4
shared

COVID-19 ทุบเศรษฐกิจไทย สูญกว่า 2 ล้านล้าน ท่องเที่ยวอ่วมสุด

10 เมษายน 2563 10:17 495
COVID-19 ทุบเศรษฐกิจไทย สูญกว่า 2 ล้านล้าน ท่องเที่ยวอ่วมสุด

รายการข่าวเศรษฐกิจ Insight พาไปดูภาคธุรกิจที่เป็นเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ของประเทศ ที่ได้รับผลกระทบ COVID-19 กว่า 2 ล้านล้านบาท ท่องเที่ยวอ่วมสุด 1.4 ล้านล้านบาท

ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย สะท้อนผลกระทบต่อธุรกิจ จากการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี เริ่มจากผลกระทบเชิงบวก ทั้งหน้ากากอนามัย แน่นอนไว้ใช้ในการป้องกันโรค // ถุงมือยาง เช่นกัน ใช้กับบุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนทั่วไปบางรายนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น เจ้าหน้าที่รับบัตรจอดรถ เป็นต้น


ข้าวหอมมะลิ แน่นอนความต้องการสูงขึ้น เนื่องจากประชาชนลดการออกจากบ้าน จนต้องซื้อตุนเอาไว้หลายวัน  และสุดท้ายมันสัมปะหลัง ซึ่งสามารถนำไปแปรรูปได้หลายอย่าง อย่างแรกที่ได้รับความสนใจมากในขณะนี้ คือ อุตสาหกรรมเอทานอล หรือ สารตั้งต้นเพื่อการผลิตแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อนั้นเอง นอกจากนี้ ยังนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหาร  อุตสาหกรรมยา อาหารสัตว์ สิ่งทอ กระดาษ ผงชูรส ฯลฯ นี่คือ ส่วนน้อยเท่านั้น จากธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโตวิด-19 

เราพาไปดู ธุรกิจส่วนใหญ่ ที่เค้ารับผลกระทบ เชิงลบ จากโควิด-19 ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย แบ่งผลกระทบออกเป็น 3 ระดับ เริ่มจากระดับ 1 ผลกระทบไม่มาก ธุรกิจยานยนต์ และชิ้นส่วนรถยนต์ จะเห็นว่า แม้จะเป็นผลกระทบที่รุนแรงระดับ 1 แต่ทีมข่าวเศรษฐกิจ Insight พบว่า ธุรกิจนี้ ได้รับผลกระทบตั้งแต่ภาคการผลิต หลายค่ายรถยนต์ สั่งปิดโรงงาน สายการผลิตต่างๆ กันไปแล้ว ทั้งโตโยต้า ประกาศหยุดไลน์การผลิต ระหว่างวันที่ 7-17 เม.ย.2563 และให้พนักงานติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดต่อไป และจากการสอบถามเบื้องต้น ยังไม่มีการลดเงินเดือน 

เช่นเดียวกับ ฮอนด้า ปิด 2 โรงงาน ที่อยุธยา และปราจีนบุรี ตั้งแต่ 27 มี.ค.ไปจนถึง 30 เม.ย. 2563 และยังไม่มีการประกาศลดเงินเดือน 

มิตซูบิชิ ประกาศปิดไลน์ผลิตชั่วคราวเช่นเดียวกัน ที่โรงงานผลิตรถยนต์ ในนิคมแหลมฉบัง หยุดแตกต่างกัน ตั้งแต่ 1-16 เม.ย. และบางแผนกหยุดถึง 26 เม.ย. จ่ายค่าจ้าง 85% ของค่าจ้าง 

ฟอร์ด ปิด 2 แห่ง คือ ฟอร์ดไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอร์ริ่ง และ ออโต้ อัลลายแอนซ์ ตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค. -20 เม.ย. 2563 สำหรับพนักงาน ที่ทำงานที่บ้าน ได้รับเงินเดือนเท่าเดิม ส่วนพนักงานที่ไม่สามารถทำงานที่บ้านได้ ลดเงินเดือน ในสัปดาห์ที่ 2 ของการหยุด เหลือ 90% หากต้องการ 100% สามารถใช้สิทธิ์วันลา ก็จะได้รับเงินเดือน 100% 

ขณะที่ ค่ายมาสด้า หยุดสายการผลิต 10 วัน ที่โรงงาน Auto Alliance Thailand ที่จังหวัดระยอง เป็นเวลา 10 วัน นับตั้งแต่ 30 มีนาคม ที่ผ่านมา และยังไม่มีการประกาศลดเงินเดือน อย่างเป็นทางการ 

