4
shared

COVID-19 ฉุดอุตสาหกรรมยานยนต์โลกถดถอย 10 ปี

9 พฤษภาคม 2563 10:43 118
COVID-19 ฉุดอุตสาหกรรมยานยนต์โลกถดถอย 10 ปี

ผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19 ส่งผลให้อุตสาหกรรมยานยนต์โลกถอยหลังกลับไปถึง 10 ปี ซึ่งรวมถึงไทย ที่เป็นฐานการผลิตรถยนต์เบอร์ 11 ของโลก ผลกระทบครั้งนี้อาจจะเป็นตัวเร่งการปรับโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต


ก่อนอื่น พาไปดูสถิติการผลิตรถยนต์ทั่วโลกในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา เห็นชัดว่าอุตสาหกรรมยานยนต์เติบโตอย่างก้าวกระโดด จากวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ ปี 2009 ที่มียอดการผลิตรถยนต์ ติดลบ 12.4% หรือ 61.77 ล้านคัน แต่หลังจากนั้น ปี 2010 การฟื้นตัวเป็นไปอย่างก้าวกระโดด ไปอยู่ที่ 25.6% หรือ มียอดการผลิตรถยนต์ทั่วโลกกว่า 77.5 ล้านคัน หลังจากนั้นเป็นการไต่บันไดขึ้นไป ของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก บวกตั้งแต่ 1-5% จนสูงที่สุด 97.3 ล้านคัน ในปี 2017 และเมื่อเข้าปี 2018 ถ้าหากยังจำกันได้ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ปะทุขึ้น แข่งขันตั้งกำแพงภาษีระหว่างกัน แน่นอน สินค้าที่ถูกพุ่งเป้าโจมตี คือ ยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ ส่งผลให้ อุตสาหกรรมยานยนต์โลก ไปไม่ถึงฝั่งฝัน ที่จะผลิตรถยนต์ให้ถึง 100 ล้านคัน เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และเป็นการติดลบ 2 ปีซ้อน 

กระนั้นเอง น้อยคนที่คิดว่านี่จะเป็นขาลงของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก เพราะปี 2020 เริ่มต้นปีมาด้วยบรรยากาศสดใส สงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ เริ่มบรรลุข้อตกลงเฟสแรกไปแล้ว แต่ไม่นานโลกก็ถูกรุกคืบโดยไวรัสร้าย โคโรนา สายพันธุ์ 2019 ซึ่งกระทบเศรษฐกิจทั่วโลก และแน่นอนกระทบกับอุตสาหกรรมยานยนต์โลกด้วย ทำให้ล่าสุด LMC Automotive สำนักวิเคราะห์อุตสาหกรรมยานยนต์จากประเทศอังกฤษ ระบุว่า ภาวะถดถอยของอุตสาหกรรมยานยนต์จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและหนักหน่วงกว่าที่คาดการณ์ไว้ตั้งแต่ต้นปี ยอดการผลิตรถยนต์ทั่วโลกจะหดหายไปอย่างน้อย 19 ล้านคันในปีนี้ แต่ตัวเลขดังกล่าวอาจจะมากกว่านี้ถ้าสถานการณ์การแพร่ระบาดยังไม่คลี่คลายโดยเร็ว นั้นหมายความว่า ยอดการผลิตรถยนต์ปีนี้ อาจหายไป ราว 20% ทำให้เหลือยอดผลิตมากที่สุดตาม ที่ LMC Automotive คาดการณ์ คือ 71 ล้านคัน เป็นการผลิตที่ต่ำสุดในรอบ 10 ปี นับตั้งแต่ปี 2010 และนี่ทำให้เกิดขาลงของอุตสาหกรรมยานยนต์โลกโดยสมบูรณ์แบบ 



พาไปดูสถิติผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลก ในปี 2019 ทั้ง 10 อันดับ คุณผู้ชมจะเห็นภาพว่าทำไมสงครามการค้าจึงกระทบอุตสาหกรรมยานยนต์โลกหนัก นำโดยฐานเบอร์ 1 โลก คือ แดนมังกร จีนนั้นเอง เน้นการผลิตเพื่อขายในประเทศเป็นหลัก เพราะประชากรมาก ปีที่ผ่านมา จึงขายในประเทศได้ 21.36 ล้านคัน ส่งออก 4.36ล้านคัน รวม 25.72 ล้านคัน ติดลบไป 7.5% เป็นผลของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ส่วนปีนี้ ผลกระทบจากโควิด-19 ส่งผลให้เดือนมีนาคม กำลังผลิตรถยนต์จีนหาย ส่งผลให้ยอดผลิตรถยนต์ติดลบไป 43% 

อันดับ 2 อย่างสหรัฐฯ ทั้งปี 2019 ผลิตได้ 10.88 ล้านคัน จะสวนทางกับจีน เพราะสหรัฐฯ เน้นส่งออกมากถึง 80% ยอดส่งออกอยู่ที่ 8.36 ล้านคัน และขายในประเทศ 2.51 ล้านคัน ยอดรวม ติดลบ 3.7% ย้ำว่า นี่คือผลกระทบจากสงครามการค้า ส่วนยอดผลิตเดือนมีนาคม ล่าสุดสหรัฐฯ บางค่ายแจ้งออกมา -37.3% เป็นผลกระทบจากโควิด-19 ที่ต่อเนื่อง ซ้ำเติมในอุตสาหกรรมยานยนต์ 

ลองไล่ยอดผลิตรถยนต์เดือนมีนาคม ทั้งอย่างเป็นทางการ และไม่ทางกัน ในแต่ละประเทศกันดู เยอรมัน ที่เกาะอันดับ 4 ปีที่แล้ว ยอดผลิตเดือนมีนา ลดลงไป 37.7% ,  สเปน ลดลงไป 62% และฝรั่งเศส อันดับ 10 เหนือประเทศไทย 1 อันดับ ล่าสุด ยอดผลิตมีนาคม ลดลงไป 72% 



มาดูในประเทศไทยบ้าง ยอดการผลิตรถยนต์ ออกมาอย่างเป็นทางการล่าสุด มีนาคม 2563 ผลิตรถยนต์ 146,812 คัน ลดลงร้อยละ 26.16 แบ่งเป็น จำหน่ายในประเทศ 60,105 คัน ลดลงร้อยละ 41.74 ส่งออก 89,795 คัน ลดลงร้อยละ 23.71 รวม 3 เดือน  มกราคม - มีนาคม 2563 ผลิตรถยนต์ได้ ทั้งสิ้น 453,682 คัน ลดลงจากปีก่อน ร้อยละ 19.2 

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า เตรียมปรับประมาณการณ์ผลิตรถยนต์ จากเดิม 2 ล้านคัน ลดลงตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ซึ่งกระทบต่อภาคการผลิตรถยนต์ ความต้องการซื้อรถยนต์ทั้งในประเทศ และการส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยหากสถานการณ์คลี่คลายภายในเดือน มิถุนายน นี้ คาดว่า จะผลิตได้ 1.4 ล้านคัน หากสถานการณ์ยืดเยื้อไปถึงกันยายน ก่อนจะคลี่คลาย คาดว่ายอดผลิตรถยนต์ปีนี้จะลดลง 50% เหลือ 1 ล้านคัน หรือเม็ดเงินหายไปจากธุรกิจ 1 ล้านล้านบาท จากอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่มีมูลค่าสูงกว่า 2 ล้านล้านบาท 



และหากว่าไทยผลิตได้ 1 ล้านคัน จะเป็นปริมาณการผลิตที่ต่ำสุดในรอบ 10 ปี นับตั้งแต่ปี 2010 ที่มีการผลิต 1.6 ล้านคัน และใกล้เคียงปี 2009 ที่ประเทศไทย มีปัญหาการเมือง ทำให้ผลิตทั้งขายในประเทศ และส่งออกไม่ถึง 1 ล้านคัน ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ ไม่เพียงหลายค่ายรถยนต์ในประเทศไทย จะได้รับผลกระทบ แต่ขยายวงกว้างไปยัง ซัพพลายเชน บริษัทน้อยใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์หลายพันบริษัท อาจต้องมีปัญหา แรงงานในอุตสาหกรรม กว่า 7.5 แสนคน ไม่รวมค่ายรถยนต์ อาจได้รับผลกระทบ ด้วยการเลิกจ้างงานชั่วคราว จนกว่าภาคการผลิตจะกลับมาเป็นปกติ 

ในเดือนนี้ หลายค่ายรถยนต์กลับมาเปิดโรงงาน ให้พนักงานแบ่งกะเป็น 2 กะ เข้าทีละ 50% เพื่อปรับเปลี่ยนไลน์การผลิต และซ่อมบำรุงเครื่องจักร เตรียมพร้อมสำหรับการผลิต ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด แต่ยังไม่ได้มีการผลิตรถยนต์ เนื่องจากยังไม่มีคำสั่งซื้อ และคาดว่าแม้สถานการณ์การแพร่ระบาดจะคลี่คลาย อุตสาหกรรมรถยนต์ จะเป็นอุตสาหกรรมท้ายๆ ที่พื้นคืนชีพ เนื่องจากเป็นสินค้าชิ้นใหญ่ เมื่อภาวะเศรษฐกิจไม่ดี คนก็ตัดสินใจซื้อยากหน่อย 

ดังนั้น กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จึงเตรียมเสนอโครงการกระตุ้นการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต โดยให้คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ ให้สนับสนุนการลงทุนทั้งทางตรง และทางอ้อม รวมทั้งนโยบาย “รถเก่าแลกใหม่” เพื่อลดปริมาณรถยนต์เก่ากว่า 15 ปี ที่มีปัญหาการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ เกิดมาตรฐาน ซึ่งในประเทศไทย มีรถยนต์นั่งที่อายุเกิน 15 ปี อยู่กว่า 1 ล้านคัน และหากรวมระกะบะ อายุเกิน 15 ปี อีก 1.5 ล้านคัน จะอยู่ที่ 2.5 ล้านคัน จากรถยนต์ทั้งประเทศราว 16 ล้านคัน โดยให้สิทธิประโยชน์สำหรับรถเก่า คันละ 5 หมื่นบาท เพื่อแลกซื้อรถใหม่ เป็นต้น ซึ่งขณะนี้ กลุ่มยานยนต์กำลังเร่งพิจารณารายละเอียด ซึ่งนโยบายดังกล่าว จะเป็นการกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศ รักษาฐานการผลิตในประเทศไทย และแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ได้ในระยะยาว 

2 ภารกิจใหญ่ๆ ของรัฐบาลไทย สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ หลังวิกฤตโควิด-19  คือการฟื้นอุตสาหกรรมยานยนต์ ไปพร้อมกับการเปลี่ยนโฉมสู่อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต สร้างมูลค่า ขับเคลื่อนกลไกเศรษฐกิจไทย และเพื่ออย่างน้อย รักษาอันดับที่ 11 ฐานการผลิตรถยนต์ของโลกไว้ หรือ อาจมีเป้าหมายสูงกว่านั้น คือการก้าวไปติด Top 10 โลก และแข่งขันได้ในระยะยาวต่อไป 



ติดตามรายการเศรษฐกิจ Insight 
ตอน COVID-19 ฉุดอุตสาหกรรมยานยนต์โลกถดถอย 10 ปี 
ได้ที่  https://www.youtube.com/watch?v=lUGbviGnge0

ติดตาม สกู๊ปพิเศษ ตอน ทิศทาง “อุตสาหกรรมรถยนต์ไทย”  หลัง COVID-19
ได้ที่  https://www.tnnthailand.com/content/39387


เกาะติดข่าวที่นี่ 

website: www.TNNThailand.com  

facebook : TNNThailand 

twitter : @TNNThailand 

Line : @TNNThailand 

Youtube Official : TNNThailand