ยอดดับเฉียด200ราย ญี่ปุ่นเจอวิกฤตน้ำท่วมหนัก

17:05 12 กรกฎาคม 2561 1,075
ยอดผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมและดินถล่มในญี่ปุ่นพุ่งสูงเกือบ200 ราย ขณะที่นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะเร่งจัดสรรงบช่วยเหลือผู้แระสบอุทกภัย

วันนี้ (12 ก.ค. 61) นายโยชิฮิเดะ ซูกะ โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่นแถลงว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมและดินถล่มจากเหตุฝนตกหนักมากเป็นประวัติการณ์ทางตะวันตกของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเป็น 199 คนแล้วในวันนี้และยังมีผู้สูญหายอีกกว่า 60 คน ซึ่งปฏิบัติการค้นหายังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องภายหลังจากสภาพอากาศเลวร้ายหนักที่สุดในรอบกว่า 30 ปี แต่ความหวังพบผู้รอดชีวิตเลือนลางลงหลังฝนตกหนักมากว่าสัปดาห์

 

ขณะที่นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ได้ลงพื้นที่ประสบอุทกภัยเมื่อวานนี้ (11 พ.ค.) โดยแถลงกับผู้สื่อข่าวว่า รัฐบาลจะจัดสรรงบช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยพิบัติในการฟื้นฟูอาคารบ้านเรือนและเยียวยาผู้ประสบภัยเพื่อให้สามารถกลับสู่บ้านเรือนได้อีกครั้ง โดยประชาชนอย่างน้อย 10,000 คนอพยพออกจากบ้านเรือนไปอาศัยอยู่ตามศูนย์พักพิง ซึ่งผู้นำญี่ปุ่นยังมีแผนจะเดินทางไปอีกแห่งที่ประสบภัยน้ำท่วมและดินถล่มจากฝนตกหนักในวันพรุ่งนี้ (13 พ.ค.) หลังจากต้องยกเลิกภารกิจเยือนต่างประเทศในสัปดาห์นี้เนื่องจากญี่ปุ่นประสบภัยพิบัติร้ายแรง

 

 

อย่างไรก็ตาม แม้ขณะนี้ฝนซาลงและระดับน้ำท่วมเริ่มลดลงแล้ว แต่ประชาชนหลายแสนคนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและดินถล่มใน 11 จังหวัดทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ยังคงประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสะอาด บ้านเรือนอย่างร้อย 254,084 หลังยังคงไม่มีน้ำสะอาดในจังหวัดฮิโรชิมา,เอฮิเมะ และโอคายามา ภายหลังจากฝนตกหนักที่สุดเมื่อสุดสัปดาห์ หลังดินถล่มหลายครั้งส่งผลกระทบต่อท่อประปาและไฟดับในพื้นที่จ่ายน้ำ โดยคาดว่าจะยังไม่สามารถฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคได้ในเร็วๆนี้ขณะที่สภาพอากาศร้อนอบอ้าวกลายเป็นอุปสรรคและความท้ายทายใหม่ของทั้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้ประสบภัย หลายพื้นที่อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 35 องศาเซลเซียส ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นเตือนเรื่องอาหารเป็นพิษ โดยที่ผ่านมามีประชาชนล้มป่วยหลังรับประทานอาหารที่ทิ้งไว้นานเกินไปตามสถานที่พักพิง

 

ด้านประเทศจีน ในหลายพื้นที่ของมณฑลเจ้อเจียงและมณฑลฝูเจี้ยนทางตะวันออกของจีนได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้างหลังพายุไต้ฝุ่นมาเรียขึ้นฝั่งพัดถล่มเมื่อช่วงเช้าเมื่อวานนี้ (11 ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ชุมชนประมงซึ่งเลี้ยงปลาในกระชังในเมืองหนิงเต๋อได้รับผลกระทบมากที่สุด กระชังเลี้ยงปลาได้รับความเสียหายนับหมื่นกระชัง เช่นเดียวกับบ้านเรือนชาวประมงที่ปลูกอยู่ริมน้ำก็ได้รับความเสียหายส่วนที่เมืองเหลียนเจี้ยง บ้านเรือนกว่า 90,000 หลังคาเรือนยังไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้

 

ทั้งนี้ ไต้ฝุ่นมาเรียอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่นตั้งแต่เมื่อวานนี้ (11 ก.ค.) แต่จะยังไม่สลายตัวจนถึงช่วงสุดสัปดาห์นี้และยังอาจทำให้เกิดน้ำท่วมและโคลนถล่มเพิ่มอีกได้