2
shared

ไทยออยล์ มองราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มทรงตัวระดับต่ำ

28 เมษายน 2563 09:26 178
ไทยออยล์ มองราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มทรงตัวระดับต่ำ

บมจ.ไทยออยล์ ประเมินราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้มีแนวโน้มทรงตัวระดับต่ำ หลังตลาดกังวลน้ำมันดิบคงคลังอาจล้น ท่ามกลางความต้องการที่หดตัว

วันนี้ (28 เม.ย.63) บมจ.ไทยออยล์ เปิดเผยบทวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันประจำสัปดาห์ พบว่า  แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้ (27 เม.ย. – 1 พ.ค. 63) ราคาจะทรงตัวในระดับต่ำ   เนื่องจากตลาดยังกังวลกับปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ที่ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง   หลังความต้องการใช้น้ำมันตลาดโลกชะลอตัวลงจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19   กดดันความต้องการใช้น้ำมัน 

อย่างไรก็ตามเพื่อสร้างเสถียรภาพราคาน้ำมัน และบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาด   กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและพันธมิตรหรือกลุ่มโอเปกพลัส (OPEC+)   ประกาศพร้อมร่วมเดินหน้าลดกำลังการผลิต  โดยจะเริ่มขึ้นในเดือน พ.ค. 63 ตามข้อตกลงในการประชุมฉุกเฉินในช่วง 12 เม.ย.63 ที่ผ่านมา   อีกทั้งยังเตรียมประชุมฉุกเฉินอีกครั้งในช่วงต้นเดือน พ.ค. อีกด้วย นอกจากนั้น  ตลาดได้รับปัจจัยบวกจากการที่สหรัฐฯประกาศแนวทางทยอยเปิดเศรษฐกิจ   เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ 

โดย คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ  15-20  เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล   ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ20-25เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

สำหรับ  ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้ ได้แก่ 

  • ความต้องการใช้น้ำมันในตลาดโลกมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่อง  หลังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 กระจายไปทั่วโลก โดยเฉพาะสหรัฐฯ  ที่ล่าสุดมีผู้ติดเชื้อจำนวนมากกว่า 8 แสนคน จากจำนวนผู้ติดเชื้อกว่า 2.5ล้านคนทั่วโลก ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันลดน้อยลง ส่งผลให้ล่าสุดปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 17 เม.ย.63 ณ จุดส่งมอบ Cushing, Oklahoma ปรับตัวสู่ระดับกว่า 61 ล้านบาร์เรล ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 80 ของถังเก็บสำรองทั้งหมด โดยตลาดคาดว่าหากน้ำมันดิบคงคลังยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง อาจรองรับได้อีกเพียง 2 สัปดาห์ ซึ่งอาจทำให้มีการเทขายน้ำมันดิบออก ส่งผลกดดันราคาน้ำมัน
  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศที่จะคลายมาตรการล็อคดาวน์ในหลายรัฐ  เพื่อให้เศรษฐกิจกลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง หลังการประกาศล็อคดาวน์เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  ในช่วงที่ผ่านมาทำให้ประชาชนกว่า 20 ล้านคนต้องตกงาน   อย่างไรก็ตามแผนการคลายมาตรการล็อคดาวน์จะดำเนินการเป็นระยะ  ขึ้นอยู่กับผู้ว่าการรัฐจะตัดสินใจ หากสหรัฐฯกลับสู่ภาวะปกติ คาดว่าจะทำให้ความต้องการใช้น้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น
  • การผลิตน้ำมันดิบจากผู้ผลิตน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดาน (Shale Oil) ในสหรัฐฯ  ซึ่งเป็นผู้ผลิตที่มีต้นทุนสูงมีแนวโน้มปรับลดลงต่อเนื่อง หลังได้รับผลกระทบจากภาวะราคาน้ำมันดิบตกต่ำ  โดย Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐฯ ลดลงอีก 66 แท่นลงสู่ระดับ 438 แท่น  ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำสุดในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา และยังมีแนวโน้มที่ปรับลดลงอีกหากราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับต่ำต่อไป
  • หลังการประชุมฉุกเฉินของกลุ่มโอเปกพลัสในช่วงกลางเดือนเม.ย.63 ที่ผ่านมา  โดยซาอุดิอาระเบียและรัสเซียประกาศพร้อมเดินหน้าลดกำลังการผลิตลงตามข้อตกลง  เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันและบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งการปรับลดจะเริ่มต้นในเดือน พ.ค. ที่ปริมาณรวม 9.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้กลุ่มโอเปกยังพร้อมที่จะดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเช่น การปรับลดกำลังผลิตลงอีก เพื่อรักษาตลาดน้ำมันร่วมกับประเทศพันธมิตร
  • ผลการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  ซึ่งคาดว่า  เริ่มต้นที่ประเทศจีน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีน ล่าสุดประเทศจีนรายงานอัตราการเติบโตจีดีพีในช่วงไตรมาส 1/63 ที่ระดับ -6.8% ซึ่งเป็นอัตราการหดตัวของจีดีพีที่มากสุดนับในช่วง 20 ปี นอกจากนั้นสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (National Bureau of Statistics : NBS)รายงานกำลังการผลิตเฉลี่ยของโรงกลั่นในประเทศจีนในช่วงไตรมาส 1/63 อยู่ที่ราว 65-70%% ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำ  อย่างไรก็ตามทางสำนักงานคาดการณ์ว่ากำลังการผลิตเฉลี่ยของโรงกลั่นในประเทศจีนจะกลับมาที่ระดับ 70-75%  หลังหลายมณฑลในประเทศจีนเริ่มเปิดเศรษฐกิจตามปกติ
  • เศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่การประกาศจีดีพีไตรมาส 1/63 ของสหรัฐฯ การประกาศอัตราดอกเบี้ยของสมาชิกคณะกรรมการนโยบายการเงินแห่งสหรัฐ (FOMC)  และอัตราการว่างงานของกลุ่มยูโรโซน

ส่วนสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (20-24เม.ย.63)  ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเมื่อวันจันทร์ที่ 20 เม.ย.ปรับลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 20 ปี  โดยราคาปรับลดลงไปอยู่ที่ระดับ -37.63 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรลทั้งนี้เนื่องจากนักลงทุนเทขายสัญญาเดือน พ.ค. ก่อนที่จะถึงวันสิ้นสุดสัญญา  เพื่อหลีกเลี่ยงการต้องรับซื้อน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส  หากสัญญาสิ้นสุดลงในวันที่ 21 เม.ย. ส่งผลให้ในสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาโดยรวมปรับลดลง1.33เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล  มาอยู่ที่ 16.94เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลเช่นเดียวกับ  ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ปรับลดลง6.64เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 21.44เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 18.30  เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลโดยราคาน้ำมันดิบยังคงถูกกดดันจากความต้องการใช้น้ำมันที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง   หลังหลายประเทศใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19   นอกจากนี้  ตลาดยังคงกังวลต่ออุปทานส่วนเกิน   เนื่องจากการลดกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปกพลัสที่ปรับลดลงน้อยกว่าที่ตลาดคาด


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

- สหรัฐเริ่มคลายมาตรการล็อกดาวน์หนุนดาวโจนส์ปิดพุ่ง358.51จุด


เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand