4 มิถุนายน 2563 17:31 1026
เปิดเส้นทางไซโคลนมรณะ 'นิซาร์กา' พัดถล่มอินเดียรุนแรง

ไซโคลน 'นิซาร์กา' พัดถล่มพื้นที่ชายฝั่งเมืองมุมไบของอินเดีย ถือเป็นครั้งแรกในรอบมากกว่า 70 ปี ล่าสุดมีผู้เสียชีวิต 3 ราย

วันนี้ (4มิ.ย.63) ไซโคลน  “นิซาร์กา”  (Nisarga)  พายุ ลูกแรกได้เข้าพัดถล่มมุมไบในรอบมากกว่า 70 ปี ได้ก่อตัวที่ทะเลอาหรับ เคลื่อนตัวด้วยความเร็ว 120-140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในทิศทางจากใต้ขึ้นมายังทิศตะวันตก มุ่งหน้าถล่มเมืองมุมไบ รัฐมหาราษฎร์

เจ้าหน้าที่อุตุนิยมวิทยาของอินเดีย รายงานว่า ไซโคลนกำลังแรงลูกนี้ ขึ้นฝั่งใกล้กับเมืองอาลีบัก  เมืองชายฝั่ง ห่างจากเมืองมุมไบ ไปทางใต้ประมาณ 100 กิโลเมตรในช่วงบ่ายวันพุธ จากนั้นก็พัดไปทั่วพื้นที่ชายฝั่งของรัฐมหาราษฎระ มุ่งหน้าสู่ตะวันออกของเมืองมุมไบ ก่อนที่จะค่อย ๆ อ่อนกำลังลงในช่วงเย็นวันพุธ

อย่างไรก็ตาม ไซโคลนลูกนี้ ก็ทำให้เกิดฝนตกหนัก ความเร็วลม 100-110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และความเร็วลมที่จุดศูนย์กลาง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมืองมุมไบฝนตก ตลอดช่วงบ่ายวันพุธ ต่อเนื่องวันนี้และเริ่มอ่อนกำลัง  

ผลของพายุ ไซโคลนก่อให้เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม รวมถึงพายุซัดฝั่ง หรือสตอร์ม เซิร์จ สูงราว1 ถึง 2 เมตร  กระแสลมของ กระโชกแรงพัดต้นไม้หักโค่นระเนระนาดในหลายพื้นที่  ฝนที่ตกหนัก ทำให้เกิดกำแพงพังถล่มในพื้นที่ชุมชนหลายแห่ง โดยเมืองอาลีบัก ได้รับความเสียหายมากกว่า เนื่องจากอาคารบ้านเรือนหลายหลัง ถูกกระแสลมพัดหลังคาพัง   

ด้านสื่อท้องถิ่นรายงานว่า ประชาชนอย่างน้อย 3 คนเสียชีวิตในรัฐมหาราษฏร์ บาดเจ็บ5คน เหยื่อคนหนึ่งเป็นชายเสียชีวิตจากเสาไฟฟ้าล้มทับ และอีกคนเป็นผู้หญิง เสียชีวิตจากกำแพงล้มทับ    

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าเมืองมุมไบ ศูนย์กลางการเงินของอินเดียที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น กลับไม่ได้รับความเสียหายรุนแรง เนื่องจากตาพายุ หรือศูนย์กลางพายุ ไม่ได้ตรงเข้าที่เมืองมุมไบหวุดหวิด 

ขณะที่เมืองชายฝั่งอื่น ๆ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยหลังคาอาคารบ้านเรือนปลิวว่อนในหลายเมืองชายฝั่งที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการการประเมินความเสียหาย  

เมืองมุมไบ ซึ่งมีประชากร 18 ล้านคน ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 มีผู้ติดเชื้อ 1 ใน 5 ของผู้ติดเชื้อทั่วประเทศมากกว่า 200,000 คน 

อย่างไรก็ตาม พายุครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้อพยพประชาชนอย่างน้อย 100,000 คน รวมทั้งผู้ป่วยโควิด-19 ออกจากพื้นที่ 

ที่ผ่านมาเมืองมุมไบและพื้นที่โดยรอบ มักรอดพ้นจากไซโคลนหลายลูก ซึ่งไซโคลนมรณะลูกล่าสุดที่พัดถล่มเมือง เกิดขึ้นในปี พ.ศ.2491

ทั้งนี้ ประเทศอินเดีย ปีนี้เผชิญหายนะหลายด้าน ทั้ง ไซโคลน “นิซาร์กา” ต่อจาก  ซูเปอร์ไซโคลน “อำพัน” พัดถล่มภาคตะวันออกของอินเดียและบังกลาเทศเมื่อเดือนที่แล้ว มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 คน, รวมถึงเชื้อโควิด-19 ระบาด มีผู้ติดเชื้อทะลุ 2แสนราย เสียชีวิตประมาณ 6พันราย  ขึ้นมาเป็นอันดับ7ของโลก

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาอินเดียเพิ่งเผชิญคลื่นความร้อนปกคลุมทางตอนเหนือของประเทศ รวมถึงกรุงนิวเดลี ที่เจออากาศที่ร้อนสุดในเดือนพฤษภาคมในรอบเกือบสองทศวรรษหรือในรอบ 18 ปีอุณหภูมิอยู่ที่ 47.6 องศาเซลเซียส ส่วนบางรัฐ มีอากาศร้อนสุดที่ 50 องศาเซลเซียส ประชากร 1.3 พันล้านคน กำลังเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง

นอกจากนี้  ทางเหนือและตอนกลางของประเทศ อินเดีย ยังเผชิญกองทัพฝูงตั๊กแตนยักษ์จำนวนมหาศาล บินเหนือชุมชนต่าง ๆในรัฐอุตตระประเทศ, มัธยประเทศ และ ราชสถาน กระทบต่อพื้นที่การเกษตร  หลายเมืองต้อง ฉีดสารเคมีกำจัดศัตรูพืช  แต่ส่งผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยงที่ล้มป่วยด้วยโรคท้องร่วงเป็นจำนวนมาก 

นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพแวดล้อม ระบุว่า สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ทำให้แมลงเหล่านี้ เพิ่มจำนวนมาหศาลอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อนในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไซโคลนนิสรรคะแรงสุดในรอบ70 ปีจ่อถล่มมุมไบ อพยพผู้ป่วยโควิดหนีตาย

เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com
facebook : TNNThailand
facebook live : TNN Live
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNThailand
Instagram : @tnn_online