6
shared

เปิด "สถานะพิเศษของฮ่องกง" ได้มาอย่างไร?

28 พฤษภาคม 2563 17:34 277
เปิด "สถานะพิเศษของฮ่องกง" ได้มาอย่างไร?

ไขข้อข้องใจ “สถานะพิเศษฮ่องกง” ได้มาอย่างไร และ มีรายละเอียดในสถานะนี้อย่างไรบ้าง

วันนี้ ( 28 .. 63 )จากกรณีที่ไมค์ ปอมเปโอ ระบุว่าจะถอดสถานะพิเศษฮ่องกงออก เนื่องจากฮ่องกงไม่มีอิสระอีกต่อไปนั้น .. สถานะพิเศษที่ว่าคืออะไร?


ย้อนกลับไปเมื่อปี 2540 (1997) อังกฤษได้คืนเกาะฮ่องกงสู่ประเทศจีน หลังจากที่ได้เช่าไปเป็นระยะเวลา 99 ปี และจีนได้ทำข้อตกลงพร้อมให้ฮ่องกงปกครองตนเองต่อไปอีก 50 ปี ภายใต้เงื่อนไข “1 ประเทศ 2 ระบบนั่นคือ จีนแผ่นดินใหญ่ปกครองด้วยระบบสังคมนิยม และฮ่องกงปกครองด้วยระบบทุนนิยม โดยเปิดโอกาสให้ฮ่องกงมีเสรีการค้า, กระบวนการยุติธรรมอิสระ, มีสรีภาพในการแสดงออก และมีกฎหมายเป็นของตนเอง


ด้วยประเด็นดังกล่าวนี้เอง ทำให้หลายประเทศออกกฎหมายปฏิบัติต่อฮ่องกงแยกจากจีนแผ่นดินใหญ่ โดยสหรัฐฯ ได้ออกกฎหมายนโยบายฮ่องกง-สหรัฐฯ 1992 (Hong Kong-US Policy Act 1992) โดยให้สิทธิประโยชน์ ทั้งทางการค้า, พาณิชย์ และอื่น แต่การที่สหรัฐฯประกาศจะตัดสิทธิพิเศษต่าง เหล่านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังไม่ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารแต่อย่างใด


คำถามตามมาคือ ใครได้ และใครเสีย ต่อการประกาศตัดสิทธิประโยชน์ดังกล่าว .. แน่นอนว่า เสียกันทั้งสองฝ่าย


จากข้อมูลพบว่ามูลค่าการค้าระหว่างสหรัฐฯและฮ่องกง มีมากถึง 66,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 2 ล้านล้านบาท ในปี 2561 (2018)  


สำหรับผลกระทบโดยต่างต่อฮ่องกง คือ จะทำให้บรรดานักลงทุนที่เตรียมเข้ามาลงทุนในอนาคต ต้องทบทวนกันใหม่ และอาจสร้างความไม่ไว้วางใจให้กับนักลงทุนในปัจจุบันได้ อีกทั้งยังสูญเสียการเข้าถึงส่วนประกอบทางเทคโนโลยีที่สำคัญของสหรัฐฯ จากการถอนบริษัทเทคโนโลยีออกไปด้วย


ขณะที่ทางฝั่งของสหรัฐฯเอง ซึ่งได้ดุลากรค้ากับฮ่องกงมากถึง 31,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 9.3 แสนล้านบาท เมื่อปี 2561  ก็อาจทำให้ได้รับผลกระทบพอสมควร ขณะที่สหรัฐฯมีบริษัทมากถึง 1,300 แห่ง อยู่ในฮ่องกง ก็อาจได้รับผลกระทบด้วยเช่นเดียวกัน 


ที่สำคัญ กระเทือนต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯและจีนอย่างหนักในอนาคตอย่างแน่นอน


เกาะติดข่าวที่นี่ 

website: www.TNNThailand.com 

facebook : TNNThailand 

facebook live : TNN Live 

twitter : @TNNThailand 

Line : @TNNONLINE 

Youtube Official : TNNThailand 

Instagram : @tnn_online