3
shared

สศช.ทุ่มงบ2แสนล้าน เน้นเศรษฐกิจฐานราก

25 พฤษภาคม 2563 13:42 85
สศช.ทุ่มงบ2แสนล้าน เน้นเศรษฐกิจฐานราก

สภาพัฒน์ เปิดพิจารณาโครงการภายใต้งบฟื้นฟู 4 แสนล้านบาท ก่อนเสนอ ครม.อนุมัติ 7 ก.ค.นี้ พร้อม ระบุ เน้นแผนโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างงาน สร้างรายได้ เชื่อมโยงท่องเที่ยว คาดใช้งบ2แสนล้านบาท



วันนี้(25 พ.ค.63)นายทศพร ศิริสัมพันธ์  เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. เปิดเผยว่า กรอบนโยบายการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศในด้านต่างๆ ตามกรอบวงเงิน 4 แสนล้านบาท จากพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19   โดยแผนงานจะดำเนินการใช้ใน 4 ด้าน  ได้แก่ 

1.แผนงานหรือโครงการลงทุนและกิจกรรมการพัฒนาที่สามารถ พลิกฟื้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เพิ่มศักยภาพ และยกระดับการผลิต และการบริการในสาขาเศรษฐกิจโดยครอบคลุมภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การค้าและการลงทุนท่องเที่ยวและบริการ

2.แผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชน ผ่านการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมเพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ โดยการส่งเสริมตลาดสำหรับผลผลิต และผลิตภัณฑ์ของธุรกิจชุมชนที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวหรือภาคบริการอื่น  ซึ่งแผนงานดังกล่าว  รัฐบาลให้ความสำคัญมากที่สุด เนื่องจากเป็นเครื่องยนต์ขับเครือนเศรษฐกิจภายในประเทศได้ทันต่อสถานการณ์  โดยคาดว่าจะใช้งบประมาณ ถึง50%  หรือ ประมาณ  2 แสนล้านบาท 

3.แผนงานกระตุ้นการบริโภคภาคครัวเรือนและเอกชนรวมถึงการลงทุนต่างๆ ของภาคเอกชน เพื่อให้สภาวะการบริโภคและการลงทุนกลับเข้าสู่ระดับปกติได้โดยเร็ว   เช่น โครงการชิมช้อปใช้  , เที่ยวไทยไทย , มาตรการด้านภาษี เป็นต้น  โดยรัฐจะเข้ามาสนับสนุน  

และ 4.แผนงานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานผ่านการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมเพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน และสนับสนุนกระบวนการผลิตเพื่อการพัฒนาประเทศ

อย่างไรก็ตาม วันนี้ได้เปิดให้ส่วนราชการ หน่วยงานต่างๆ  ยื่นเสนอโครงการเข้ามาให้คณะกรรมกลั่นกรองฯได้รับทราบ  จนถึงวันที่ 5 มิถุนายน 63   หากผ่านความเห็นชอบ  คณะกรรมกลั่นกรองฯจะนำเสอนที่ประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 7 กรกฎาคม 63  ต่อไปเพื่อให้สามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้ทันที  ซึ่งจะทำให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-ตุลาคม63 

นายทศพร  กล่าวว่า  แต่ละโครงการจะต้องดำเนินการให้เสร็จภายในปีงบประมาณ 2564 พร้อมยืนยันไม่มีการจัดสรรโควตาสัดส่วนงบประมาณให้แต่ละกระทรวง โดยจะเน้นจัดสรรงบให้โครงการที่เสนอมาตามแนวทางดังกล่าวเท่านั้น ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องใช้งบทั้งหมด 400,000 ล้านบาท  ส่วนกระบวนการเบิกจ่ายเงินแต่ละโครงการจะมีการหารือร่วมกับกระทรวงคลังอีกครั้ง เพื่อลดขั้นตอนการเบิกจ่าย  พร้อมย้ำทุกโครงการจะทำอย่างโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้


เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand