5
shared

เมื่อธุรกิจต้องปรับตัวรับ"New Normal"

19 พฤษภาคม 2563 15:49 207
ในอนาคตแม้โควิด-19 จะหมดไป แต่พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยน ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัวให้ทันกับ "New Normal"

         รัฐบาลได้เริ่มผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์  เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19  โดยอนุญาตให้ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร หรือธุรกิจบางอย่างเริ่มกลับมาเปิดบริการได้ แต่ยังต้องเคร่งครัดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 มากกว่าเดิม 

         ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มีทิศทางที่ผ่อนคลายลง การกลับมาเปิดกิจการอีกครั้งของบรรดาธุรกิจต่างๆ ยังต้องเจออีกหลายด่านกว่าธุรกิจจะฟื้นตัวได้ จากสภาพแวดล้อมของธุรกิจและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับกับ "New Normal"  

 cr: Karolina Grabowska จาก Pixabay 

        โดยธุรกิจร้านอาหารเป็นธุรกิจรายแรกๆที่ได้รับการผ่อนปรนให้กลับมาเปิดได้ ต้องปรับรูปแบบการให้บริการเพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคที่ผู้คนยังต้องใส่กังวลกับเชื้อไวรัส  ร้านต่างๆจึงยังต้องมีบริการที่สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า เช่น การมีแอลกอฮอล์เจลไว้สำหรับลูกค้า การตรวจวัดอุณภูมิร่างกายก่อนใช้บริการ การมีมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม เป็นต้น ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าภายใต้สมมติฐานที่ไม่มีการระบาดระลอกใหม่ในช่วงที่เหลือของปีนี้  รายได้ของธุรกิจร้านอาหารในช่วงที่เหลือของปี 63 น่าจะยังหดตัวต่อเนื่อง และทำให้ทั้งปี 2563 มีมูลค่าเหลือเพียง 3.85-3.89 แสนล้านบาท หรือหดตัว 9.7%-10.6% จากปีที่ผ่านมา และถือเป็นการพลิกกลับมาหดตัวครั้งแรกในรอบ 8 ปี เลยทีเดียว 

         แต่อย่างไรก็ดี บรรดาผู้ประกอบการได้เริ่มปรับตัวกันบ้างแล้ว ที่เห็นได้ชัดก็อย่างเช่น  Bar B Q Plaza ที่จะเปิดให้บริการอีกครั้ง พร้อมกับการให้บริการแบบ "New Normal" โดยนำเอามาตรการด้านความปลอดภัยเป็นตัวนำ แต่แฝงไปด้วยความสนุกและอบอุ่นให้กับลูกค้า ด้วยการจัดโต๊ะอาหารแบบเว้นระยะห่าง แต่นำเอาหุ่นมาสคอต"บาร์บีกอน"มานั่งเป็นเพื่อน  พร้อมมีโควทข้อความสุดน่ารัก สร้างสีสันให้กับลูกค้า และยังได้ปรับปริมาณการเสิร์ฟให้น้อยลงคู่กับราคาใหม่ที่ถูกขึ้นกว่าเดิม  ซึ่งถือว่าสร้างกระแสให้กับวงการร้านอาหารได้มากทีเดียว  โดยรูปแบบการให้บริการใหม่ของ Bar B Q Plaza นี้ จะเริ่มตั้งแต่วันที่  21 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป คราวนี้ใครที่มาทานปิ้งย่างคนเดียวก็จะไม่เหงาอีกต่อไป 

cr:  bar b q plaza 

        ส่วนอีกหนึ่งธุรกิจที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากก็คือ ธุรกิจออนไลน์ และธุรกิจโฮมช้อปปิ้ง เพราะได้รับอานิสงส์มาจากนโยบาย "Work From Home" ที่รัฐสนับสนุน ทำให้ยอดขาย-ยอดสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์พุ่งขึ้นมหาศาล โดยข้อมูลจาก priceza.com  คาดว่า ปีหน้าจะเป็นปีที่เราได้เห็นการซื้อสินค้ามีความไร้พรมแดนมากยิ่งขึ้น  จากแค่ภูมิภาคสู่การข้ามประเทศ ถึงแม้ในทุกวันนี้เราเริ่มคุ้นเคยกับการซื้อสินค้าจากจีนมาส่งไทยแล้วก็ตาม   แต่ในอนาคตจะมีอัตราการเติบโตที่สูงยิ่งขึ้น  โดยดูได้จากจำนวนสินค้าที่คนไทยซื้อผ่านทางช่องทางออนไลน์  บนแพลตฟอร์มของ Lazada Shopee และ JD.com จาก 74 ล้านชิ้น สู่ 174 ล้านชิ้น เทียบกับปีก่อน ซึ่งถือว่าสูงขึ้น 2.4 เท่า  ในขณะที่จำนวนสินค้านั้นมีสินค้าไทยเพียง 23 % และเป็นสินค้าจากต่างประเทศกว่า 77 %

