3
shared

รอดอีกคดี! กกต.ยกคำร้อง 'แรมโบ้อีสาน' ปมใส่ร้ายผู้สมัครภูมิใจไทย

14 พฤษภาคม 2563 16:46 289
รอดอีกคดี! กกต.ยกคำร้อง 'แรมโบ้อีสาน' ปมใส่ร้ายผู้สมัครภูมิใจไทย

รอดอีกคดี! กกต.ยกคำร้อง 'แรมโบ้อีสาน สุภรณ์ อัตถาวงศ์' กรณีใส่ร้ายผู้สมัครส.ส.พรรคภูมิใจไทย เหตุพยานหลักฐานเป็นเท็จ

วันนี้ (14พ.ค.63) เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เผยแพร่คำวินิจฉัยกกต.ยกคำร้องนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ผู้สมัครส.ส.เขต 10 นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ อีกหนึ่งคำร้อง แต่สั่งดำเนินคดีอาญากับน.ส.ลักษมีกานต์ วาจาสิทธิ์ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จากกรณีหลังการเลือกตั้ง นายสุภรณ์ ได้ยื่นร้องคัดค้านโดยอ้างว่าในวันที่ 24 ก.พ. 62 น.ส.ลักษมีกานต์ ได้รับเงินจำนวน 200บาท จากการไปฟังการปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครส.ส.พรรคภูมิใจไทย ที่บริเวณเทศบาลตำบลครบุรีใต้ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา และในวันที่ 21 มี.ค. 62 ได้รับเงินจากหัวคะแนนของนายพรชัย อำนวยทรัพย์ ผู้สมัครส.ส.หมายเลข 3 พรรคภูมิใจไทย แต่จากการไต่สวนของกกต. น.ส.ลักษมีกานต์ ให้ถ้อยคำว่าไมได้ไปฟังการปราศรัยหาเสียงและไม่ได้รับเงินตามคำร้อง ส่วนภาพถ่ายเงินจำนวน 200 บาทและ 500 บาท ถ่ายภาพจากเงินของตัวเองแล้วส่งไปให้กับนายธวัชชัย ลาภกระโทก ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเนื่องจากนายธวัชชัยแจ้งว่าหากมีข้อมูลเกี่ยวกับการแจกเงินของผู้สมัครรายใดให้นำมาแจ้งจะมีค่าตอบแทนให้

ขณะที่นายสุภรณ์และนายธวัชชัย ให้ถ้อยคำสอดคล้องกัน ว่านายสุภรณ์ได้รับแจ้งจากนายธวัชชัยโดยได้แสดงข้อความการสนทนาในแอพพลิเคชั่นไลน์ระหว่างนายธวัชชัยและน.ส.ลักษมีกานต์และคลิปวีดีโอการปราศรัยหาเสียงของผู้สมัครส.ส.พรรคภูมิใจไทย จึงเชื่อตามข้อมูลที่ได้รับแจ้ง และนำเรื่องมายื่นร้องคัดค้าน ประกอบกับไม่มีพยานยืนยันว่า นายสุภรณ์และนายธวัชชัย เป็นผู้ก่อสนับสนุนหรือรู้เห็นเป็นใจให้น.ส.ลักษมีกานต์กระทำการดังกล่าว จึงฟังไม่ได้ว่านายสุภรณ์และนายธวัชชัย กระทำผิด ส่วนน.ส.ลักษมีกานต์ ยอมรับว่าตนเองได้จัดทำพยานหลักฐานเป็นเท็จเพื่อประสงค์ได้ค่าตอบแทน และย่อมเล็งเห็นว่านายสุภรณ์และนายธวัชชัยจะนำพยานหลักฐานดังกล่าวไปใช้ในการยื่นคำร้องกล่าวหานายพรชัย จึงฟังได้ว่าน.ส.ลักษมีกานต์ กระทำการอันเป็นเท็จเพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจผิดว่าผู้สมัครกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งแกล้งให้ผู้สมัครผู้นั้นถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหรือสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพื่อไม่ให้มีการประกาศผลการเลือกตั้งจึงให้ดำเนินคดีอาญาเฉพาะน.ส.ลักษมีกานต์ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.มาตรา 143

นอกจากนี้กกต.ยังมีคำวินิจฉัยยกคำร้องนายโกเมนทร์ ฑีฆธนานนท์ ผู้สมัครส.ส.เขต 1 อุดรธานี พรรคพลังประชารัฐ แต่ให้มีการดำเนินคดีอาญากับนางวรรณี ขจรเดช ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จากกรณีนายโกเมนทร์ ถูกร้องว่ารู้เห็น สนับสนุนให้นางวรรณี นำเงิน 1500 บาท ไปแจกจ่ายให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งคนละ 500 บาท เพื่อให้ลงคะแนนเสียงให้กับตน โดยมีคลิปวีดีโอบันทึกภาพการจ่ายเงิน 3 เหตุการณ์ในวันที่ 18-20 มี.ค.62เป็นหลักฐาน ซึ่งจากการไต่สวนของกกต. แม้นางวรรณี ปฏิเสธ ไม่ได้รับเงินจากบุคคลใดมาแจกให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเพื่อลงคะแนนให้นายโกเมนทร์ แต่ก็ไม่มีพยานหลักฐานมาสนับสนุน กกต.จึงถือว่ามีน้ำหนักน้อยไม่น่าเชื่อถือ การกระทำของนางวรรณีจึงเข้าข่าย ให้ เสนอให้ทรัพย์สินประโยชน์อื่นใด จูงใจผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งให้ลงคะแนนให้กับนายโกเมนทร์ ฝ่าฝืนพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งมาตรา 73 วรรคหนึ่ง(1)

ส่วนนายโกเมนจากการตรวจสอบคลิปวีดีโอหลักฐาน และไต่สวนพยานในเหตุการณ์ตามคลิปวีดีโอมีเพียงการบอกเล่าว่ามีการแจกเงินซื้อเสียงโดยตัวแทนหัวคะแนนของนายโกเมนทร์ แต่ไม่มีใครยืนยันว่านางวรรณีเป็นหัวคะแนนของนายโกเมนทร์ และนายโกเมนทร์ รู้เห็นสนับสนุนการกระทำของนางวรรณี พยานหลักฐานจึงยังฟังไม่ได้ว่านายโกเมนทร์ กระทำผิดกฎหมาย จึงสั่งให้ดำเนินคดีอาญาเฉพาะนางวรรณีตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. มาตรา 73 วรรคหนึ่ง(1)

เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand