3
shared

ไต้ฝุ่น "หว่องฟ้ง" ถล่มฟิลิปปินส์ ดับอย่างน้อย 1 ราย

16 พฤษภาคม 2563 08:51 170
ไต้ฝุ่น "หว่องฟ้ง" ถล่มฟิลิปปินส์ ดับอย่างน้อย 1 ราย

ไต้ฝุ่น “หว่องฟ้ง” พัดถล่มฟิลิปปินส์ ขณะที่ประชาชนอยู่ในช่วงการกักตัวเพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1 คน และอาคารบ้านเรือนได้รับความเสียหายอย่างหนัก หลายพื้นที่เจ้าหน้าที่ยังเข้าไม่ถึง

วันนี้ (16 พ.ค.63) นายเบน เอวาร์โดเน ผู้ว่าการจังหวัดซามาร์ตะวันออก (Eastern Samar) เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่า กระแสลมแรงและฝนตกหนักจากอิทธิพลของไต้ฝุ่น “หว่องฟ้ง” ที่พัดถล่มฟิลิปปินส์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1 คน และบ้านเรือนประชาชนหลายร้อยหลังและศูนย์กักโรคสำหรับผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หลายแห่งได้รับความเสียหาย พร้อมกับนาข้าวและไร่ข้าวโพดในอย่างน้อย 5 เมืองที่อยู่ตามแนวชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกของประเทศ ซึ่งได้รับความเสียหายหนักที่สุด

ผู้ว่าการจังหวัดซามาร์ตะวันออก กล่าวด้วยว่า ชาวบ้านที่รู้สึกสิ้นหวังต่างพากันร้องไห้ เมื่อเห็นบ้านเรือนของพวกเขาถูกทำลาย หรือถูกกระแสลมแรงพัดพังพินาศไปต่อหน้าต่อตา ชาวบ้านคนหนึ่งที่ต้องสูญเสียบ้านเรือน ถึงกับใช้มีดกรีดข้อมือของเขา แต่ก็ได้รับการรักษาทันเวลา แต่ก็มีชายอีกคนเสียชีวิต หลังจากเขาเขาถูกเศษกระจกในอาคารโรงเรียนบาดเป็นแผลลึกเสียเลือดมาก ขณะที่เขากำลังพยายามเปิดโรงเรียนเพื่อเข้าไปหลบภัย

นายเอวาร์โดเน ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ความเสียหายที่เขาได้พบนั้น รุนแรงมาก หลังคาโบสถ์หลังหนึ่งถูกกระแสลมพัดพังทั้งหมด แม้แต่เหล็ดเส้นก็ยังถูกกระแสลมพัดจนบิดงอ

นายเอวาร์โดเน กล่าวต่อว่า เขาและทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ยังไม่สามารถเข้าถึงอีก 2 เมืองที่ได้รับความเสียหายจากไต้ฝุ่น คือเมืองจีปาปัด และมาสล็อก เนื่องจากต้นไม้ล้มระเนระนาดปิดถนน การสื่อสารในพื้นที่ก็ล่มใช้การไม่ได้ จึงขอให้กองทัพส่งเฮลิคอปเตอร์ ไปตรวจพื้นที่และส่งอาหารให้ประชาชน หากทหารไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยได้ภายในวันเสาร์นี้ นอกจากนี้ ในพื้นที่รอบนอกของเขตบีโคล ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดซามาร์ตะวันออก มีประชาชนมากกว่า 145,000 คน ต้องหลบภัยไต้ฝุ่นที่อ่อนกำลังลง อยู่ในศูนย์อพยพชั่วคราวเมื่อวันศุกร์ หลังจากอพยพครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นไปด้วยความยากลำบากและล่าช้า เนื่องจากการระบาดของไวรัสโควิด-19

ไต้ฝุ่น “หว่องฟ้ง” อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรง หลังพัดถล่มแผ่นดินใหญ่ และมุ่งหน้าสู่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือขึ้นไปทางเกาะลูซอน เกาะที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่อน ทางภาคเหนือของประเทศ โดยพายุเคลื่อนตัวด้วยความเร็วลมสูงสุด ลดลงมาเหลืออยู่ที่ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และความเร็วลมที่จุดศูนย์กลางอยู่ที่ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่มันก็ยังคงอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมู่บ้านต่าง ๆ ที่อยู่บริเวณพื้นที่ชายฝั่ง และที่ราบต่ำ และคาดว่า หว่องฟ้งจะพัดไปทางภาคเหนือของประเทศในวันอาทิตย์

เคลาดิโอ ยูคอต ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันภัยพลเรือนฟิลิปปินส์ กล่าวว่า การอพยพประชาชนต้องใช้เวลามาก เพราะเจ้าหน้าที่ต้องสวมหน้ากากอนามัยและชุดป้องกันไวรัส และไม่สามารถเคลื่อนย้านชาวบ้านไปยังศูนย์พักพิงได้ครั้งละมาก ๆ เพราะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยจากการระบาดของไวรัสด้วย 

เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand