3
shared

New Normal เปลี่ยนวิถีชีวิต "การเดินทาง" ของคนเมือง

21 พฤษภาคม 2563 14:18 222
New Normal เปลี่ยนวิถีชีวิต "การเดินทาง" ของคนเมือง

เจาะลึกผลกระทบของโควิด-19 ที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของประชาชน จนกลายเป็น New Normal โดยเฉพาะ "การเดินทาง" ของคนในเมือง ที่เริ่มเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ ทำให้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจขนส่งผู้โดยสารสาธารณะ ดังนั้นผู้ประกอบการเองก็ต้องปรับเปลี่ยนเช่นเดียวกัน

ข้อมูลที่น่าสนใจจาก “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย”  พบว่าการระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้รัฐบาลต้องประกาศใช้ พรบ.ภาวะฉุกเฉิน เพื่อจำกัดการเดินทางของคนทั่วประเทศ ส่งผลต่อความต้องการเดินทางของประชาชนลดลงมากกว่า 70%  และแม้ว่ารัฐบาลจะค่อย ๆ ผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ และทยอยเปิดกิจการต่าง ๆ ให้กลับมาดำเนินกิจการได้ตามปกติ แต่มาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) จะยังคงอยู่ต่อไปซักระยะหนึ่ง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการขนส่งผู้โดยสารสาธารณะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  โดยพบว่ามาตรการ Social Distancing ทำให้ความสามารถในการบรรทุกผู้โดยสารลดลง 40%-50% 


นอกจากนี้ เมื่อผู้โดยสารรู้สึกไม่ปลอดภัยในการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการความปลอดภัยต่าง ๆ เช่น การติดแผงกั้นคนขับ-ผู้โดยสาร พร้อมชุดกรองอากาศในรถแท็กซี่ มาตรการเหล่านี้ย่อมทำให้ “ต้นทุน” ประกอบการของธุรกิจขนส่งผู้โดยสารสาธารณะเพิ่มขึ้นจากแต่ก่อน สวนทางกับรายได้ซึ่งยังไม่ฟื้นตัวเข้าสู่ภาวะปกติ   ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่าภาพรวมรายได้ธุรกิจขนส่งผู้โดยสารสาธารณะในกรุงเทพและปริมณฑลจะหดตัว 39%-44% 

เมื่อเจาะเข้าไปดูในรายละเอียดผลกระทบ พบว่ารายได้ของผู้ประกอบการขนส่งผู้โดยสารสาธารณะแต่ละประเภทธุรกิจจะได้รับผลกระทบแตกต่างกัน ตามลักษณะและพฤติกรรมของลูกค้าที่ใช้บริการยานพาหนะโดยสารสาธารณะประเภทนั้น ๆ ซึ่งข้อสรุปผลกระทบที่น่าสนใจมีดังนี้


“ธุรกิจรถแท็กซี่และ Ride Hailing” จะได้รับผลกระทบเชิงลบมากที่สุด โดยคาดว่ารายได้จะหดตัวถึง 50%-55% ในปีนี้ เนื่องจากลูกค้าหลักส่วนหนึ่งเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติหายไป ประกอบกับผู้โดยสารรถแท็กซี่มีกำลังซื้อสูงกว่าผู้โดยสารรถประจำทาง จึงมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนมาใช้รถส่วนตัวมากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจ Ride Hailing ยังดีที่บริษัทได้ดำเนินธุรกิจอื่น ๆ เช่น Food Delivery ด้วย ซึ่งความต้องการบริการส่งอาหารและสินค้าอื่น ๆ ได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงล็อกดาวน์ จึงทำให้รายได้รวมของธุรกิจ Ride Hailing ลดลงไม่มากนัก

“ธุรกิจมอเตอร์ไซด์รับจ้าง”  จะได้รับผลกระทบเชิงลบน้อยกว่าธุรกิจรถแท็กซี่ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่ารายได้จากผู้โดยสารของผู้ประกอบการมอเตอร์ไซด์รับจ้างจะลดลงประมาณ 30%-35% ในปี 2563เนื่องจากมอเตอร์ไซด์รับจ้างให้บริการกับผู้คนที่อยู่ในพื้นที่เฉพาะ เช่น ตามตรอกซอกซอยต่าง ๆ ที่รถโดยสารสาธารณะทั่วไปเข้าไปไม่ถึง และเมื่อมีความจำเป็นต้องเดินทาง ทางเลือกอื่นนอกจากมอเตอร์ไซด์รับจ้างมีไม่มากนัก ประกอบกับ มอเตอร์ไซด์รับจ้างก็ไม่ได้แบกรับต้นทุนเพิ่มจากมาตรการ Social Distancing และมาตราการเพิ่มความปลอดภัยมากนัก และถึงแม้ว่าความต้องการเดินทางของผู้โดยสารจะลดลง ผู้ประกอบการก็ยังมีทางเลือกที่จะไปรับจ้างส่งอาหาร (Food Delivery) เป็นรายได้เสริมทดแทนรายได้จากผู้โดยสารที่หายไปได้อีกด้วย จึงทำให้รายได้โดยรวมของผู้ประกอบการมอเตอร์ไซด์รับจ้างจึงไม่ได้รับผลกระทบมากนัก 

