3
shared

ทริสปรับแนวโน้มอุตฯ การบินเป็น “ลบ”

11 พฤษภาคม 2563 13:03 76
ทริสปรับแนวโน้มอุตฯ การบินเป็น “ลบ”

ทริสปรับแนวโน้มอุตสาหกรรมการบิน การขนส่ง เป็น “ลบ” คาดใช้เวลามากกว่า 1 ปีฟื้น

บริษัท ทริสเรทติ้ง ปรับแนวโน้มอุตสาหกรรมบิน การขนส่งครบวงจร เป็น ลบ หลังการระบาดใหญ่ของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมการบินทั่วโลก ผู้ประกอบการสายการบินในประเทศไทยต้องเผชิญกับความท้าทายที่ยากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ 

นอกจากความท้าทายในทันทีในการหาเงินสดที่เพียงพอ และจะต้องเผชิญกับเส้นทางการฟื้นตัวที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน คาดว่าอุตสาหกรรมจะฟื้นตัวช้ามากและอาจต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งปีกว่าที่อุตสาหกรรมจะกลับไปที่เดิม

จากมุมมองด้านเครดิตความเสี่ยงด้านสภาพคล่องถือเป็นความกังวลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับสายการบินทั้งหมดในระยะเวลาอันใกล้นี้ สำหรับระยะกลางคาดว่าบริษัทส่วนใหญ่จะอยู่ภายใต้แรงกดดันเพื่อรักษากระแสเงินสดที่เป็นบวกและปฏิบัติตามภาระผูกพันขณะที่ธุรกิจฟื้นตัวที่ช้า

ด้านรัฐบาลไทยได้หารือกับผู้ประกอบการสายการบิน เพื่อให้การสนับสนุนทางการเงิน ซึ่งอาจอยู่ในรูปของสินเชื่อ ที่อาจช่วยแก้ปัญหาสภาพคล่องระยะสั้น ความท้าทายต่อไปคือวิธีการที่สายการบินจะรับมือกับรายได้ที่ลดลงอย่างมากในระยะเวลาอันยาวนาน

เมื่อวันที่ 14 เม.ย.2563 สมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ได้คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมการบินจะมีรายรับที่สูญเสียไปในปี 2563 ประมาณ 314 พันล้านเหรียญสหรัฐ รายได้ผู้โดยสาร/กิโลเมตร (RPKs) ทั่วโลกคาดว่าจะลดลง 48% 

เมื่อเดือนเม.ย.2563 ประมาณ 70 ประเทศทั่วโลกได้กำหนดห้ามเดินทาง องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศระบุว่าจำนวนที่นั่งของสายการบินทั่วโลกลดลง 85% จากระดับก่อนเกิดวิกฤตการณ์ แม้ว่าการห้ามเดินทางที่เข้มงวดอาจทำให้การส่ง COVID-19 ใหม่ช้าลงในบางเขต แต่คลื่นลูกที่สองไม่สามารถตัดออกได้

ทริสเรทติ้ง คาดว่า ปริมาณผู้โดยสารทางอากาศของประเทศไทยจะลดลงอย่างมากในปี 2563 นโยบายการ จำกัด การเดินทางได้ส่งผลกระทบอย่างรวดเร็วต่ออุตสาหกรรมการบินในประเทศไทย จำนวนผู้โดยสารทางอากาศเริ่มลดลงหลังจากรัฐบาลจีนหยุดการทัวร์กลุ่มต่างประเทศทั้งหมด จำนวนผู้โดยสารทางอากาศลดลง 47% จากปีต่อปี (y-o-y) ในเดือนก.พ.และ 78% y-o-y ในเดือนมี.ค.

นอกจากนี้รัฐบาลไทยได้ออกกฤษฎีกาฉุกเฉินในวันที่ 26 มี.ค.2563 จนถึงวันที่ 31 พ.ค.2563 โดยห้ามชาวต่างชาติส่วนใหญ่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยมีข้อยกเว้นเล็กน้อย เพื่อปฏิบัติตามนโยบายการ จำกัด การเดินทางผู้ประกอบการสายการบินในประเทศไทยเริ่มยกเลิกเที่ยวบินในเดือนมี.ค.2563 ในเดือนเม.ย.2563 ผู้ให้บริการทั้งหมดหยุดบินทุกเที่ยวบิน การบินไทยและการบินไทยสมายล์ได้เลื่อนการให้บริการไปจนถึงเดือนมิ.ย.2563 ในขณะที่สายการบินอื่นจะเริ่มให้บริการในประเทศในเดือนพ.ค.2563

จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาในปี 2563 คาดว่าจะลดลงอย่างมากเช่นกัน จำนวนลดลง 76% y-o-y ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นตัวเลขรายเดือนต่ำสุดสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในทศวรรษที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวเอเชียลดลงมากที่สุดประมาณ 90% y-o-y นักท่องเที่ยวชาวอเมริกันและยุโรปลดลง 74% และ 51% y-o-y ตามลำดับ

ในเดือนมี.ค.2563 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในปี 2563 จะอยู่ที่ 27 ล้านคนลดลง 32% จากปีก่อน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธ ปท.) เสนอมุมมองที่ระมัดระวังมากขึ้น โดยประมาณว่ามีนักท่องเที่ยวเพียง 15 ล้านคนต่อปีหดตัว 61% จากปี 2562

ทริสคาดว่า อุปสงค์การจราจรทางอากาศจะฟื้นตัวช้า อุปสงค์จะขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นในความปลอดภัยการเดินทางทางอากาศในระดับโลก เป็นไปไม่ได้ที่ทุกประเทศจะสามารถควบคุมโรคระบาดได้ในเวลาเดียวกัน จนกว่าจะมีการผลิตวัคซีนสำเร็จและให้บริการแก่ประชากรโลกส่วนใหญ่

“เราคาดว่าข้อจำกัดการเดินทางในบางรูปแบบจะยังคงดำเนินต่อไป จากการสำรวจของ IATA ใน 11 ประเทศพบว่า 40% ของผู้เข้าร่วมต้องรอหกเดือนหลังจากการกักกันก่อนเดินทางกลับ ประเทศที่มีสัดส่วนผู้โดยสารทางอากาศภายในประเทศมากขึ้นจะฟื้นตัวในอัตราที่เร็วกว่า น่าเสียดายที่อุตสาหกรรมการบินในประเทศไทยมีสัดส่วนของนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่าประมาณ 60% ของจำนวนผู้โดยสารทั้งหมด ซึ่งน่าจะส่งผลกระทบต่ออัตราการฟื้นตัวของประเทศไทย”ทริส ระบุ

สำหรับผู้ประกอบการสายการบินสองรายที่ได้รับการจัดอันดับ โดยบริษัทการบินไทย (THAI) มีการชำระหนี้ประมาณ 21.7 พันล้านบาท ซึ่งจะครบกำหนดในอีก 12 เดือนข้างหน้า ทริสคาดการณ์ว่าแอร์เอเชียไทยจะมียอดขาดดุลเงินสดประมาณ 700 ล้านบาทต่อเดือน ในขณะที่การบินไทยคาดว่าจะมีจำนวนเงินสดขาดแคลนประมาณ 30,000 ล้านบาทในปี 2563

เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand

icon tagแท็กที่เกี่ยวข้อง