4
shared

รัฐจอร์เจียประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หลังประท้วงเดือดคดี จอร์จ ฟลอยด์

30 พฤษภาคม 2563 13:03 310
รัฐจอร์เจียประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หลังประท้วงเดือดคดี จอร์จ ฟลอยด์

รัฐจอร์เจียประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ส่งทหารคุมเข้มรักษาความสงบ หลังผู้ประท้วงก่อความรุนแรง ตร.ผิวขาวฆ่า จอร์จ ฟลอยด์

วันนี้ ( 30 พ.ค. 63 )นายไบรอัน เคมป์ ผู้ว่าการรัฐจอร์เจีย ส่งกองกำลังพิทักษ์ชาติเข้าประจำการ พร้อมประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ขณะที่ กลุ่มผู้ประท้วงในเมืองแอตแลนตา ก่อเหตุจลาจลและปล้นสะดม ซึ่งชนวนเหตุมาจากกรณีตำรวจผิวขาวฆ่านายจอร์จ ฟลอยด์ หนุ่มผิวดำไร้อาวุธ วัย 46 ปีในเมืองมินนีแอโพลิส รัฐมินนิโซตาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยความรุนแรงปะทุขึ้นในย่านใจกลางเมืองแอตแลนตา ซึ่งผู้ประท้วงวางเพลิงเผารถยนต์หลายคัน รวมทั้งรถยนต์ตำรวจด้วย มีรายงานเหตุการณ์เผาทำลายทรัพย์สินหลายแห่งทั่วเมืองด้วย 


เคมป์ ระบุในแถลงการณ์ฉบับหนึ่งที่โพสต์ในทวิตเตอร์เมื่อเช้าวันเสาร์ หลังการร้องขอของเคชา บอตตอมส์  นายกเทศมนตรีเมืองแอตแลนตา และการปรึกษาหารือกับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยสาธารณะ และเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน เขาจึงขอประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินสำหรับเมืองฟัลตัน เคาน์ตี และส่งทหารจากกองกำลังพิทักษ์ชาติในจอร์เจีย 500 นาย เข้าประจำการเพื่อปกป้องประชาชนและทรัพย์สินในเมืองแอตแลนตา ซึ่งทหารจะเข้าประจำการทันที    


ในคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ทางโซเชียล มีเดีย แสดงให้เห็นความเสียหายของร้านค้าต่าง ๆ และภาพการปล้นสะดมที่เกิดขึ้นทั่วเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้างสรรพสินค้าเลน็อกซ์ สแควร์  ซึ่งมีมีเฮลิคอปเตอร์ของตำรวจลำหนึ่งบินวนสังเกตการณ์อยู่ด้านบน


ในช่วงเช้าวันศุกร์ มีการชุมนุมประท้วงในพื้นที่อื่น ๆ ของเมืองด้วย ซึ่งก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสลายการประท้วง ผลักดันฝูงชนไปรวมตัวกันในพื้นที่ใกล้สำนักงานใหญ่ของซีเอ็นเอ็น สื่อยักษ์ใหญ่ของสหรัฐที่อยู่ใกล้กับพื้นที่เกิดเหตุ ทำให้เกิดการประท้วงรุนแรงในบริเวณใกล้สำนักงานใหญ่ของซีเอ็นเอ็นด้วย 


ฝูงชนทำลายรถยนต์ตำรวจและหน้าต่างอาคารบริเวณทางเข้าสำนักงาน จนเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมอาวุธหนักต้องเข้าประจำการที่บริเวณด้านหน้าของสำนักงานใหญ่ซีเอ็นเอ็น เพื่อผลักดันผู้ประท้วงออกไป 


นอกจากนี้ ยังมีประชาชนอีกหลายร้อยคน รวมตัวกันหน้าทำเนียบขาวในวันศุกร์ เพื่อประท้วงกรณีการเสียชีวิตของฟลอยด์ และแสดงความโกรธแค้นต่อความป่าเถื่อนของตำรวจและการเหยียดเชื้อชาติ โดยผู้ประท้วงชูภาพและแผ่นป้ายข้อความต่าง ๆ ซึ่งรวมทั้งคำพูดสุดท้ายของฟลอยด์ คือ “ผมหายใจไม่ออก” (I can’t breathe) ที่บริเวณประตูด้านเหนือของทำเนียบขาว ซึ่งมีเจ้าหน้าที่จำนวนมากรักษาความปลอดภัย











เกาะติดข่าวที่นี่ 

website: www.TNNThailand.com 

facebook : TNNThailand 

facebook live : TNN Live 

twitter : @TNNThailand 

Line : @TNNONLINE 

Youtube Official : TNNThailand 

Instagram : @tnn_online