“ธุรกิจรถโดยสารประจำทาง” ทั้ง ขสมก. และรถร่วมบริการ เนื่องจากผู้โดยสารที่ใช้บริการรถเมล์ส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อย และมีทางเลือกอื่นในการเดินทางไม่มากนัก จึงได้รับผลกระทบเชิงลบค่อนข้างน้อย โดยคาดว่ารายได้ค่าโดยสารรถเมล์จะปรับตัวลดลงประมาณ 30%-35% ในปีนี้ 

“ธุรกิจรถตู้โดยสารสาธารณะ”  จะได้รับผลกระทบเชิงลบค่อนข้างมาก เนื่องจากรถตู้โดยสารมีขนาดค่อนข้างเล็ก โดยปกติรับผู้โดยสารได้เที่ยวละ 15-18 คน หากมีมาตรการ Social Distancing จะทำให้รับผู้โดยสารได้เพียงคันละ 8-9 คนเท่านั้น ซึ่งจะทำให้รายได้หายไปกว่าครึ่ง และอาจทำให้การดำเนินธุรกิจไม่คุ้มทุนในบางเส้นทาง ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ตราบเท่าที่มาตรการ Social Distancing ยังอยู่ จะมีรถตู้จำนวนหนึ่งที่ต้องหยุดให้บริการ จึงคาดว่าจะทำให้รายได้รวมของธุรกิจรถตู้โดยสารสาธารณะจะลดลงประมาณ 40%-45% ในปี 2563


ขณะที่ ธุรกิจขนส่งผู้โดยสารธารณะระบบราง หรือ รถไฟฟ้า ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าโดยภาพรวม รายได้ค่าโดยสารของธุรกิจรถไฟฟ้าจะลดลงประมาณ 30%-35% ในปี 2563  ถือว่าได้รับผลกระทบเชิงลบค่อนข้างน้อย เนื่องจากผู้โดยสารหลักที่ใช้บริการรถไฟฟ้าส่วนหนึ่ง คือผู้ที่ลงทุนซื้อคอนโดมิเนียมในแนวรถไฟฟ้าไปแล้ว ประกอบกับ พื้นที่ที่คอนโดเหล่านั้นส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขตชุมชนที่มีการจลาจรติดขัดมาก จึงทำให้การเดินทางโดยรถไฟฟ้าเป็นทางเลือกที่สะดวกรวดเร็ว เหมาะสมกับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้โดยสารหลักที่ใช้บริการรถไฟฟ้าอยู่แล้ว 

เป็นที่น่าสังเกตว่า รถไฟฟ้าแต่ละสายได้รับผลกระทบในเชิงลบไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับเส้นทางการเดินรถ และสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใช้บริการรถไฟสายต่าง ๆ โดย Airport Rail Link ได้รับผลกระทบมากกว่า รถไฟฟ้า BTS และ รถไฟฟ้า MRT เนื่องจากมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใช้บริการสูงถึงเกือบ 30% ของจำนวนผู้โดยสารทั้งหมด 

ส่วนรถไฟฟ้า MRT ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เนื่องจากผู้โดยสารมากกว่า 80% เป็นคนในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล จึงทำให้รายได้ค่าโดยสารเพิ่งปรับตัวลดลงในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา  ในขณะที่ รายได้ค่าโดยสารของรถไฟฟ้า BTS และAirport Rail Link ได้เริ่มลดลงตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์แล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่มาไทยน้อยลงตั้งแต่ช่วงการระบาดในระลอกแรก 



สรุปแล้ว โดยภาพรวมทั้งหมด รายได้ธุรกิจขนส่งผู้โดยสารสาธารณะในกรุงเทพและปริมณฑลจะหดตัว 39%-44% หรือมีมูลค่าตลาดธุรกิจขนส่งโดยสารสาธารณะ 73,329-79,893  ล้านบาท ลดลงจากปี 2562 ซึ่งมีมูลค่าตลาดฯอยู่ที่ 131,129 ล้านบาท 


อย่างไรก็ดี ในระยะยาว เมื่อรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการ Social Distancing ต่าง ๆ เช่น เปิดร้านอาหารแบบนั่งทานเป็นกลุ่ม เปิดโรงภาพยนตร์ เปิดฟิสเนส และกลับมาส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกครั้ง ความต้องการเดินทางจะพลิกกลับมาเป็นขยายตัวขึ้นจากเดิม เนื่องจากคนส่วนใหญ่เบื่อหน่ายการอยู่บ้าน โหยหาไลฟ์สไตล์ที่เคยมี ต้องการพบปะเพื่อนฝูง ญาติมิตร และทำกิจกรรมทางสังคมที่ต้องพบปะผู้คน จึงทำให้ความต้องการเดินทางเพื่อการสันทนาการพลิกกลับมาเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงแรก 


ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ในปีหน้า รายได้ของผู้ประกอบการธุรกิจขนส่งผู้โดยสารสาธารณะในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลจะเพิ่มขึ้น 56%-67% เมื่อเทียบกับปี 2563 แต่ก็ยังลดลง 3%-10% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 อยู่ดี        

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังประเมินว่า ช่วงระยะเวลาที่ถูกล็อกดาวน์ได้ทำให้พฤติกรรมผู้คนบางส่วนเริ่มเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ New Normal ในระยะยาว เช่น สั่งอาหารมาทานที่บ้านมากขึ้น ดูหนังออนไลน์มากขึ้น ซื้อของออนไลน์มากขึ้น หรือแม้กระทั้ง เรียนออนไลน์มากขึ้น และทำงานที่บ้านมากขึ้นในบางอาชีพ เช่น กราฟิกดีไซด์ นักพัฒนาเวป นักเขียนคอนเทนต์ การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์เข้าสู่ New Normal เหล่านี้จะทำให้ความต้องการเดินทางของคนในเมืองลดลงในระยะยาว 


ทั้งนี้ มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยกับ New Normal ที่น่าสนใจของสำนักวิจัย  “SUPER POLL”  สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ ได้จัดผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง "จริตใหม่ประชาชนหลังพ้นโควิด-19" กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,255 ตัวอย่าง โดยทำการสำรวจช่วงวันที่ 6-9 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งผลสรุปของการสำรวจพบว่า จริตใหม่ (New Normal) ของประชาชน หลังผ่านพ้นโควิด-19  ส่วนใหญ่ ร้อยละ 86.2 ระบุสั่งสินค้าเดลิเวอรี่มากขึ้น // รองลงมาร้อยละ 83.7 พูดคุยติดโลกโซเชียลมากขึ้น / / และ ร้อยละ 81.5 ใช้เทคโนโลยีสื่อสารโซเชียลมีเดียมากขึ้น//  ร้อยละ 79.8 คุ้นเคยลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ  //ร้อยละ 79.1 ดูแลสุขภาพตนเองมากขึ้น //ร้อยละ 64.2 ดูแลสุขภาส่วนรวมมากขึ้น //ร้อยละ 62.6 ศึกษาเล่าเรียนออนไลน์มากขึ้น //ร้อยละ 60.6 แต่งกายใช้หน้ากากอนามัยเป็นแฟชั่นดูดีมีสไตล์มากขึ้น  //ร้อยละ 56.6 คบหาพบปะผู้คนเฉพาะกลุ่มมากขึ้น // ร้อยละ 55.2 ทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) มากขึ้น

เมื่อ New Normal จะเปลี่ยนพฤติกรรมคนให้ใช้ช่องทางออนไลน์ในทุกกิจกรรมของชีวิตมากขึ้น และจะทำให้ความต้องการเดินทางของคนในเมืองลดลงในระยะยาว สวนทางกับความต้องการขนส่งสินค้าที่จะเติบโตดีขึ้นในอนาคต 

ดังนั้น ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบเชิงลบจาก New Normal เช่น คนขับรถแท็กซี่ คนขับรถตู้ และคนขับรถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง จึงควรปรับตัวเข้าสู่การรับผู้โดยสารออนไลน์ และเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ธุรกิจขนส่งอาหาร หรือขนส่งสินค้าออนไลน์ ด้วยการเป็นพาร์ทเนอร์กับบริษัท Ride Hailing หรือ บริษัทโลจิสติกส์ เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ทดแทนแหล่งรายได้เดิมที่สูญเสียไป


รายละเอียดเพิ่มเติม "เศรษฐกิจ Insight" วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม 2563

https://www.youtube.com/watch?v=UWdH3JOcJbI


เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand