1
shared

เชียงใหม่ ยังไม่พบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่ม-รักษาหายเพิ่ม 1 ราย

4 เมษายน 2563 10:09 165
 เชียงใหม่ เผยยังไม่พบผู้ป่วยยืนยันว่าติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม  ขณะที่ผู้ป่วยเดิมรักษาหายเพิ่ม 1 ราย ด้านท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่ จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ 

วันนี้ ( 4 เม.ย.63) แพทย์หญิง ลดาวรรณ หาญไพโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์ เปิดเผยถึง สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด–19 ในจังหวัดเชียงใหม่ ว่า ล่าสุด (3 เม.ย.63) ยังไม่พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อเพิ่ม  ยังคงผู้ป่วยติดเชื้อ 36 ราย   รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 30 ราย   มีผู้ป่วยรักษาตัวหาย เพิ่ม 1 ราย รวมผู้ที่กลับบ้านได้แล้ว 6 ราย และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต  มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรค 696 ราย   กลับบ้านแล้ว 644 ราย  ยังคงอยู่ในโรงพยาบาลอีก 51 ราย

ทั้งนี้ หลังจากในช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา   พบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มขึ้น   จังหวัดเชียงใหม่จึงมีมาตรการปิดสถานบันเทิง และสถานที่ต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา   ร่วมกับมีการสอบสวนและควบคุมโรค ทำให้มีแนวโน้มผู้ติดเชื้อที่ดีขึ้น ซึ่งทางหน่วยงานสาธารณสุขยังคงมาตรการ Social Distancing 4 ข้อ  ประกอบด้วย การเว้นระยะห่างระหว่างผู้คน 1-2 เมตร การหลีกเลี่ยงการสัมผัสทางกาย   การหลีกเลี่ยงการออกจากบ้าน  หรือการใช้ขนส่งสาธารณะ   และการให้ทำงานที่บ้าน หรือ Work from home เพื่อเป็นการลดการติดเชื้อ  และชะลอการติดเชื้อในจุดที่สูงลงมาให้อยู่ในจุดที่ระบบสาธารณสุขสามารถรองรับได้   จึงขอความร่วมมือประชาชนชาวเชียงใหม่ยังคงปฏิบัติตามมาตรการ Social Distancing ต่อไป 

 ด้าน นายสมชาย เกตะมะ ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมและพัฒนาท้องถิ่น   สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่   กล่าวถึงการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ว่า   นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่   ได้มีข้อสั่งการให้ศูนย์ช่วยเหลือประชาชน  ที่อยู่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการช่วยเหลือประชาชนตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น   ปรับเป็นศูนย์เฉพาะกิจในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19   โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสำรวจจำนวนผู้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งเบื้องต้นหากพบว่า   มีประชาชนได้รับผลกระทบเฉพาะหน้า  หาซื้อสิ่งของอุปโภค-บริโภคไม่ได้ ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะนำถุงยังชีพไปเยียวยาให้  

สำหรับในระยะต่อไป  เมื่อมีข้อมูลครบถ้วนแล้ว   จะประสานงานไปยังผู้ที่ตกงานและยังประสงค์ที่จะอยู่ในพื้นที่เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น   จากนั้นจะประสานไปยังผู้ประกอบการในพื้นที่ให้จ้างแรงงานจากกลุ่มนี้ก่อน   ในส่วนของท้องถิ่น ถ้ามีข้อมูลแล้ว ก็อาจจะจ้างแรงงานให้ทำงานในส่วนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่  เช่น เก็บขยะ กวาดถนน หรือทำโครงการต่างๆ   รวมไปถึงถ้ามีสถานที่ว่างเยอะ ก็อาจจะขอใช้ที่บางส่วนมาทำเป็นแปลงเกษตร    โดยท้องถิ่นจะสนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืช   และใช้แรงงานชาวบ้านที่ตกงานมาช่วยกันปลูก  เพื่อเป็นอาหารในพื้นที่ต่อไป 

 



เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand

icon tagแท็กที่เกี่ยวข้อง