11
shared

พร้อมยัง?"เราเที่ยวด้วยกัน"ใช้สิทธินี้เที่ยวที่ไหนดีนะ!!

10 กรกฎาคม 2563 10:36 952
พร้อมยัง?"เราเที่ยวด้วยกัน"ใช้สิทธินี้เที่ยวที่ไหนดีนะ!!

ใครยังไม่รู้ว่าจะใช้สิทธิ โครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน"ไปเที่ยวที่ไหนดี "กระบี่" ก็เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่น่าเที่ยว โดยททท.ชูคอนเซ็ปท์ ท่องเที่ยวด้วยความรับผิดชอบ หนุนท่องเที่ยวชุมชน

        สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้เริ่มคลี่คลายมากขึ้น  รัฐบาลจึงได้เริ่มอัดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศด้วยโครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" ที่จะพร้อมเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิในมาตรการในวันที่ และต่างก็หลีกเลี่ยงไปในที่ที่ผู้คนพลุกพล่าน แต่บรรยากาศตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆค่อนข้าง ก.ค.ที่จะถึงนี้แล้ว  แต่หลายคนอาจจะยังเลือกจุดหมายไม่ได้ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี วันนี้ TNN ONLINE มีที่ท่องเที่ยวมาแนะนำกัน


        จังหวัดที่เราจะแนะนำนั่นก็คือ จ. กระบี่ เป็นจังหวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องทะเลสวยน้ำใสอีกหนึ่งจังหวัดเลยก็ว่าได้  โดยล่าสุด จังหวัดกระบี่ ได้สนับสนุนนโยบายรัฐบาล ที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยความรับผิดชอบ และส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน   โดยได้ชูเส้นทางท่องเที่ยววัฒนธรรม 3 สาย ที่ต.แหลมสัก  ที่รวมวัฒนธรรมจาก 3 ชาติ  ไทยพุทธ จีน  และมุสลิม ที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว 


        พี่ชาญฤทธิ์  เพิ่มทรัพย์ หรือ โกเล็ก  ประธานชุมชนท่องเที่ยวแหลมสัก  เล่าให้เราฟังว่า  ย้อนกลับไปเมื่อหลายศตวรรษก่อนหรือในช่วงราวศตวรรษที่ 14 – 18 มีชาวจีนฮกเกี้ยนเป็นกลุ่มแรกที่อพยพมาขึ้นฝั่งที่แหลมสักทางด้านฝั่งตะวันออก ณ จุดที่เป็นตลาดแหลมสักในปัจจุบัน  ส่วนชาวมุสลิมขึ้นเรือมาจากเมืองปะลิด ประเทศมาเลเซีย ก่อนจะมาขึ้นฝั่งด้านตะวันตกและตั้งถิ่นฐานในบริเวณดังกล่าว   ส่วนชาวพุทธได้เคลื่อนย้ายถิ่นฐานมาจากทางด้านเหนือ จนรวมตัวกันอย่างใกล้ชิด  มีการแต่งงานข้ามกลุ่มผสมผสานกันแบบไม่มีการแบ่งแยกเชื้อชาติศาสนา  ซึ่งกลายเป็นจุดเด่นของชุมชนแหลมสักที่ต่างจากที่อื่นๆ  อีกทั้ง ยังมีศาสนสถานสำคัญของแต่ละศาสนาเป็นสิ่งเชื่อมโยงถึงกัน  ดังนั้นจึงทำให้แหลมสักเป็นดินแดน 3 วัฒนธรรม ที่อยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขมากกว่า 100 ปี จนถึงปัจจุบัน ได้แก่ ไทยพุทธ ไทยมุสลิม และไทยเชื้อสายจีน หรือ คนท้องถิ่นเรียกกันว่า บาบ๋าย่าหยา 


        ชุมชนแหลมสักมีสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมทั้ง 3 วัฒนธรรม ที่อยู่ในพื้นที่ใกล้กัน ได้แก่ วัดมหาธาตุแหลมสัก  สัญลักษณ์ แทนชาวไทยพุทธ  ที่มีองค์พระมหาธาตุเจดีย์ที่สวยงาม และยังเป็นวัดที่อยู่ติดกับทะเล สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของทะเลได้บนพระมหาธาตุเจดีย์  ซึ่งเมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่าน ทางวัดเพิ่งได้มีการประกอบพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นประดิษฐาน ณ พระมหาธาตุเจดีย์ไปแล้ว 



        ต่อมาคือ  มัสยิดซอลาฮุดดีน ที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์แทนชาวไทยมุสลิม เป็นมัสยิดเล็กๆที่อยู่ในชุมชนมุสลิม ติดกับทะเล และเป็นที่ศรัทธาของชาวมุสลิมที่นี่



        และศาลเจ้าซกโป้ซี่เอี๋ย สัญลักษณ์แทนชาวไทยเชื้อสายจีน หรือคนที่นี่เรียกว่า บาบ๋าย่าหยา เป็นศาลเจ้าเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของที่นี่ ซึ่งล่าสุดก็ได้มีการบูรณซ่อมแซม ตกแต่งให้สวยงามเพิ่มขึ้น เพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเยี่ยมชม และสักการะสิ่งศักด์สิทธิ์ที่นี่



        โดยสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมทั้ง 3  แห่ง จะมีสามแยกวัฒนธรรมเป็นศูนย์กลางห่างจากแต่ละที่เที่ยว 150-200 เมตร  นอกจากนี้ ยังมีชุมชนมุสลิมชายฝั่ง และชุมชนบาบ๋า อยู่บนถนนแต่ละสายจากสามแยกวัฒนธรรม  มีชุดแต่งกายที่เป็นอัตลักษณ์ของไทยมุสลิม และบาบ๋าย่าหยา   มีอาหารและขนมที่เป็นอัตลักษณ์ของบาบ๋าย่าหยา  และมีอาคารสไตล์ชิโนโปรตุกีส ซึ่งบ่งบอกถึงวัฒนธรรมบาบ๋าย่าหยาของชุมชนแห่งนี้ 



        นอกจากนี้ ชุมชนแหลมสักยังมีกิจกรรมที่จัดไว้สำหรับนักท่องเที่ยว เช่น กิจกรรมพายเรือคายัคชมป่าโกงกาง และความอุดมสมบูรณ์ของป่า   ล่องเรือรอบอุทยานทางทะเลอ่าวลึก ปลายทางเกาะยาวน้อย เรียนรู้วิถีประมง ชมฟาร์มปลา และฟาร์มกุ้งมังกร เรียนรู้วิถีชีวิตชาวเล การเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่น เป็นต้น  โดยในแต่ละกิจกรรมก็จะมีพี่ไกด์ท้องถิ่นคอยอธิบายให้ข้อมูลกับเราตลอดทั้งทริป  ซึ่งหัวใจหลักของการท่องเที่ยวที่นี่ ก็คือการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และต่อยอด ทรัพยากรธรมชาติต่างๆในพื้นที่   เป็นการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนจริงๆ



        จะเห็นได้ว่า  “การท่องเที่ยวโดยชุมชน” ของแหลมสัก เป็นการที่ชุมชนและชาวบ้านเป็นเจ้าบ้าน ในการพานักท่องเที่ยวมาเรียนรู้และสัมผัสวิถีชุมชน  อีกทั้งยังสามารถสร้างรายได้โดยตรงให้กับชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน ร้านค้า พี่ๆไกด์ หรือว่าอาหารต่างๆในชุมชน  ช่วยให้เกิดการกระจายรายได้กันในชุมชน   ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสนับสนุนให้ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดกระบี่ และอยากให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของกระบี่อีกหนึ่งแห่ง 

         โดยทั้งหมดทั้งมวล ก็หวังว่า ทั้งความร่วมมือจากชุมชน ภาคประชาชนและหน่วยงานสำคัญของรัฐ จะสามารถนำชุมชุนแห่งนี้ไปสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในอนาคตได้นั่นเอง   


        สำหรับ ใครสนใจอยากจะไปท่องเที่ยวที่ชุมชนแหลมสัก เขามีโปรแกรมท่องเที่ยวหลายแบบ สามารถเข้าไปดูกันได้ที่เว็บไซต์ ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ตามลิงค์ด้านล่างนี้ได้เลย  เชื่อว่าจะประทับใจแน่นอน

https://www.thailandvillageacademy.com/th/22-villages-th/laem-sak-tourism-community-krabi-th/





ข่าวที่เกี่ยวข้อง

- Exclusive Content : งัดท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ พยุงเที่ยวไทยปี 63 สู้ไวรัสโควิด-19

- Exclusive Content :"Elephant Care Tourism"อนาคตท่องเที่ยวช้างไทย

-  Exclusive Content : "ไวรัสโคโรนา"พ่นพิษ ส่อท่องเที่ยวไทยวูบ 3 เดือน


เกาะติดข่าวที่นี่ 

website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand