3
shared

ไม่ก้าวก่ายสโมสร! ส.บอล ยัน ปรับลดเงินเดือนตามสถานการณ์

18 เมษายน 2563 20:53 155
ไม่ก้าวก่ายสโมสร! ส.บอล ยัน ปรับลดเงินเดือนตามสถานการณ์

สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ยัน ไม่เข้าไปก้าวก่ายกับสโมสรในไทยลีก กับการรับมือสถานการณ์โควิด-19 เพียงแต่แนะนำแนวทางที่ดีที่สุดให้

วันนี้ (18 เม.ย. 63) สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ขอชี้แจงเกี่ยวกับกรณีที่ สมาคมนักกีฬาฟุตบอลอาชีพ ได้ยื่นหนังสือสอบถาม เกี่ยวกับแนวทางการปรับลดค่าจ้าง ในอัตราร้อยละ 50 โดยมีใจความอยู่ 3 ประเด็นด้วยกัน ได้แก่ 1. กรอบระยะเวลาของสัญญาที่มีการปรับลดค่าจ้าง 2. ตัวอย่างหนังสือการปรับปรุงสัญญา 3. รายละเอียดระยะเวลาและช่วงที่กำหนดให้มีการเปิดตลาดซื้อขายใหม่ โดยสมาคมฯ ได้นำมาเผยแพร่ ซึ่งหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง


โดยมติในที่ประชุมสโมสรไทยลีก 1 และ 2 ได้ยึดถือตามแนวทางที่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ มอบไว้ให้แก่ประเทศสมาชิก ที่ระบุให้มีการเจรจาสัญญากับนักกีฬา ในการปรับลดค่าจ้างระหว่างที่ไม่มีการแข่งขันเนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19 นั้น เป็นสัญญาเฉพาะกาล ซึ่งกรอบระยะเวลาของสัญญาจะสิ้นสุดก็ต่อเมื่อกลับมาแข่งขันใหม่ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาวการณ์ของโรค และนโยบายของรัฐในแต่ละประเทศ


อย่างไรก็ดี สมาคมฯ ขอเรียนว่า ข้อบังคับลักษณะการปกครองของสมาคม (ข้อบังคับ) และระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพ (ระเบียบ) ของบริษัท ไทยลีก จำกัด (ไทยลีก) มิได้ให้อำนาจสมาคมและไทยลีก ก้าวล่วงเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือสั่งการใดๆ เกี่ยวกับการเพิ่มหรือลดค่าตอบแทนตามสัญญาระหว่างสโมสรสมาชิกกับนักกีฬาและหรือเจ้าหน้าที่ทีมได้และสมาคมกับไทยลีกมิได้เข้าร่วมเป็นคู่สัญญาด้วย ความผูกพันระหว่างสโมสรสมาชิกกับนักกีฬาและหรือเจ้าหน้าที่ทีมเป็นไปตามนิติกรรมสัญญาระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างซึ่งสโมสรสมาชิกแต่ละแห่งทำไว้กับนักกีฬาและหรือเจ้าหน้าที่ทีมเป็นรายๆไปอาจมีเนื้อหาสาระเหมือนหรือคล้ายหรือแตกต่างกันก็ได้ ไม่มีข้อบังคับและระเบียบกำหนดไว้เป็นการตายตัว สำหรับกรณีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โรคโควิด COVID-19 ส่งผลให้ไม่สามารถจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลในช่วงเวลานี้ได้ ผลกระทบใดๆ ที่เกิดมีขึ้นกับสโมสรสมาชิก นักกีฬาและหรือเจ้าหน้าที่ทีมด้วยนั้นเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายควรตกลงร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้สอดคล้องสอดรับกับสถานการณ์ที่เกิดอยู่ในปัจจุบัน เหตุที่เกิดขึ้นมิใช่ความผิดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง มิใช่เกิดขึ้นโดยคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกระทำผิดสัญญา แต่เป็นเหตุแห่งภัยพิบัติที่เกิดขึ้นโดยไม่อาจคาดการณ์ได้


ตามกฎหมายถือเป็นเหตุสุดวิสัย ผลกระทบใดๆที่เกิดขึ้นกับทุกฝ่าย ทุกฝ่ายต้องยอมรับในผลกระทบนั้นและผลกระทบมิได้มีหรือเกิดขึ้นเฉพาะแต่กับสโมสรสมาชิก นักกีฬาและหรือเจ้าหน้าที่ทีม เท่านั้น แม้แต่ สมาคมและไทยลีก ก็ไม่เว้นและผลกระทบมิได้เกิดขึ้นกับประเทศไทย ประเทศเดียว อุบัติภัยครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบกับสโมสรสมาชิก นักกีฬา เจ้าหน้าที่ทีม ทั่วทั้งโลก รวมถึงสมาคมกีฬาฟุตบอลและฝ่ายจัดการแข่งขันของประเทศทั่วโลกก็ได้รับผลกระทบด้วย ทั้งกีฬาชนิดอื่นๆก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันด้วย ดังนั้นเพื่อประโยชน์ของทุกฝ่ายจึงต้องเจรจาหาทางออกในเรื่องสัญญาและค่าตอบแทน ร่วมกัน


ทั้งนี้ ข้อตกลงที่ได้ย่อมแตกต่างกันไปตามแต่สถานการณ์และตามแต่คู่สัญญาจะเห็นสมควร อย่างไรก็ตาม สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ ได้กำหนดมาตรการหรือแนวทาง เพื่อเปิดโอกาสให้สโมสรและนักกีฬาได้สามารถเจรจาหาทางออกเรื่องสัญญาและค่าตอบแทนร่วมกัน อาทิ การปรับปรุงวันสิ้นสุดของสัญญาโดยขยายออกไปจนถึงวันสิ้นสุดการลงทะเบียนรอบใหม่ การระงับสัญญาไว้เป็นการชั่วคราวในช่วงที่ไม่มีการแข่งขันกีฬาฟุตบอล จะเป็นประการใดขึ้นอยู่กับทั้งสองฝ่ายที่จะตกลงร่วมกันในมาตรการดังกล่าว รวมถึงเรื่องค่าตอบแทนตามสมควร ทั้งได้แนะนำในส่วนของการปรับปรุงสัญญาด้วยว่าควรให้สอดคล้องกับระยะเวลาของฤดูกาลใหม่ รวมถึงการปรับช่วงเวลาของตลาดซื้อขายให้สอดคล้องกับตารางการแข่งขันใหม่ด้วย


ส่วนรายละเอียดระยะเวลาและช่วงที่กำหนดให้มีการเปิดตลาดซื้อขายใหม่ สมาคมและไทยลีกจะได้ประกาศให้ทราบ เป็นการทั่วไป ต่อไป