7
shared

Exclusive Content : งัดท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ พยุงเที่ยวไทยปี 63 สู้ไวรัสโควิด-19

4 มีนาคม 2563 13:58 1425
Exclusive Content : งัดท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ พยุงเที่ยวไทยปี 63 สู้ไวรัสโควิด-19

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หนุนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เป็นตัวชูโรงกระตุ้นท่องเที่ยวไทยหลังสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ดีขึ้น

         ต้องยอมรับว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มีผลกระทบไปแทบจะทุกธุรกิจ  หรือแม้แต่ประชาชนอย่างเราๆ ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็อดระแวงไม่ได้  ซึ่งก็แน่นอนว่าผลกระทบที่ชัดเจนก็เห็นจะเป็นด้านการท่องเที่ยว เพราะทางการจีนได้ออกประกาศห้ามประชาชนจีนเดินทางออกนอกประเทศโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะชาวเมืองอู่ฮั่น  ดังนั้น ประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆของชาวจีน ย่อมถูกกระทบอย่างหนัก เพราะนักท่องเที่ยวจีนก็ถือเป็นลูกค้าหลักของไทยเช่นกัน  

         คุณวิชุพรรณ ศรีสัญญา นายกสมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่  บอกว่า  สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  ทำให้นักท่องเที่ยว  โดยเฉพาะจากลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน และเอเชียแจ้งยกเลิกการจองห้องพักในจังหวัดกระบี่จำนวนมาก  จากปกติช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. นักท่องเที่ยวจีนจะมาเที่ยวไทยจำนวนมาก เนื่องจากตรงกับช่วงวันหยุดยาวเทศกาลตรุษจีน แต่ในปีนี้นักท่องเที่ยวหายไปเกือบทั้งหมดเลยก็ว่าได้  จะยังมีเหลือบ้างก็คือนักท่องเที่ยวจากทางยุโรป อินเดีย 


          ผู้ประกอบการโรงแรมในกระบี่ นอกจากจะมีการปรับราคาที่พักลงให้เท่ากับช่วงโลว์ซีซั่น ทำให้นักท่องเที่ยวยุโรปเริ่มมียอดการจองห้องพักในช่วงปลายปีเข้ามาบ้างแล้ว  อีกทั้งยังจัดแคมเปญ #KrabiRT หรือ Krabi Responsible Tourism ที่มีคอนเซ็ปท์ให้ท่องเที่ยวที่ส่งมอบประสบการณ์ใหม่ ได้เที่ยว ได้สุข และได้รักษ์โลกไปกับชาวกระบี่ด้วยกัน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ Krabi Go Green แนวทางการดำเนินงานด้านตลาดและประชาสัมพันธ์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหรือ ททท. ที่ให้ความสำคัญของสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน  แต่ในช่วง 2-3 เดือนต่อจากนี้จะต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างใกล้ชิด  

“ด้วยพฤติกรรมการจองของนักท่องเที่ยวเอเชีย เขาจะไม่ได้จองล่วงหน้าเหมือนฝั่งยุโรป คนยุโรปด้วยการเดินทางของเขาจะเป็นการเดินทางระยะไกลก็เลยจะต้องวางแผนกันล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือน แต่นักท่องเที่ยวเอเชียเดินทางระยะใกล้ก็มักจะตัดสินใจในระยะใกล้ๆได้ และยังหวั่นไหวในสถานการณ์อยู่ ว่า ฉันจะไปบ้านเธอ เธอจะมาบ้านฉันมันจะเหมาะไหม”  คุณวิชุพรรณเล่า 


        ททท.ได้เลือกภาคใต้ เป็นพื้นที่นำร่องในโครงการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ   ที่ต้องการกระตุ้นการท่องที่ยวแบบมีจิตสำนึกและช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ  โดยคุณนพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศไทย ททท.  บอกว่า นอกจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังมีปัจจัยกระทบอื่นๆอีกทั้ง ค่าเงินบาทที่แข็งค่า สงครามการค้า เป็นต้น  โดยในช่วงนี้ถือเป็นโอกาสที่ช่วยกันฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวและทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้มีความพร้อมรับนักท่องเที่ยว เมื่อสถานการณ์ต่างๆคลี่คลาย 