cr:Pixabay 

        ไม่เพียงแค่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ที่จะรุ่งได้ในยุค"New Normal" แพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง "Facebook" ในส่วนของร้านค้าออนไลน์ ก็เติบโตไม่แพ้กัน ช่วงที่ผ่านหลายคนอาจจะคุ้นเคยกับการ Live สด ขายของผ่านเฟซบุ๊ก แต่เมื่อยิ่งช่วงโควิดระบาด ยอดขายก็พุ่งขึ้นไม่แพ้กัน ซึ่งทำให้ตลาดนี้แข่งขันกันด้วยระบบบริหารจัดการของแต่ละร้าน ตั้งแต่การจัดการสต็อกสินค้า ระบบแอดมินหลังบ้าน ไปจนถึงการจัดส่ง ร้านไหนเร็ว จัดส่งไม่ตกหล่น ก็จะยิ่งช่วยรักษาฐานลูกค้า ส่งผลดีต่อยอดขายของร้านต่อๆไป  

       นายองอาจ ประภากมล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทรู จีเอส จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจทีวีโฮมช้อปปิ้ง “ทรูช้อปปิ้ง” มองว่า “นิวนอร์มัล” เป็นโอกาสสำหรับธุรกิจ ซึ่งในอนาคตแม้การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะหมดไป แต่พฤติกรรมของผู้บริโภคได้เปลี่ยนไปแล้วอย่างแน่นอน ดังนั้น ธุรกิจเองต้องปรับตัว มีการนำเอาเทคโนโลยีอย่างเช่น AI มาใช้มากขึ้น รวมถึง การให้ความสำคัญกับโซเชียลอีคอมเมิร์ซ ซึ่งในส่วนของ ทรูช้อปปิ้ง ได้ผนึกกำลังในส่วนของกลุ่มทรู ,ซีพี ,แมคโคร และเครือข่ายธุรกิจรีเทล เช่น 24 Catalog ,WeMall ที่นำสินค้าที่มีคุณภาพ เข้าถึงผู้บริโภคทุกช่องทางให้สะดวกที่สุด และตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด โดยเทคโนโลยี AI จะเข้ามาช่วยในการเข้าใจกลุ่มลูกค้าแต่ละบุคคลได้มากยิ่งขึ้น เพื่อนำสินค้าที่เหมาะสม โดนใจ และตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด

     “ นิวนอร์มัลทำให้คนหันมาใช้เทคโนโลยีมากขึ้น เพื่อเพิ่มความสะดวกในการช้อป ไม่ต้องเสี่ยงกับมลพิษ หรือเชื้อโรค และคนจะไม่ต้องเดินหลายห้างเพื่อหาสินค้า แต่จะใช้การหาข้อมูลจากเว็บไซต์เพื่อเจาะจงไปหาซื้อสินค้าได้ ดังนั้น รูปแบบการช้อปปิ้งของคนจะเปลี่ยนไป ทรูช้อปปิ้ง จึงเตรียมความพร้อมเพื่อตอบรับโอกาสนี้“ นายองอาจ กล่าว  

cr: FB True Shopping 

        นอกจากนี้ ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคโควิด-19 ที่หันมาใส่หน้ากากป้องกันเชื้อโรคกันมากขึ้น  ก็ส่งผลให้ผู้ผลิตสินค้าหันมาผลิตสินค้าให้ตรงความต้องการลูกค้า  ยกตัวอย่างเช่น เสื้อผ้าแฟชั่น ที่ปัจจุบันนิยมจะออกแบบมาเป็นเซ็ท ที่มีทั้งเสื้อ และหน้ากากผ้าที่เข้าเซ็ทกัน การวางจำหน่ายหน้ากากอนามัยตามร้านต่างๆนอกเหนือจากร้านขายยามากขึ้น เจลล้างมือ หรือ แอลกอฮอล์ก็มีวางขายอย่างเพียงพอ ราคาก็ถูกกว่าช่วงการแพร่ระบาดใหม่ๆลงมาก


  cr:  fashion.gangbeauty.com 

          จากความเปลี่ยนแปลงทั้งในแง่ของพฤติกรรม และการปรับตัวของธุรกิจต่างๆทั้งหมดที่กล่าวมนี้สะท้อนให้เห็นว่า เรากำลังจะเปลี่ยนไปผ่านไปสู่อีกบรรทัดฐานใหม่ หรือ New Normal แล้วจริงๆ 



ข่าวที่เกี่ยวข้อง

- 5 อันดับ สินค้าออนไลน์ยอดขายพุ่งในวิกฤต"COVID-19"

- เทียบดอกเบี้ยเงินกู้ธนาคาร คำนวณก่อนยื่นขอพักหนี้ โควิด-19นี้รอด-ไม่รอด

- เสียงสะท้อนแรงงาน ถึงมาตรการเยียวยาของรัฐ


เกาะติดข่าวที่นี่ 

website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand