3
shared

นายกฯแจงเหตุเสนอให้โอนเงินงบ8.8หมื่นล้านเป็นงบกลางเพื่อกรณีฉุกเฉิน

4 มิถุนายน 2563 11:09 156
นายกฯแจงเหตุเสนอให้โอนเงินงบ8.8หมื่นล้านเป็นงบกลางเพื่อกรณีฉุกเฉิน

คำต่อคำ! นายกฯเสนอให้โอนเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี63 วงเงิน 8.8 หมื่นล้าน ตั้งเป็นงบกลางเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น

วันนี้ (4มิ.ย.63) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี เสนอร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ....  ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยนายกย้ำว่าร่าง พ.ร.บ.นี้ เป็นเครื่องมือสำคัญของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาและบรรเทาผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  ซึ่งถือเป็นภัยพิบัติสาธารณะร้ายแรงส่งผลกระทบต่อประชาชนและระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ  รวมทั้งปัญหาจากภัยพิบัติ ภัยแล้ง  อุทกภัย  และกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินหรือจำเป็นอื่น  ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้ใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายงบกลาง  รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น  เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนต่าง ๆ  เช่น  การแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ  อุทกภัย  ภัยแล้ง  ปัญหาเศรษฐกิจ  การบรรเทาและแก้ไขสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  เป็นต้น  ส่งผลให้งบประมาณรายจ่ายงบกลาง  รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ที่ตั้งไว้  จำนวน 96,000,000,000 บาท ไม่เพียงพอ

จึงมีความจำเป็นต้องโอนงบประมาณรายจ่ายที่หน่วยรับงบประมาณได้รับจัดสรรตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563  ไปตั้งไว้เป็นงบประมาณรายจ่ายงบกลาง  รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นดังกล่าว  โดยรัฐบาลจะสนับสนุนการดำเนินภารกิจของหน่วยรับงบประมาณผ่านกลไกของงบประมาณรายจ่ายเพื่อตอบสนองต่อการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ทันต่อสถานการณ์อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด 
 
 ร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ....  ที่เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้  มีวัตถุประสงค์สำคัญ  2  ประการ  คือ

ประการแรก  เพื่อนำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563  ของหน่วยรับงบประมาณ  บางรายการ  จำนวนทั้งสิ้น 88,452,597,900 บาท ไปตั้งจ่ายเป็นงบกลาง  รายการเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น

ประการที่สอง  เพื่อให้ร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ....  เป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  และปัญหา    ภัยพิบัติ  ภัยแล้ง  อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในช่วงปลายปีงบประมาณ  พ.ศ. 2563  รวมทั้งกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินหรือจำเป็นอื่น  
การบัญญัติกฎหมายเกี่ยวกับการโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี  มีการดำเนินการมาแล้วครั้งล่าสุดในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 

รัฐบาลเห็นว่ากฎหมายโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีฉบับนี้  มีความสอดคล้องกับกรอบวินัยการเงินการคลังของรัฐ  รวมทั้งทำให้การบริหารงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ  พ.ศ. 2563  มีประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการแก้ไขปัญหาได้ทันต่อสถานการณ์  เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน  ทั้งนี้  ร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายดังกล่าว  มีความสอดคล้องกับพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561       มาตรา 35 (1)  ที่กำหนดให้งบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ     ที่กำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย  จะโอนหรือนำไปใช้สำหรับหน่วยรับงบประมาณอื่นไม่ได้  เว้นแต่มีพระราชบัญญัติให้โอนหรือนำไปใช้ได้
 
นายกฯกล่าวว่า สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ....ที่เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร  เป็นการโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ    พ.ศ. 2563  ของหน่วยรับงบประมาณ  บางรายการที่ไม่สามารถดำเนินการได้ภายในปีงบประมาณ  จำนวนทั้งสิ้น 88,452,597,900 บาท  (แปดหมื่น  แปดพัน  สี่ร้อย  ห้าสิบสองล้าน  ห้าแสน  เก้าหมื่น  เจ็ดพัน  เก้าร้อยบาท)  ซึ่งได้พิจารณาดำเนินการตามหลักเกณฑ์และแนวทางการโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ  พ.ศ. 2563  ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2563  โดยงบประมาณและรายการที่นำไปจัดทำร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย  พ.ศ ....  ในครั้งนี้  ประกอบด้วย

 1. รายจ่ายประจำในทุกงบรายจ่ายที่ยังไม่มีการเบิกจ่ายและไม่มีข้อผูกพัน  หรือสามารถชะลอข้อผูกพันได้  ณ  วันที่ 7 เมษายน 2563  อาทิ ค่าใช้จ่ายในการสัมมนา  การฝึกอบรม  การประชาสัมพันธ์  การจ้างที่ปรึกษา  ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างประเทศ  การดำเนินการจัดงานกิจกรรมต่าง ๆ  

 2. รายจ่ายลงทุนในทุกงบรายจ่าย อาทิ  รายการปีเดียวที่ยังไม่ประกาศดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างภายในวันที่ 7 เมษายน 2563  และ/หรือ    ไม่สามารถลงนามได้ทันภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2563  รายการที่สามารถชะลอการดำเนินการโดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อราชการ  หรือไม่สามารถดำเนินการได้ในปีงบประมาณ 2563
 ทั้งนี้  ได้คำนึงถึงการบริหารงบประมาณรายจ่ายในไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4  ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2563  ตามแนวนโยบายพื้นฐาน  แห่งรัฐที่จำเป็นในการให้บริการสาธารณะภาครัฐ  การสนับสนุนค่าใช้จ่าย    ตามสิทธิและสวัสดิการเพื่อสร้างความเป็นธรรมทางสังคมและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่คำนึงถึงการสร้างงานและรายได้  ในระดับพื้นที่  ตลอดจนรายจ่ายตามข้อผูกพันต่าง ๆ  ที่ยังสามารถดำเนินการต่อไปได้บนพื้นฐาน        ที่สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน

วงเงินงบประมาณรายจ่ายที่นำมาจัดทำร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ....   จำนวน 88,452,597,900  บาท

1. งบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ  จำนวน 39,893,111,100 บาท 
2. งบประมาณรายจ่ายบูรณาการ จำนวน 13,256,486,800 บาท 
3. งบประมาณรายจ่ายเพื่อการชำระหนี้ภาครัฐ  จำนวน 35,303,000,000  บาท

เมื่อร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ....   มีผลใช้บังคับ หน่วยรับงบประมาณจะสามารถขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่าย

งบกลาง  รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น  เพื่อนำไปดำเนินแผนงาน/โครงการ  ที่สอดคล้องกับภารกิจใน  3  เรื่องสำคัญ  ดังนี้

1. การแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  
2. การป้องกัน แก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยพิบัติ  ภัยแล้ง  อุทกภัย  ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงปลายปีงบประมาณ พ.ศ. 2563  
3. การดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินหรือจำเป็นอื่น  
 
ทั้งนี้ สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย  พ.ศ. ....  ตามที่รัฐบาลได้แถลงมานั้น  มีรายละเอียดปรากฏตามเอกสารประกอบร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ....  ที่ได้นำเสนอต่อ ท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านแล้ว  จึงหวังว่าท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจะให้
การสนับสนุน  และรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้  เพื่อรัฐบาล จะได้นำงบประมาณแผ่นดินไปดำเนินการเรื่องที่มีความจำเป็นเร่งด่วน อย่างคุ้มค่า  โปร่งใส  และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชนสืบไป

เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com
facebook : TNNThailand
facebook live : TNN Live
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNThailand
Instagram : @tnn_online