        นอกจากนี้ ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษาประเทศไทย หรืออีอีซี ไทยแลนด์ ที่สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษก่อตั้งขึ้นโดย อเล็คซ์ เรนเดล นักแสดงผู้ที่รักและทุ่มเทให้กับการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  และยังเป็นไอดอลให้กับเด็กๆน้องๆเยาวชน  ได้ริเริ่มจัดทำโครงการ "กอดป่ากอดทะเล" ภายใต้แนวคิด "มนุษย์และธรรมชาติ คือสิ่งเดียวกัน"  เป็นการจัดกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจ ให้ความรู้ แก่เยาวชนและประชาชนในพื้นที่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ให้หันมาให้ความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ การดูแลทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ ให้สวยงามคงเดิมพร้อมต่อการต้อนรับนักท่องเที่ยว  โครงการแรก คือโครงการ "กอดทะเล" นำร่องที่จังหวัดกระบี่เป็นที่แรก ซึ่งบรรดาน้องๆนักเรียน นักศึกษาในพื้นที่ต่างให้ความสนใจเป็นอย่างมาก


        ด้านคุณนิธี สีแพร ผอ.ภูมิภาคภาคใต้ ททท. บอกว่า  สำหรับภาคใต้ ถือเป็นที่ท่องเที่ยวที่สร้างรายได้เข้าประเทศเป็นอันดับ 2 รองจาก ภาคกลาง และกรุงเทพฯ แต่หากคิดเป็นรายได้ต่อหัว ภาคใต้ถือเป็นอันดับ 1  โดยในปีที่แล้วสามารถทำรายได้จากการท่องเที่ยวอยู่ที่  880,000 ล้านบาท มีค่าใช่จ่ายต่อรายอยู่ที่ 16,000 บาท  มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวอยู่ที่  50 ล้านคน  ซึ่งในปีหน้า ททท.ภาคใต้ ก็ได้ตั้งเป้าหมายนักท่องเที่ยวไว้ที่ 52-53 ล้านคน รายได้เพิ่มขึ้น 4-5 %จากที่ปีผ่านมา  ขณะที่ ททท.ตั้งเป้าหมายรายได้จากการท่องเที่ยวในภาพรวมจะขยายตัวที่  4%  มีเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 176 ล้านคน/ครั้ง 


        ส่วนผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ททท.ก็จะเร่งกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ โดยจะส่งเสริมให้มีการท่องเที่ยวกันในภูมิภาคมากขึ้น รวมถึง สร้างความเชื่อมั่นให้เห็นว่าไทยไม่ใช่พื้นที่เสี่ยง ตลอดจนหาตลาดทดแทน เช่น อินเดีย ยุโรปตะวันออก ละตินอเมริกา ยูเครน เป็นต้น และในส่วนของกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยความรับผิดชอบ ก็จะเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักที่จะเรียกความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวให้กลับมา โดย ททท.ก็จะชูคอนเซ็ปท์การท่องเที่ยวด้วยความรับผิดชอบนี้ บนเวทีระดับนานาชาติ เช่น WTM  (World Travel Market)  TTM (Thailand Travel Mart Plus 2020) ที่ภูเก็ต ที่กำลังจะจัดขึ้น จะโชว์คอนเซ็ปท์ Thailand Responsible Tourism ให้ต่างชาติได้รับรู้ต่อไป เพื่อปูทางไปสู่เป้าหมายที่ต้องการจะให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในอนาคต 


 ข่าวที่เกี่ยวข้อง

- Exclusive Content : แผนกระตุ้นท่องเที่ยว ตั้งรับเมื่อไวรัสโควิด-19 จบจริง

- Exclusive Content :"Elephant Care Tourism"อนาคตท่องเที่ยวช้างไทย

- Exclusive Content : "รถไฟฟ้าสายสีแดง เชียงใหม่"โจทย์ที่มากกว่าแก้ปัญหารถติด


เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand