13
shared

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2019-20 สัปดาห์ที่ 26 นอริช ซิตี้ พบ ลิเวอร์พูล

16 กุมภาพันธ์ 2563 02:47 7949
ซาดิโอ มาเน่ รับบทซุปเปอร์ซับ หลังลุกขึ้นมาจากม้านั่งสำรอง ก่อนมายิงประตูชัย ช่วยให้ ลิเวอร์พูล บุกเอาชนะ นอริช ซิตี้ 1-0 เก็บสามแต้มสำคัญ พร้อมทำแต้มทิ้งห่าง แมนฯซิตี้ เป็น 25 คะแนน แต่ลงแข่งมากกว่า1นัด


วันนี้ (16 ก.พ. 63) ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 26 ของฤดูกาล "นกขมิ้น" นอริช ซิตี้ เปิดสนามแคร์โรว์โร้ด รับการมาเยือนของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ลงทำการแข่งขันเวลา 00.30 น.


เริ่มเกมมาประมาณ 10 นาที เป็นทางฝั่งทีมเยือนอย่าง ลิเวอร์พูล ครองบอลบุกได้มากกว่า แต่ยังหาจังหวะที่ยิงตรงกรอบไม่ได้ ทำให้ทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่ 0-0 

เข้าสู่นาทีที่ 11 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน วางบอลยาวจากเขตแดนตัวเองไปให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ เอาบอลก่อนหมุนหลบก่อนพยายามหาช่องยิง แต่โดนกองหลัง นอริช ซิตี้ สะกัดได้ก่อน 

นาทีที่ 28 จากจังหวะที่ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน วางบอลยาวข้ามฝั่งให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เอาบอลลงก่อนไหลให้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ได้จังหวะยิงจากหน้าเขตโทษ บอลไปติดกองหลังเจ้าถิ่นก่อนจะเคลียร์ออกมาได้ 

นาทีที่ 32 แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ได้บอลหลุดไปด้านซ้าย ก่อนพยายามจะจ่ายเข้ากลางให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แต่กองหลังเจ้าถิ่นยังสะกัดได้ก่อน 

นาทีที่ 35 เคนนี่ แม็คลีน ได้จังหวะวางบอลยาวให้ ลูคัส รุปป์ ได้บอลหลุดเดี่ยวเข้าไป ก่อนพยายามจ่ายให้ ตีมู ปุ๊คกี แต่เป็นทาง อลิสซอน เบ็คเกอร์ ออกมาปัดบอลได้ก่อนที่จะยิงประตู

นาทีที่ 42 ทีมเยือนได้จังหวะพรีคิกด้านขวา ก่อนเป็น เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ รับหน้าที่เปิดบอลเข้าไป บอลพุ่งโค้งผ่านหน้าประตูไปเข้ามือของ ทิม ครูล

หลังจากนั้นยังไม่มีทีมใดทำประตูได้ หมดเวลาการแข่งขันครึ่งแรก นอริช ซิตี้ เปิดบ้านเสมอ ลิเวอร์พูล 0-0


เริ่มครึ่งหลังมาในนาทีที่ 52 แม็กซ์ แอรอนส์ ไหลบอลให้ ลูคัส รุปป์ ก่อนจ่ายทะลุช่องให้ ท็อดด์ แคนท์เวลล์ ได้หลุดไปด้านขวาของในเขตโทษ ก่อนตัดสินใจยิงแต่บอลพพุ่งไปชนหน้าต่างออกหลังไป

เกมดำเนินถึงนาทีที่ 58 อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ไหลบอลเข้ากลางให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ก่อนแตะบอลต่อให้ นาบี เกอิต้า ได้จังหวะยิงจากหน้าเขตโทษบอลพุ่งไปตรงกรอบแต่ ทิม ครูล ปัดบอลข้ามคานออกไปได้ 

หลังจากนั้นในจังหวะเตะมุม เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เปิดเข้ามาก่อนเป็น เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค ได้โหม่งแต่บอลไปตรงตัว ทิม ครูล รับเอาไว้ได้ 

ต่อมาในนาที 60 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้บอลในเขตโทษทำท่าจะจ่ายแต่แตะหลบก่อนยิงด้วยขวา ทิม ครูล ปัดบอลออกมาก่อนเป็น นาบี เกอิต้า จะตามมาซ้ำดาบสอง แต่ ทิม ครูล ก็ยังรับเอาไว้ได้ 

ก่อนที่ทีมเยือนจะเปลี่ยนตัวเลือกส่ง ซาดิโอ มาเน่ ลงสนามแทนที่ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน และเลือกส่ง ฟาบินโญ่ ลงสนามแทนที่ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม 

นาทีที่ 66 แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ได้จังหวะเปิดจากด้านซ้ายก่อนเป็น แม็กซ์ แอรอน พยายามโหม่งสะกัด แต่บอลพุ่งข้ามคานไปนิดเดียว

นาทีที่ 72 ท็อดด์ แคนท์เวลล์ จ่ายบอลข้ามฝั่งมาให้ อเล็กซานเดอร์ เต็ตเตย์ พยายามหาจังหวะเปิดแต่บอลดันเปลี่ยนทางพุ่งไปชน ก่อนไหลออกข้างไป

นาทีที่ 78 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน วางบอลยาวไปให้ ซาดิโอ มาเน่ เอาบอลลงในเขตโทษ ก่อนยิงส่งบอลผ่านมือของ ทิม ครูล เข้าไปช่วยให้ ลิเวอร์พูล ออกนำ นอริช ซิตี้ 1-0 

นาทีที่ 84 เจมส์ มิลเนอร์ ถูกส่งลงสนามแทนที่ นาบี เกอิต้า

นาทีที่ 86 เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ได้บอลทางด้านขวา ก่อนเปิดเข้ามาให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ได้จังหวะยิงโล่งๆในกรอบเขตโทษ แต่บอลหลุดข้ามคานออกไป

นาทีที่ 90 อมิเลียโน่ บูวนเดีย จ่ายบอลให้ ตีมู ปุ๊คกี ได้จังหวะยิงแต่บอลไปตรงตัว อลิสซอน เบ็คเกอร์ รับเข้าซองเอาไว้ได้ 

หลังจากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มเติม หมดเวลาการแข่งขัน ลิเวอร์พูล บุกเอาชนะ นอริช ซิตี้ 1-0 เก็บสามแต้มสำคัญ พร้อมทำแต้มทิ้งห่าง แมนฯซิตี้ เป็น 25 คะแนน แต่ลงแข่งมากกว่า1นัด 


รายชื่อผู้เล่น11คนแรกที่ลงเป็นตัวจริง

นอริช ซิตี้ (4-2-3-1) : ทิม ครูล - แม็กซ์ แอรอนส์, คริสโตฟ ซิมเมอร์มันน์, แกรนท์ แฮนลี่ย์, แซม บายแร่ม - อเล็กซานเดอร์ เต็ตเตย์, เคนนี่ แม็คลีน - ลูคัส รุปป์, ออนเดรจ์ ดูด้า, ท็อดด์ แคนท์เวลล์ - ตีมู ปุ๊คกี

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลิสซอน เบ็คเกอร์ - เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน - นาบี เกอิต้า,จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม - โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน