25
shared

เปิด “แหล่งฟอกเงิน” ใหญ่ที่สุดในโลก! พบ ไทยติด 1 ใน 20

20 มีนาคม 2563 08:28 7585
เปิด “แหล่งฟอกเงิน” ใหญ่ที่สุดในโลก! พบ ไทยติด 1 ใน 20

เปิดรายงานดัชนีความลับทางการเงิน พบมีสินทรัพย์ด้านการเงินมหาศาลราว 21-32 ล้านล้านดอลาร์สหรัฐ ถูกนำไปหลบซ่อนในแหล่งฟอกเงินทั่วโลก เผย “อังกฤษ” แหล่งฟอกเงินใหญ่สุดของโลก ขณะที่ไทยติดอันดับ 1 ใน 20 ของโลก

เมื่อก่อนเราอาจคุ้นเคยกับคำว่า "Tax Haven" ที่หมายถึง “ดินแดนปลอดภาษี” ซึ่งส่วนมากจะเป็นประเทศหมู่เกาะทั้งหลาย ที่เปรียบได้ดัง “เกาะสวรรค์” ของนักธุรกิจที่อยากจะหลบเลี่ยงภาษี แต่ปัจจุบันคำว่า Tax Haven อาจฟังดูเชยไป เพราะมีคำใหม่เข้ามาใช้แทน นั่นคือ Secrecy Jurisdictions ซึ่งหมายถึง "ขอบเขตอำนาจที่เป็นความลับ" โดยหน่วยงานที่ริเริ่มใช้คำศัพท์คำใหม่นี้คือ “เครือข่ายความยุติธรรมด้านภาษี”  หรือ Tax Justice Network ซึ่งใช้คำย่อว่าทีเจเอ็น (TJN)

ทีเจเอ็น เป็นเครือข่ายระหว่างประเทศที่มีภารกิจหลัก คือ ตรวจสอบการเลี่ยงภาษีของคนรวย โดยศึกษาและรวบรวมข้อมูลจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศต่างๆ อย่าง กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF, ธนาคารโลก และข้อมูลจากรัฐบาลของแต่ละประเทศ


เครือข่ายความยุติธรรมด้านภาษี หรือ ทีเจเอ็น ได้เผยแพร่ “รายงานการจัดทำดัชนีความลับทางการเงิน” หรือFinancial Secrecy Index เรียกอย่างย่อๆว่า “FSI”  เพื่อใช้พิจารณาว่าดินแดนหรือประเทศใดบ้างที่เป็นแหล่งฟอกตัวให้กับเม็ดเงินจำนวนมหาศาลดังกล่าว 

การจัดทำดัชนีนี้อาศัยข้อมูลสองด้านคือ ความรุนแรงของการปกปิดข้อมูลด้านการเงินด้านต่าง ๆ และขนาดของธุรกรรมการเงินนอกประเทศ (ออฟชอร์) ในรายงาน Financial Secrecy Index  2020 ประเมินว่ามีสินทรัพย์ด้านการเงินส่วนบุคคลอยู่ราว 21 - 32 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ  ถูกนำไปซ่อนในแหล่งต่าง ๆ ทั่วโลก เพื่อหลีกเลียงการเสียภาษีหรือ เสียภาษีน้อยกว่าความเป็นจริง

ในขณะที่ในแต่ละปี มีเม็ดเงินที่ไหลข้ามประเทศอย่างผิดกฎหมายสูงถึง 1-1.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งมากกว่างบประมาณในการให้ความช่วยเหลือของประเทศต่างๆทั่วโลกที่มีอยู่เพียง 135,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี 


จากข้อมูลการสำรวจในปีที่ผ่านมาพบว่า “เกาะเคย์แมน” เป็นแหล่งฟอกเงินอันดับ 1 ในดัชนี Financial Secrecy Index 2020

หมู่เกาะเคย์แมน เป็นดินแดนในโพ้นทะเลของประเทศอังกฤษ อยู่ทางตะวันตกของคาบสมุทรแคริบเบียน มีบริษัท “นับแสน” แห่งที่จดทะเบียนก่อตั้งที่นี่ซึ่งมีพื้นที่รวมกันเพียง 264 ตารางกิโลเมตร หรือเทียบเคียงได้กับพื้นที่เกาะสมุยของไทย หมู่เกาะแห่งนี้มีค่าดัชนีความลับทางการเงินสูงที่สุดอยู่ที่ระดับ 1,575.19   และมีคะแนนความลับทางการเงินสูงถึง 76 คะแนน  ขณะที่มีสัดส่วนของการให้บริการด้านการเงินข้ามพรมแดนถึง 4.58% ของในโลก

ประเทศที่มีค่าดัชนีความลับทางการเงินในอันดับที่ 2 คือสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีค่าดัชนีความลับทางการเงินอยู่ที่ระดับ 1,486.96  โดยมีคะแนนความลับทางการเงิน 63 คะแนน และมีสัดส่วนของการให้บริการด้านการเงินข้ามพรมแดนถึงสูงที่สุดในโลกถึง 21.37% ของโลก

ส่วนประเทศที่มีค่าดัชนีความลับทางการเงินในอันดับที่ 3 คือสวิตเซอร์แลนด์ มีค่าดัชนีความลับในระดับ 1,402.10 โดยมีสัดส่วนการให้บริการด้านการเงินข้ามพรมแดนคิดเป็น 4.12% ของโลก 