ทำให้กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ลดเป้าการผลิตรถยนต์ จากเดิมที่คาดไว้ 2 ล้านคัน เหลือ 1.9 ล้านคัน เม็ดเงินสูญกว่า 1 แสนล้านบาท เพราะเหตุ 2 เดือนแรก ผลิตรถยนต์ได้ 139,959 คัน ยอดหายไป 12.7% และแน่นอนว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อ จะส่งผลต่อยอดการผลิตรถยนต์ และที่สำคัญ กำลังซื้อรถยนต์ด้วย ที่จะสะท้อนออกมาจากการตัดสินใจซื้อรถยนต์ในอนาคต 

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อยู่ในกลุ่มผลกระทบระดับ 1 เช่นกัน แต่ธุรกิจอสังหาฯ อย่างที่ทราบกันว่า เป็นธุรกิจที่รัฐบาลหลายยุค หลายสมัย ใช้เป็นกลไกในการฟื้นเศรษฐกิจ ในช่วงที่กลไกทางเศรษฐกิจหลายตัวมีปัญหา เพราะเม็ดเงินเข้าไปในระบบ และหมุนเวียนหลายรอบ ที่สำคัญ เป็นธุรกิจที่มีผู้ประกอบการไทย และจ้างงานคนไทย มากถึง 90%  แต่ตอนนี้กลไกนี้เหมือนจะมีปัญหา เมื่อโควิด-19 ส่งผลกระทบจนส่อวิกฤต รุนแรงกว่าตอนต้มยำกุ้ง กำลังซื้อ และความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจ ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย ที่มีราคาแพง อย่างแน่นอน ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ประเมินอาจติดลบถึง 17% หรือคิดเป็นมูลค่า 7.2 แสนล้านบาท จากปี 2562 ที่มีมูลค่าเฉียด 9 แสนล้านบาท เท่ากับว่า ธุรกิจอสังหาฯ ณ ตอนนี้ ที่มีการประเมินกัน สูญถึง 1.8 แสนล้านบาท 

เพิ่มระดับความรุนแรง เป็นระดับ 2 สถานบริการ และสถานบันเทิง 1 ในสถานที่เสี่ยง ที่ถูกประกาศปิดทั่วประเทศ ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ของรัฐบาล ไปจนถึง 30 เม.ย.2563 เป็นอย่างน้อย แน่นอนว่า หากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย คาดว่าจะมีการประกาศขยายเวลาไปเรื่อยๆ แน่นอนกลุ่มนี้ไม่มีการประเมินตัวเลขออกมา แต่ผลกระทบ ตั้งแต่เจ้าของร้าน เด็กเสิร์ฟ นักดนตรีกลางคืน ต่างๆ ที่ส่วนใหญ่ เป็นลูกจ้างชั่วคราว เมื่อไม่ได้ทำงาน ก็ไม่มีเงินเดือน 

เช่นเดียวกับ ธุรกิจค้าปลีก ได้รับผลกระทบจากประกาศฉบับเดียวกัน ในการปิดห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ ส่งผลไม่เพียงพนักงาน ลูกจ้างชั่วคราว ที่อาจไม่ได้รับเงินเดือน ขึ้นอยู่กับสัญญาของแต่ละคน และบางห้างฯ ประกาศไม่เก็บค่าเช่าร้านค้า ที่ถูกปิดให้บริการแล้ว เท่ากับว่า แต่ละห้างได้รับผลกระทบเช่นกัน บรรยากาศทั้งรายได้ห้างฯ ที่ลดลง พนักงานอาจไม่ได้รับเงินเดือน ส่งผลต่อบรรยากาศการจับจ่าย กระทบหนักในกลุ่ม สินค้าฟุ่มเฟือย หรือสินค้าที่ไม่ได้มีความจำเป็นต้องซื้อในช่วงเวลานี้ เช่น เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น่าจะมีการใช้จ่ายที่ลดลง ขณะที่สินค้ากลุ่มอาหาร (อาหารพื้นฐานที่รับประทานในแต่ละวัน อาหารสด) รวมถึงของใช้ส่วนบุคคล ยังคงมีการใช้จ่ายเพราะเป็นสินค้าจำเป็น และอาจจะมีการสำรองสินค้ากลุ่มนี้ไว้บ้าง


ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์  หรือ EIC คาดการณ์มูลค่าตลาดค้าปลีกปี 2020 จะหดตัวราว -14% หรือคิดเป็นเม็ดเงินที่หายไป ราว 5 แสนล้านบาทจากมูลค่าตลาดค้าปลีกปี 2019 ที่อยู่ที่ราว 3.5 ล้านล้านบาท ในสมมุติฐาน รัฐใช้เวลาเนินการประมาณ 2 เดือนและสถานการณ์การติดเชื้อเริ่มคลี่คลายจนสามารถกลับมา ดำเนินการได้ตามปกติ ในไตรมาส 3 และความมั่นใจผู้บริโภค กลับมาได้ในไตรมาสที่ 4 

ก้าวข้ามมาสู่แดนอันตราย หรือ ธุรกิจ ที่ได้รับผลกระทบในเชิงลบ ระดับรุนแรงที่สุด ระดับที่ 3 คือภาคการท่องเที่ยว รับผลกระทบมาตั้งแต่ 12 มกราคม 2563 ที่ประเทศไทย ประกาศพบผู้ติดเชื้อรายแรกของโลก นอกประเทศจีน แน่นอนส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะถึงแม้จะไม่มีการปิดประเทศ แต่นักท่องเที่ยวชาติที่เข้าไทยจำนวนมาก ทั้ง อเมริกา ยุโรป กลายเป็นพื้นที่แพร่ระบาด และประกาศปิดประเทศไปก่อนหน้านี้แล้ว 


ให้คุณผู้ชมสังเกตุเส้นสีแดง คือปีนี้ หัวปัก จำนวนนักท่องเที่ยวเข้าไทย ณ วันที่ 28 มีนาคม 2563 อยู่ที่ 623 คน และจนถึงทุกวันนี้ เป็นไปได้ว่านักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย ใกล้ 0 ไปทุกที เมื่อย้อนไปดูช่วงเดียวกันปีก่อน เส้นสีน้ำเงิน ใกล้เคียง 1 แสนคนต่อวัน แน่นอนกระทบธุรกิจทัวร์ และธุรกิจสายการบิน จนบินไม่คุ้มค่าน้ำมัน และต้องประกาศหยุดเลือดไหล ด้วยการยุติการบิน กันเกือบทุกค่ายแล้วในประเทศไทย ไม่เพียงธุรกิจสายการบิน แต่ธุรกิจโรงแรมในประเทศไทยได้รับผลกระทบเช่นกัน 


ล่าสุด EIC ได้ปรับคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2020 ลดลงเหลือเพียง 13.1 ล้านคน หรือหดตัว -67% จากปีก่อน ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย 39.8 ล้านคน สร้างเม็ดเงินได้ 1.93 ล้านล้านบาท ในปี 2562 ดร.ยรรยง ไทยเจริญ ผู้บริหารสูงสุด EIC ประเมิน เม็ดเงินจากการท่องเที่ยว ทั้งปีจะเหลือ 5.7 แสนล้านบาท เท่ากับหายไปราว 1.4 ล้านล้านบาท เพราะนอกจากจำนวนนักท่องเที่ยวจะหายไปแล้ว หากกลับมาเปิดประเทศกันอีกครั้ง นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามา ก็ยังระวังตัว ไม่กล้าไปไหนมาไหนมาก ส่งผลให้เกิดการใช้จ่ายน้อยลง 10% 

ผลกระทบที่เกิดขึ้นเฉพาะธุรกิจที่เรานำมาเสนอ กว่า 2 ล้านล้านบาท ที่หายไปจากระบบเศรษฐกิจไทยในปีนี้ EIC ยังประเมินเศรษฐกิจไทยจะติดลบ 5.6% ถ้ายังจำกันได้ ต้นปีที่ผ่านมา หลายค่ายประเมินเศรษฐกิจไทย โต 3% กว่า เท่ากับทุกวันนี้ จาก 3% กว่าวันนั้น วันนี้ ลบ 5.6% การเดินทางสำหรัเศรษฐกิจไทย หายไปใกล้ 10% ไปทุกที  ยังคงต้องติดตาม มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ของรัฐบาลต่อไป ภาคท่องเที่ยวเอง อยากให้รัฐบาลใช้มาตรการที่เข้มข้นกว่านี้ เพราะอย่างน้อย หากประเทศไทย ไม่มีการแพร่ระบาด แน่นอนไทย สามารถเที่ยวไทย กระตุ้นเศรษฐกิจกันเองได้ แต่ตอนนี้ ทุกคนต้องอยู่บ้าน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด และไม่รู้ว่าเหตุการณ์จะยาวนานแค่ไหน 

ติดตามรายการเศรษฐกิจ Insight ตอน COVID-19 ทุบเศรษฐกิจไทย สูญกว่า 2ล้านล้านบาท
ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=cYHUWCxKw6Q

เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand