3
shared

กังวลตกงาน-ไวรัสระบาดกดดันภาวะเศรษฐกิจร่วงต่ำสุดในรอบ72เดือน

13 กุมภาพันธ์ 2563 16:21 297
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยดัชนีภาวะเศรษฐกิจร่วงระดับต่ำสุดในรอบ 72 เดือน ประชาชนห่วงตกงาน-โรคติดเชื้อระบาด

วันนี้ (13ก.พ.63) ศูนย์วิจัยกสิกรไทยรายงานดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทย (KR-ECI) เดือนม.ค.ที่ผ่านมาปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 40.6 จากเดือนธ.ค. 2562 ที่ 42.4 และนับเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 72 เดือน ซึ่งเป็นผลจากความกังวลของครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นในทุกมิติการครองชีพ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องรายได้และการมีงานทำของตนเอง ซึ่งจากการสำรวจเพิ่มเติมพบว่า ร้อยละ 43.6 ของครัวเรือนไทยที่ทำการสำรวจในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลชี้ว่า องค์กรที่ตนเองสังกัดหรือเป็นเจ้าของมีการปรับตัวในด้านการจ้างงานท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการชะลอรับพนักงานใหม่ การลดเวลาทำงานล่วงเวลาของพนักงาน รวมถึงการเลิกจ้างที่ยังมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 7.4 ของครัวเรือนที่ทำการสำรวจ

นอกจากนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจในช่วง 3 เดือนก่อนหน้า จะเห็นว่า ในเดือนม.ค. 2563 องค์กรที่ครัวเรือนสังกัดหรือเป็นเจ้าของมีการปรับตัวทางธุรกิจเพิ่มขึ้นอีกประมาณร้อยละ 5.2 เมื่อเทียบกับเดือนต.ค. 2562 ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงจำนวนการจ้างงานในประเทศที่น่าจะลดลงต่อเนื่องในช่วงไตรมาสแรกของปี 2563

ด้านระดับราคาสินค้าและบริการในประเทศที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในบางหมวดสินค้าทยอยส่งผลกระทบมากขึ้นต่อการครองชีพของครัวเรือนไทยในเดือนม.ค. 2563 โดยเฉพาะราคาสินค้าในหมวดอาหารสดที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.83 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลของหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นภาวะภัยแล้ง มีการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ในต่างประเทศที่มีส่วนผลักดันราคาเนื้อสัตว์ในประเทศให้สูงขึ้น รวมไปถึงช่วงเทศกาลตรุษจีน ขณะที่ราคาเวชภัณฑ์ โดยเฉพาะหน้ากากอนามัย ก็ปรับตัวสูงขึ้นมากในเดือนม.ค. 2563 หลังเกิดการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (2019-nCoV) และปัญหาเรื้อรังของฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและการดำเนินชีวิตของครัวเรือนไทย

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 จากที่เปราะบางอยู่แล้ว จากผลกระทบของเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวต่อเนื่องและปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับทำการเกษตรจากภาวะภัยแล้ง จะเปราะบางมากยิ่งขึ้นจากปัจจัยเสี่ยงทางด้านการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ที่ทำให้ครัวเรือนมีค่าใช้จ่ายทางด้านสุขภาพที่สูงขึ้น ขณะที่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่หลายแห่ง หลัง กนง. มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกร้อยละ 0.25 ต่อปี ก็น่าจะมีส่วนช่วยแบ่งเบาภาระหนี้สินของครัวเรือนและภาคธุรกิจได้ในระดับหนึ่ง

เกาะติดข่าวที่นี่ 
website: www.TNNThailand.com  
facebook : TNNThailand 
twitter : @TNNThailand 
Line : @TNNThailand 
Youtube Official : TNNThailand