2
shared

ใช้กำลังเกินกว่าเหตุ! ผลชันสูตรศพ "จอร์จ ฟลอยด์" ขาดอากาศหายใจ

2 มิถุนายน 2563 06:56 1457
ใช้กำลังเกินกว่าเหตุ! ผลชันสูตรศพ "จอร์จ ฟลอยด์" ขาดอากาศหายใจ

ผลการชันสูตรศพ "จอร์จ ฟลอยด์" หนุ่มผิวดำที่เสียชีวิตจากการใช้กำลังเกินกว่าเหตุของตำรวจผิวขาว พบสาเหตุการตายมาจากการขาดอากาศหายใจ ซึ่งขัดแย้งกับผลการชันสูตรของทีมชันสูตรของเมืองมินนีแอโพลิส ที่บอกว่าไม่พบภาวะขาดอากาศหายใจ หรือการบีบรัดคอ

วันนี้ (2 มิ.ย.63) ผลการชันสูตรศพของจอร์จ ฟลอยด์ ชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกา วัย 46 ปี เกิดจากการขาดอากาศหายใจ โดยแพทย์ผู้ชันสูตรศพจากบริษัทเอกชนที่ว่าจ้างโดยครอบครองของฟลอยด์ แถลงเมื่อวานนี้ว่า ฟลอยด์เสียชีวิตเนื่องจากถูกตำรวจผิวขาวในเมืองมินนีแอโพลิสใช้เข่ากดลำคอและกดหลังอยู่เป็นเวลานาน ซึ่งหลักฐานดังกล่าวขัดแย้งและแตกต่างจากผลชันสูตรเบื้องต้นโดยเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพของเมืองที่บอกว่า ไม่พบหลักฐานของ “ภาวะขาดอากาศหายใจ หรือการบีบรัดคอ” 

ไมเคิล บาเดน อดีตเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพของเมืองนิวยอร์กซิตี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมแพทย์ที่ถูกว่าจ้างโดยครอบครัวของฟลอยด์ให้มาชันสูตรศพครั้งนี้ กล่าวว่า ในความคิดของเขา สาเหตุการเสียชีวิตคือการขาดอากาศหายใจ เนื่องจากลำคอถูกกดทับ ซึ่งสามารถเป็นอุปสรรคต่อการนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง และการกดทับบริเวณหลัง ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการหายใจ ขณะที่ แถลงการณ์จากทีมทนายความของครอบครัวฟลอยด์ ระบุว่า การเสียชีวิตของฟลอยด์ เป็นการฆาตกรรม 

ในคลิปวิดีโอจะเห็นว่า ตำรวจผิวขาว ซึ่งก็คือ เดเรค ชอวิน ใช้เข่ากดทับลำคอของฟลอยด์อยู่นาน แม้ว่าเขาจะอ้อนวอนว่า เขาหายใจไม่ออก จุดชนวนให้เกิดความโกรธแค้น และการประท้วงรุนแรงในหลายเมืองทั่วสหรัฐย่างเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 โดยการประท้วงรุนแรง 6 วันติดต่อกันทั่วสหรัฐและระดับของความรุนแรงครั้งนี้ หนักหน่วงที่สุดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบหลายสิบปี

เบนจามิน ครัมป์ ทนายความของครอบครัวฟลอยด์ กล่าวแถลงข่าวว่า ไม่ต้องสงสัย ฟลอยด์ต้องมีชีวิตอยู่ในวันนี้ หากเดเรค ชอวิน ไม่ใช้เข่ากดทับลำคอ และการเข้ากอดรัดร่างของเขาโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 2 นาย เขากล่าวเพิ่มเติมว่า รถพยาบาลฉุกเฉินก็คือรถบรรทุกศพของเขา

ส่วนนายชอวิน ถูกจับกุมตัวและตั้งข้อหาฆาตกรรมโดยไม่เจตนาและฆาตกรรมโดยไม่ได้ไตร่ตรองไว้ก่อนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่ครอบครัวของฟลอยด์และทีมทนายความกล่าวว่า ข้อกล่าวหานี้ควรเพิ่มเป็นการเจตนาฆ่า

ทั้งนี้ มีประชาชนในเมืองต่าง ๆ มากกว่า 75 เมือง ชุมนุมประท้วง โดยในช่วงหลายวันก่อนหน้านี้ ถนนหนทางสายต่าง ๆ ต่างว่างเปล่าไร้ผู้คน เพราะการระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยผู้ประท้วงที่เดินขบวนประท้วงอย่างใกล้ชิดกัน ขณะที่รัฐบาลพยายามควบคุมการระบาดของไวรัสมรณะ

ด้าน สเตฟาเน ดูจาร์ริก โฆษกของสหประชาชาติ หรือยูเอ็น แถลงเมื่อวานนี้ว่า นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ เรียกร้องให้ชาวอเมริกัน ที่กำลังจัดการประท้วงต่อต้านความไม่เท่าเทียมทางเชื้อชาติและการใช้กำลังเกินกว่าเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประท้วงอย่างสงบ และเรียกร้องให้บรรดาผู้นำสหรัฐและเจ้าหน้าที่ฟังเสียงประชาชนและยับยั้งชั่งใจ และข้อกล่าวหาการใช้กำลังเกินกว่าเหตุของตำรวจต่อผู้ประท้วง ก็ควรจะมีการสอบสวนด้วย

ส่วนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรมและสำนักงานสอบสวนสืบสวนกลาง หรือเอฟบีไอ ทำการสอบสวนการเสียชีวิตของฟลอยด์ด้วย แต่ไม่ได้มีการแถลงต่อสาธารณชน ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อยุติวิกฤตครั้งนี้ไม่ให้ลุกลามบานปลาย ทรัมป์ทวิตข้อความหลายครั้ง ระบุว่ากลุ่มผู้ประท้วง เป็น “พวกอันธพาล” และเรียกร้องให้บรรดานายกเทศมนตรีและผู้ว่าการรัฐ “ใช้มาตรการเด็ดขาด” และขู่ใช้กำลังทหารต่อผู้ประท้วงด้วย 

เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com
facebook : TNNThailand
facebook live : TNN Live
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNThailand
Instagram : @tnn_online