ประเทศที่มีค่าดัชนีความลับทางการเงินในอันดับที่ 4 และ 5 ได้แก่ ฮ่องกงและสิงคโปร์ ซึ่งมีค่าดัชนีความลับทางการเงินในระดับ 1,035.29  และ 1022.12 ตามลำดับ โดยมีสัดส่วนการให้บริการด้านการเงินข้ามพรมแดนใกล้เคียงกันคือ  4.12%  และ 4.44% ตามลำดับ


อย่างไรก็ดี ในส่วนของ “สหราชอาณาจักร” หรือ อังกฤษ ซึ่งแม้จะมีค่าดัชนีความลับทางการเงินในระดับ 534.65  ซึ่งต่ำกว่าประเทศที่กล่าวมา ทำให้ดูมีความโปร่งใสทางการเงินดีกว่า แต่ในรายงาน FSI ระบุว่า หากพิจารณาประเทศอังกฤษรวมกับประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ อันได้แก่ หมู่เกาะเคย์แมน หมู่เกาะบริติชเวอร์จิ้น เกาะเกินเซย์ และเกาะเจอร์ซีย์ ซึ่งล้วนมีค่าดัชนีความลับทางการเงินติด 20 อันดับแรกของโลก จะพบว่า “กลุ่มประเทศเครือจักรภพฯเป็นแหล่งฟอกเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก” 

เครือข่ายทีเจเอ็น ให้เหตุผลที่ทำให้ “อังกฤษ” เป็นแหล่งฟอกเงินใหญ่สุดของโลกว่าเป็นเพราะอังกฤษมีศูนย์กลางทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งนั่นก็คือ “ซิตี้ออฟลอนดอน” หรือเรียกอย่างย่อว่า “เดอะซิตี้” ตั้งอยู่ใจกลางกรุงลอนดอน มีระบบและระเบียบในการบริหารการปกครองของตัวเอง และมีการให้บริการทางการเงินเหมือนประเทศหมู่เกาะที่เป็นแหล่งฟอกเงินทั้งหลาย

นอกจากนี้ อังกฤษยังมีการเชื่อมต่อกับแหล่งฟอกเงินที่อยู่ในเครือจักรภพอังกฤษอีกหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่เป็นเกาะ 3 แห่งคือ เจอร์ซีย์ เกินเซย์ และ ไอล์ออฟแมน หรือเกาะแมนน์ ตั้งอยู่ในทะเลไอริช บวกกับดินแดนโพ้นทะเลของอังกฤษอีก 14 แห่งซึ่งรวมถึงแหล่งฟอกเงินใหญ่สุดอย่างเกาะเคย์แมน เกาะบริติชเวอร์จิ้น และเกาะเบอร์มิวด้า 

เครือข่ายทีเจเอ็นจึงสรุปว่ากลุ่มประเทศ “เครือจักรภพอังกฤษ” นี่แหละที่เป็น “แหล่งฟอกเงินใหญ่ที่สุดในโลก”


สำหรับประเทศไทยเป็นแหล่งฟอกเงินที่มีค่าดัชนีความลับทางการเงินอยู่ที่ระดับ 448.86  ซึ่งถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 17 ในจำนวน 133 ประเทศที่ได้รับการจัดอันดับว่ามีการปกปิดข้อมูลการเงินหรือเป็นแหล่งฟอกเงินสำคัญในโลก โดยมีสัดส่วนการให้บริการด้านการเงินข้ามพรมแดนอยู่ที่ 0.15% ของโลก


ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบประเทศไทยกับกลุ่มประเทศในอาเซียน พบว่า ดัชนีความลับทางการเงินของไทยเป็นรองแค่สิงคโปร์ 

นั่นหมายความว่า ไทยเป็นแหล่งฟอกเงินอันดับสองของอาเซียน ตามมาด้วยมาเลเซีย เวียดนาม และอินโดนีเซีย 

ทีเจเอ็นระบุว่า ความสำคัญของดัชนีนี้ คือการเปิดเผยว่า ไม่ใช่แค่ประเทศเล็กๆ หรือ ประเทศหมู่เกาะเท่านั้นที่มีการปกปิดทางการเงิน แต่ประเทศที่ร่ำรวยมากที่สุดบางแห่งของโลกก็มีการปกปิดทางการเงินด้วยเช่นกัน และด้วยอำนาจทางการเมืองในเวทีโลกที่ประเทศเหล่านั้นมี จึงเป็นคำอธิบายด้วยว่า ทำไมความพยายามที่จะปราบปราบ “ tax haven”  หลายต่อหลายปีมานี้ ถึงไม่เกิดผล

อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์ของทีเจเอ็น พบว่า สถาการณ์การปกปิดทางการเงิน “โดยรวม” ทั่วโลกเริ่มดีขึ้นอย่างมาก  เมื่อเปรียบเทียบรายงานดัชนี FSI ฉบับแรก ที่เปิดเผยออกมาเมื่อทศวรรษที่แล้ว เนื่องจากวิกฤตการณ์ทางการเงินและเศรษฐกิจ การเคลื่อนไหวของภาคประชาสังคมและสื่อมวลชน รวมไปถึงความกังวลเกี่ยวกับปัญหาความไม่เท่าเทียมที่เพิ่มขึ้น ได้กลายเป็นแรงกดดันทำให้นักการเมืองทั่วโลกหันมาสนใจปัญหา tax haven เพิ่มมากขึ้น แต่เมื่อดูรายงานดัชนี FSI ที่แยกเป็นรายประเทศ กลับพบความก้าวหน้าน้อยมาก


เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand