6
shared

ยุคโควิด! ธนาคารความดี ข้าวสารแลกการทำความดี ในชุมชนยากจน

26 พฤษภาคม 2563 10:34 246
ยุคโควิด! ธนาคารความดี ข้าวสารแลกการทำความดี ในชุมชนยากจน

บ้านเลิงใหญ่มั่นคง จังหวัดเลย สานนโยบายผู้ว่าฯจัดโครงการธนาคารความดี แลกข้าวสารประทังชีวิต ช่วงวิฤกตโควิด

วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในยุค โควิด-19 ที่ยังไม่รู้ว่าจะหยุดหรือจะหมดลงเมื่อไร คนในหลายๆหมู่บ้าน ที่ยังไม่ได้ทำงาน และจะต้องอยู่บ้าน ที่ไม่มีรายได้ ซึ่งในแต่ละครอบครัวต้องดิ้นรนเพื่อปากท้อง แต่มีชุมชนหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองเลย ที่เขามีความคิดดีให้กับชุมชน เพื่อใช้โอกาสในการทำความดีและนำความดีนั้นไปแลกข้าวสาร มาเพื่อประทังชีวิต ในช่วงนี้ให้ผ่านพ้นไปเพื่อให้มีแรง กำลังใจ ที่จะต่อสู้ในอนาคต 

 

นายพลกฤต เกษมสุข  ประธานชุมชนบ้านเลิงใหญ่มั่นคง  กล่าวว่า เป็นการนำร่องของท่านผู้ว่าฯ ก่อนนี้ ท่านได้ปั่นจักรยานมา เพื่อมาเยี่ยมแล้วได้เห็นความเดือดร้อนลำบาก จากนั้นท่านก็เลยสอบถามข้อมูลต่างๆ ในชุมชน ท่านก็เลยบอกว่าเราจะทำอย่างไรกันดีเพื่อจะได้ข้าวสารมา  จากนั้นท่านก็เสนอว่ามีข้าวอยู่แล้วเราจะจัดโครงการอย่างไรเพื่อจะทำการแลกข้าว จากนั้นชุมชนก็มีการคุยกันว่าจะทำโครงการแลกข้าว เพราะว่าจะได้ฝึกให้ชุมชนได้รู้จักความรับผิดชอบและก็ทำความดีร่วมกันเพื่อจะใช้เป็นประโยชน์ในภายภาคหน้า ท่านผู้ว่าก็สนับสนุนโครงการนี้มาและก็มีการให้ทดลอง โดยการมอบข้าวสารให้และโดยการรวบรวมชาวบ้านผู้ที่มีความรู้ความสามารถในชุมชนมาร่วมกันจัดการทำบัญชีจัดการข้าวสารที่ได้มา 


นายพลกฤต กล่าวต่ออีกว่า หมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านที่มีรายได้น้อยหมู่บ้านนี้เกิดมาตั้งแต่ปี 2551 และหยุดไปช่วงหนึ่ง และมีโครงการมาเริ่มทำใหม่ในปี 2558 ในหมู่บ้านทั้งหมดมี 70 หลังคาเรือน โดยมีประชากรทั้งหมด 127 คนพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ 4งาน 36 ตารางวา  ในช่วงนี้เราก็พยามนำศาสตร์ของพระราชาในรัชกาลที่ 9 สมเด็จพ่อ ร.9 ซึ่งตอนนี้เริ่มจากการทำธนาคารน้ำใต้ดินและอีกโครงการหนึ่งคือโครง การธนาคารข้าว  ซึ่งโครงการนี้ได้รับความสนับสนุน จากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเลยโดยทางท่านผู้ว่า จะให้ข้าวสารเพื่อมานำร่องโดยการนำข้าวสาร มาทดลองประมาณหนึ่งเดือน 

 

ด้าน นางจิตลัดดา ทาศรี ชาวบ้าน บ้านเลขที่ 160/38 บ้านเลิงใหญ่มั่นคง ตำบลกุดป่อง อำเภอเมือง จังหวัดเลย กล่าวว่า ตนได้ข้าวสารวันละ 2 กิโลกรัม อยู่กันทั้งหมดในครอบครัว 4 คน ข้าวสาร 2 กิโลกรัมนั้นได้จากการทำความดี เช่นการออกกำลังกาย การเก็บขยะ และก็ทำความสะอาดบ้าน อะไรก็ได้ที่ให้ทำเพื่อตนเองและครอบครัวและชุมชน กวาดถนนในหมู่บ้าน ทำหน้าบ้านเราให้สะอาด หากไม่ทำดีก็ไม่ได้ข้าวสารไปกินข้าว  

 

นายชัยวัฒน์   ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์โควิด ตนได้เดินทางด้วยการปั่นจักรยานมาบริเวณนี้ จะมาเยี่ยมพี่น้องที่บ้านมั่นคง ก็เลยถามพี่น้องว่า หมู่บ้านนี้ทำมาหากินอะไร ก็มีชาวบ้านเล่าให้ฟังว่า มีหลากหลายอย่าง ตั้งแต่รับจ้างขายของ ทำงานในสถานที่ต่างๆซึ่งมีการปิดสถานที่ทำงาน และสอบถามว่ามีการกินอยู่อย่างไร ซึ่งได้คำตอบว่าซื้อข้าวกินเนื่องจากไม่มีไร่ นา เนื่องจากเป็นคนที่อยู่ในชุมชนเมือง ก็เลยสอบถามว่าหากเอาข้าวสารมาให้  ท่านประธานหมู่บ้านมีความคิดเห็นอย่างไร ประธานชุมชนก็เลยไปปรึกษากับลูกบ้านประชุมกับพี่น้องลูกบ้านว่าเราจะทำธนาคารกัน พอทำธนาคาร จากนั้นมีการแลก LINE กันไว้กับผม  เพื่อจะติดต่อเมื่อผ่านไปหนึ่งวันไป ทางประธานก็ได้นำสมุดบัญชีตัวอย่าง และก็ได้ทำกิจกรรมขึ้นมาผมก็ชอบใจที่พี่น้องประชาชนคิดว่าที่คิดว่าทำความดี มีผู้นำชุมชนและคณะกรรมการมาบริหารในโครงการนี้ บริหารโดยความจำเป็นของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก เช่นพี่น้องประชาชนอยู่สองคนกินข้าวเท่าไร่ ก็มารับเท่านั้น ใครที่กินข้าวชนิดไหนก็มารับให้ตรงเช่นกินข้าว จ้าว กินข้าวเหนียวพอรับไปเสร็จพี่น้องกับประชาชนก็มาทำความดี มีการส่งดอกส่งต้น เช่นกวาดถนนทำความสะอาด ถนนหนทาง ตัดหญ้าข้างถนน เป็นการส่งดอกส่งต้น ทำให้พี่น้องประชาชนเกิดความรักความสามัคคีในหมู่คณะ จะเริ่มต้นทำที่ 1 เดือนเพื่อให้พ้นช่วงโควิด -19 จากนั้นก็ได้จะได้ชวนชาวบ้านทำกันเป็นระยะยาว สุดแท้แต่พี่น้องประชาชนว่าจะร่วมมือกันทำอย่างไร แต่เอาให้ผลช่วงโควิด ไปก่อนเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีแรงในการต่อสู้ นี่เป็นความเป็นมาของธนาคารข้าวและธนาคารความดี

icon tagแท็กที่เกี่ยวข้อง